กินอาหารคลายร้อน ป้องกันโรคกำเริบได้


เพิ่มเพื่อน    

('ข้าวแช่' เมนูคลายร้อนมีประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ แต่ทั้งนี้ควรบริโภคเครื่องเคียงที่มีรสเค็มและหวานอย่าง กะปิทอด หรือเนื้อเค็ม-เนื้อหวานให้น้อย เพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานกำเริบ)


   ไม่ได้มีดีแค่ความอร่อยและช่วยคลายร้อน แต่ทว่ายังมีประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้สูงอายุอีกด้วย สำหรับเมนู “ข้าวแช่” เพราะอย่าลืมว่าคนสูงอายุยังต้องการบริโภคสารอาหารให้ครบ 5 หมู่ ซึ่งเมนูดังกล่าวหากรับประทานอย่างพอดีก็จะช่วยส่งเสริมสุขภาพได้ไม่น้อย เนื่องจากมีสารอาหารถ้วน แต่ทว่าเมนูคลายร้อนดังกล่าวมีเครื่องเคียงหลายต่อหลายชนิด ซึ่งอาจทำให้คุณตาคุณยายสงสัยว่าเมนูไหนที่ควรรับประทานและควรกินแต่พอดี เนื่องจากผู้สูงอายุหลายท่านเป็นทั้งโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง กัลยา กาลสัมฤทธิ์ นักกำหนดอาหาร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ให้ข้อมูลไว้น่าสนใจ

(กัลยา กาลสัมฤทธิ์)


    กัลยา นักกำหนดอาหารสาว ให้ข้อมูลว่า “ประโยชน์ของ “ข้าวแช่” ต่อสุขภาพผู้สูงอายุ เป็นทั้งเมนูคลายร้อนที่มักนิยมรับประทานกันในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน เนื่องจากมีสารอาหารครบ 5 หมู่ เริ่มจากตัวข้าวแช่เอง ที่ทำจากข้าวสวยหุงสุกใหม่ๆ ก็ให้คาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้เครื่องเคียงอย่าง ลูกกะปิคั่ว, หัวไช้โป๊ทอด, เนื้อเค็ม, เนื้อหวาน ก็ให้ทั้งความเค็มหรือโซเดียม และความหวาน รวมถึงโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ส่วนพริกหยวกทอดก็ให้ปริมาณของวิตามินจากตัวพริกเอง อีกทั้งเมนูนี้ยังช่วยคลายร้อนและทำให้จิตใจสดชื่นจากน้ำลอยดอกมะลิที่ใส่ในข้าวแช่อีกด้วย แต่เพื่อสุขภาพที่ดีแนะนำว่า เนื่องจากข้าวแช่แม้จะมีประโยชน์ แต่ก็ให้พลังงานที่มากเช่นกัน คือมีความหวานและความเค็มอยู่ในตัวเครื่องเคียง ดังนั้นผู้สูงอายุป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง แนะนำว่าให้รับประทานแค่พอหายอยาก หรือให้เน้นกินตัวข้าวแช่และน้ำลอยดอกมะลิให้มากที่สุด ส่วนหมูเค็มและเนื้อหวานก็ควรตักให้น้อยที่สุด เนื่องจากเป็นอาหารแปรรูปที่มีพลังงานสูง 

('น้ำปลาหวาน' อาหารกินเล่นที่กินน้อยดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องจิ้มให้น้อยที่สุด)


    ไม่พูดถึงคงไม่ได้สำหรับ “มะม่วงน้ำปลาหวาน” อาหารกินเล่นที่มาพร้อมหน้าร้อน ซึ่งอุดมไปด้วยเกลือแร่หรือความเค็มของกะปิ และน้ำตาลที่ใช้เคี่ยวน้ำจิ้ม ดังนั้นหากผู้สูงอายุต้องการบริโภคเมนูนี้ แนะนำว่าในน้ำปลาหวานค่อนข้างมีโซเดียมเยอะ ซึ่งอาจจะกระตุ้นโรคความดันโลหิตให้สูงขึ้น รวมถึงทำให้อาการเบาหวานกำเริบได้ ดังนั้นถ้าคุณตาคุณยายจำเป็นต้องจิ้ม ควรจิ้มบางๆ หรือเอาง่ายๆ ว่าอย่ากินจนหมดถ้วย ในส่วนของมะม่วงก็ให้รับประทานได้ประมาณ 7-8 ชิ้นเล็กๆ พอคำ ซึ่งเท่ากับ 1 จานเล็ก หรือคิดง่ายๆ ว่า ให้กินมะม่วงเพียงครึ่งลูกสำหรับผลขนาดกลาง สรุปได้ว่า เมนูน้ำปลาหวานสามารถปรุงรสเผ็ดได้ เปรี้ยวได้ แต่สำหรับรสหวานและรสเค็มก็ต้องรับประทานให้น้อยที่สุด เนื่องจากผู้สูงอายุยังจำเป็นต้องการสารอาหารที่ครบ 5 หมู่จากเมนูอาหารที่หลากหลายค่ะ”.


รู้แหละว่า "กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน" ช่วงนี้หนักหน่อยก็เห็นใจและซาบซึ้งแต่พลันที่ "นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน" ถือโอกาสออกมา ขอเดือนละ ๕,๐๐๐ เป็นเวลา ๖ เดือนให้พวกเขาบ้าง ......ขนลุก!

"เงินหมุนไป-ไหนล่ะงาน?"
ต่ำใต้ในหล้า"บทศึกษาไทย"
"ถอยเพื่อรุกในแนวรบโควิด"
ข่าวดี "ลุงยง" ถึงคนไทย
ประเทศไทย 'ยังไงๆ ต้องรอด'
เคอร์ฟิว "เซฟก่อนตายจริงๆ"