อาเซียนซัมมิตหารือวิกฤติโรฮิงญา-ทะเลจีนใต้


   

อาเซียนและออสเตรเลียเห็นพ้องเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคง พร้อมย้ำความสำคัญของการแก้ปัญหาพิพาททะเลจีนใต้โดยไม่ใช้การทหาร ขณะวิกฤติอัน "ซับซ้อน" เรื่องโรฮิงญาเป็นประเด็นร้อน "อองซาน ซูจี" โดนผู้นำมาเลย์กดดัน แต่ที่ประชุมไม่ถึงขั้นประณาม

มัลคอล์ม เทิร์นบูล นายกฯ ออสเตรเลีย (ขวา) และ ลี เซียนลุง นายกฯ สิงคโปร์ แถลงข่าวปิดการประชุมอาเซียนซัมมิต ที่ซิดนีย์ เมื่อวันอาทิตย์ / AFP

ซิดนีย์ / เอเอฟพีรายงานว่า ผู้นำจาก 10 ชาติสมาชิกอาเซียนมาร่วมประชุมอาเซียนซัมมิตสมัยพิเศษ ที่นครซิดนีย์ของออสเตรเลีย ประเทศคู่เจรจากับอาเซียนมานับแต่ปี 2517
    แถลงการณ์วันสุดท้ายของการประชุมนาน 3 วันเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม 2561 ผู้นำอาเซียนและออสเตรเลียได้แสดงความเห็นชอบร่วมกันว่าจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อจัดการกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นของลัทธิคตินิยมความรุนแรงสุดโต่งและการทำให้เกิดแนวความคิดหัวรุนแรง
    แถลงการณ์ยังกล่าวถึงความแน่วแน่ในการปกป้องสิทธิมนุษยชนของผู้คนในประเทศต่างๆ ของชาติสมาชิก แต่กลับไม่มีการกล่าวประณามการปฏิบัติของพม่าต่อชาวมุสลิมโรฮิงญา ซึ่งอพยพหนีความรุนแรงในรัฐยะไข่เข้าสู่บังกลาเทศแล้วเกือบ 700,000 คน นับแต่กองกำลังความมั่นคงพม่าเปิดปฏิบัติการกวาดล้างเมื่อ 6 เดือนก่อน ที่องค์การสหประชาชาติระบุว่าเป็น "การล้างเผ่าพันธุ์" แต่นางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลพม่าโดยพฤตินัย ปฏิเสธคำกล่าวหานี้
    มัลคอล์ม เทิร์นบูล นายกฯ ออสเตรเลีย กล่าวระหว่างการแถลงข่าวปิดการประชุมว่า ที่ประชุมหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในรัฐยะไข่กันค่อนข้างนานในวันนี้ นางอองซาน ซูจี ปราศรัยเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างครอบครอบคลุมและยาวนานพอสมควร เรื่องนี้เป็นปัญหาที่ซับซ้อนมาก ทุกคนพยายามหาทางยุติความทุกข์ทรมานเกิดจากสถานการณ์ความขัดแย้งนี้
    นายกฯ ลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ ในฐานะประธานอาเซียนวาระปัจจุบัน กล่าวว่า วิกฤตินี้เป็นเรื่องที่ทุกประเทศในอาเซียนมีความห่วงกังวล กระนั้น อาเซียนก็ไม่สามารถแทรกแซงเพื่อบังคับให้บังเกิดผลลัพธ์ใดได้
    นายกฯ นาจิบ ราซัค ของมาเลเซียได้โยงการหลั่งไหลของชาวโรฮิงญาไร้ที่อยู่ด้วยว่า มีโอกาสเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงครั้งใหม่ เนื่องจากคนจนตรอกสามารถถูกชักจูงให้มีความคิดหัวรุนแรงได้ง่าย
    ข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ผู้นำในภูมิภาคนี้ห่วงกังวล ออสเตรเลียและอาเซียนกล่าวในแถลงการณ์ ย้ำถึง "ความสำคัญของการรักษาและส่งเสริมสันติภาพ, เสถียรภาพ, ความมั่นคงปลอดภัยในการเดินเรือ, เสรีภาพในการเดินเรือและการบินในภูมิภาคนี้" โดยไม่ได้เอ่ยถึงจีน ซึ่งยังคงเดินหน้าพัฒนาเกาะเทียมภายในหมู่เกาะพิพาท ที่สามารถติดตั้งอาวุธยุทโธปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหาร
    ประเด็นสิทธิมนุษยชนเป็นหัวใจหลักที่ดึงดูดการชุมนุมประท้วงระหว่างการประชุมที่ซิดนีย์ โดยมีผู้ประท้วงหลายพันคนรวมตัวกันประณามนางซูจี, นายกฯ ฮุน เซน ของกัมพูชา และนายกฯ เหงียน ซวน ฟุก ของเวียดนาม ที่ปราบปรามฝ่ายต่อต้านในประเทศ.

 


สมัยก่อน......... เรือสำเภา มีหินเป็น "ตัวอับเฉา" ถ่วงท้องเรือ กันเรือโคลง สมัยนี้...... ประชาธิปไตยเลือกตั้ง มี ส.ส.เป็น "ตัวอับเฉา" ถ่วงประเทศ กันบ้านเมืองเจริญ!

แรงจูงใจของอาชญากร
ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"