ลากไส้‘ปู’ตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องทุกข์


เพิ่มเพื่อน    

 ไม่ใช่เรื่องของผม! นายกฯ เมิน "ยิ่งลักษณ์" โอดทรัพย์สินถูกขายทอดตลาด กรมบังคับคดีแจงยึดทรัพย์ 199 ล้านตามคำสั่งทางปกครองของ ก.คลัง ขายทอดตลาดแล้ว 3 รายการ 49.5 ล้าน ขณะที่ "แรมโบ้อีสาน" ตอกหน้า "ปู" หยุดตัดพ้อชีวิตเหน็บอยู่ต่างประเทศช็อปปิ้งจิบไวน์สบาย คนทุกข์จริงๆ คืออดีต นปช.-อดีต รมต. ต้องหนีคดี-ติดคุก "วรงค์" จวกหยุดโหน ม.44 ชี้ไม่เกี่ยวคดียึดทรัพย์ แต่คุ้มครอง จนท.ที่กระทำสุจริต 

    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 17 ธันวาคม ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผู้สื่อข่าวถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่าได้อ่านข้อความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่าถูกกลั่นแกล้งด้วยมาตรา 44 หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ไม่ได้อ่าน ไม่ใช่เรื่องของผม” ก่อนเดินขึ้นไปประชุม ครม.ทันที
    ภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การคงอำนาจมาตรา 44 ว่า “เรื่องนี้ผมไม่ตอบ มันเป็นเรื่องการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ ถ้าไม่มีความผิด มันก็ไม่ผิดอยู่แล้ว”
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวสั้นๆ ถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวตัดพ้อถูกอำนาจของมาตรา 44 ถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาด ว่าต้องไปถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะมาถามอะไรตน
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้อ่านที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์โพสต์แล้ว แต่ไม่ขอตอบ ส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่ามีการขายทอดตลาดก่อนที่ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาในคดียึดทรัพย์นั้น เรื่องนี้คนที่จะตอบคือกรมบังคับคดี
     นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองผู้ใหญ่ หากตนให้รายละเอียดไม่ครบถ้วนจะเสียหาย จึงได้สั่งการให้อธิบดีกรมบังคับคดีออกมาให้ข้อเท็จจริงหรือออกมาแถลงข่าวให้ครบถ้วนว่ารายละเอียดเรื่องเป็นมาอย่างไร ใครเป็นเจ้าของเรื่อง จะได้ตอบคำถามสังคมให้ได้
    ที่กรมบังคับคดี ออกเอกสารข่าวชี้แจงการใช้มาตรการบังคับทางปกครองกรณีจำนำข้าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่กระทรวงการคลังมีคำสั่งที่ 1351/2559 ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 35,717,273,028.23 บาท และตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 56/2559 เรื่องการคุ้มครองการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในการดูแลของรัฐและการดำเนินการต่อผู้ต้องรับผิด ได้กำหนดให้กรมบังคับคดีเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เพื่อบังคับการให้เป็นไปตามคำสั่งทางปกครองที่หน่วยงานของรัฐออกคำสั่งให้มีการบังคับทางปกครองต่อผู้ต้องรับผิดตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐ 
ทำตามคำสั่งทางปกครอง
    ต่อมา เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2560 กระทรวงการคลังได้ขอให้กรมบังคับคดีดำเนินการบังคับกับทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยขออายัดเงินฝากในบัญชีธนาคาร หน่วยลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์และกองทุนต่างๆ ซึ่งมีการส่งเงินตามคำสั่งอายัดมาเพียงจำนวน 7,937,174.58 บาท และได้มีการจ่ายเงินให้กระทรวงการคลังไปแล้ว กระทรวงการคลังยังได้ขอให้กรมบังคับคดียึดที่ดิน ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุดอีกหลายรายการ รวมราคาประเมินทรัพย์สินเป็นเงิน 199,230,779.50 บาท ซึ่งปัจจุบันมีทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดได้แล้ว 3 รายการ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 49,510,00 บาท และทรัพย์รายการที่เหลืออยู่ในขั้นตอนของการประกาศขายทอดตลาด
    "การดำเนินการของกรมบังคับคดีเป็นการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะได้ใช้สิทธิทางศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและทุเลาการบังคับตามคำสั่งกระทรวงการคลังข้างต้น แต่เนื่องจากศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งยกคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวและขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งกระทรวงการคลัง ดังนั้นกรมบังคับคดีจึงต้องดำเนินการตามมาตรการบังคับทางปกครองต่อไป โดยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งทางปกครองของกระทรวงการคลัง" กรมบังคับคดีระบุ 
    ขณะที่นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยประจำนายกรัฐมนตรี ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึก ระบุว่า จากอดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์) ถึงอดีตนายกรัฐมนตรี (นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) มีใจความว่า ผมนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ "แรมโบ้อีสาน" ซึ่งอดีตเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านในตำแหน่ง สิ่งที่ท่านพูดสวนทางกับสิ่งที่พวกผมทราบข่าวผ่านทางโซเชียลว่าไม่ได้เป็นจริงดังที่ท่านระบายความในใจมา   เพราะเราเห็นท่านฉลองดื่มไวน์ ช็อปปิ้งกันอย่างมีความสุข ดูท่าทีไม่ได้ทุกข์ใจหรือเดือดร้อนตามที่ท่านโพสต์ แต่คนที่เมืองไทย พี่ๆน้องๆ ที่เคยร่วมต่อสู้กันมา ส่วนหนึ่งอยู่ในคุก ส่วนหนึ่งกำลังจะเข้าคุก ครอบครัวต้องเดือดร้อน มาจากการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยเพื่อให้ท่านและพวกพ้องท่านได้เข้าสู่ตำแหน่ง 
    "หลายชีวิตหลายครอบครัวชะตากรรมของนักสู้ต้องเจ็บปวดรวดร้าวยิ่งกว่าท่านและคนในครอบครัวท่านมากมาย บางครอบครัวของพวกเราต้องแตกสาแหรกขาด บางครอบครัวต้องสิ้นเนื้อประดาตัวเป็นหนี้สิน คนเหล่านี้สู้เพื่อใคร สู้เพราะรักใคร ทุ่มเทให้ใคร สุดท้ายสิ่งที่เขาได้รับคือความเจ็บปวด ส่วนท่านและครอบครัว ผมมั่นใจว่าท่านอยู่ดีมีสุขในต่างประเทศมากกว่าพี่น้องผมเสียอีก"
    นายสุภรณ์ระบุอีกว่า พวกผมเองต้องต่อสู้คดี ต้องจ่ายค่าทนาย ต้องหาเงินประกันตัว ต้องช่วยเหลือตัวเองไม่ต่างจากเพื่อนพ้องน้องพี่คนอื่นๆ ท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์ช่วยตอบหน่อยว่า พวกผมและเพื่อนพ้องน้องพี่ทุกคนสู้เพื่อตนเองหรือสู้เพื่อใคร ใครทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ใครทำให้ระบบเผด็จการรัฐสภาพวกมากลากไป ใครคิดออก พ.ร.บ.นิรโทษสุดซอย ทั้งที่พวกผม นปช.ทั้งคุณจตุพร พรหมพันธุ์ และคณะพวกเราส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงในบ้านเมือง พวกผมเคยเรียนท่านอดีตนายกฯ แล้วท่านก็ไม่ฟัง แต่ท่านฟังแค่พี่สาว คุณเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และคนข้างกายท่านให้ข้อมูลกับท่านในทางที่ผิด จนเกิดกระแสต่อต้านมากมาย ทำให้ท่านต้องตัดสินใจยุบสภา
หยุดสร้างวาทกรรมโหน ม.44
     ผมไม่อยากเห็นอดีตนายกฯ เอาประเด็นเรื่องส่วนตัวมาพูด เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นขณะที่พวกท่านดำรงตำแหน่งในบ้านเมือง ท่านทำงานเพื่อใคร เพื่อคนในตระกูลหรือเพื่อประชาชนคนไทย สิ่งต่างๆ ท่านอย่าไปโทษ "พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" "ท่านอย่าไปโทษ คสช.หรือมาตรา 44" เลย  เพราะอะไร ทหารจึงต้องเข้ามาทำการยืดอำนาจ ควบคุมสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังลุกเป็นไฟ ใครทำให้เกิดม็อบ ทำให้เกิดความขัดแย้ง ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย ก่อนที่ท่านตัดพ้อน้อยใจอะไร และเจ็บปวดหัวใจ น้อยใจในชะตากรรมชีวิตอย่างไร ท่านอย่าลืมว่ายังมีคนที่ทุกข์ยากเจ็บปวดชีวิตและเดือดร้อนมากกว่าท่านอีกหลายคน อาทิ ท่านอดีต รมต.บุญทรง เตริยาภิรมย์, ท่านอดีต รมช.ภูมิ สาระผล เพื่อนพ้องน้องพี่ นปช. คนเสื้อแดงและอีกหลายๆ คนที่ต้องรับชะตากรรมในคุก กำลังจะเดินเข้าคุกหรือหนีออกนอกประเทศ
    "ขอร้องท่านหยุดวาทกรรม หรือหยุดสร้างความแตกแยกหรือหยุดปลุกปั่นกันให้เกิดปัญหาวุ่นวายกันอีก ถ้ายังใช้วาทกรรมในการที่จะให้ประชาชนเลือกข้างและเกลียดชังกัน ไม่ได้มีผลดีต่อประเทศชาติบ้านเมืองอะไรเลย มีแต่จะทำให้แผ่นดินนี้มีแต่ความวุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุด ขอให้ท่านเสียสละ หยุดเคลื่อนไหวเพื่อประเทศชาติ ประชาชนคนไทยจะได้มีความสุขเสียที" นายสุภรณ์ระบุ
    นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า คุณยิ่งลักษณ์ไม่พูดเลยว่าตนเองต่อสู้ตามขั้นตอนกฎหมายปกติทุกอย่าง รวมทั้งร้องศาลปกครองขอให้คุ้มครองชั่วคราวเรื่องยึดทรัพย์ และศาลปกครองก็ยกคำร้องถึงสองครั้ง ทำไมคุณไม่พูดถึง ช่วงคุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ มีการแก้ไขสัญญาเพิ่มชนิดและปริมาณข้าวเรื่อยๆ รับมอบข้าวไปโดยผู้รับมอบอำนาจที่เป็นคนไทย แล้วนำไปขายต่อให้ผู้ประกอบการค้าข้าวภายในประเทศ โดยไม่มีการส่งข้าวที่ซื้อขายไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศใช้เงินในโครงการจำนำข้าว 9.4 แสนล้านบาท มีความเสียหายมากกว่า 5 แสนล้านบาท และรัฐบาลปัจจุบันต้องตั้งงบใช้หนี้รวมดอกเบี้ย ปีละ 5 หมื่นล้านบาท นานถึง 16 ปี สุดท้ายคุณยิ่งลักษณ์ก็หนีเอาตัวรอดไปสุขสบาย แต่ปล่อยให้คนอื่นรับกรรม คือจำคุกนายภูมิ 36 ปี, นายบุญทรง 42 ปี (ศาลเพิ่มเป็น 48 ปีหลังขออุทธรณ์), นายมนัส 40 ปี, นางทิฆัมพร 32 ปี, นายอัครพงศ์ 24 ปี, นายอภิชาติ 48 ปี
    "หยุดโหนมาตรา 44 ได้แล้ว เพราะไม่เกี่ยวใดๆ กับการดำเนินคดียึดทรัพย์และทุตริตจำนำข้าวของคุณยิ่งลักษณ์และคณะเลย ออกมาคุ้มครอง จนท.ที่กระทำด้วยความสุจริต แต่ถ้าทุจริตก็ไม่คุ้มครองเท่านั้น" นพ.วรงค์ระบุ
    ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน โพสต์เฟซบุ๊ก มีเนื้อหาว่า หยุดรังแก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในดวงใจของคนจน กรณีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นการใช้กระบวนการยุติธรรมมาเป็นเครื่องมือในการทำร้ายผู้ที่มีความเห็นต่างและศัตรูทางการเมืองอย่างมีอคติชัดเจน ใช้อำนาจมาตรา 44 ที่เลือกปฏิบัติ และเร่งรีบปฏิบัติ ผิดจากการกระทำกับบุคคลพรรคพวกเดียวกัน ที่กระทำผิดกฎหมาย แต่ปล่อยไปจนไม่แม้แต่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย เป็นภาพสะท้อนที่ส่งผลให้กระบวนการยุติธรรมมีความบิดเบี้ยว ไร้มาตรฐาน ใช้การข่มขู่คุกคามคนฝ่ายตรงข้ามด้วยการใช้กฎหมาย และอำนาจพิเศษอย่างอัปยศ อยากถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายวิษณุ เครืองาม ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นภายใต้หลักนิติรัฐ นิติธรรม ตามปกติหรือไม่ และถือเป็นสิ่งที่สมควรถูกต้องและยุติธรรมเพียงพอ ตามหลักสากล เป็นที่ยอมรับของโลกเพียงใด ถือเป็นคดีที่ต้องถูกบันทึกและจดจำในประวัติศาสตร์ไทย ไปอีกนาน เพราะไม่เคยมีนายกฯ ท่านใดที่ถูกกระทำและถูกดำเนินคดีโดยมิได้ผ่านกระบวนการยุติธรรมปกติเช่นท่านมาก่อน. 
    


"เพนกวิน-รุ้ง-ไมค์-อานนท์" วันนี้คึกเขาน่าจะรู้...คึกวันนี้ แต่คุกพรุ่งนี้!เพราะเขาไม่ใช่เด็กแล้ว เป็นทนาย เป็นนักศึกษาปริญญาตรี-โท ยกเว้นนายไมค์ ศึกษาขยะศาสตร์ ในมหา'ลัยชีวิตจริง 

ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน
ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'
'วาทะนายกฯ ที่ต้องบันทึก'
'มึงเขียน-กูล้ม' ไม่เชื่อลอง!