'แก้วสรร' แพร่บทความ อนาคตไหม้ ???...ของอนาคตใหม่


เพิ่มเพื่อน    

20 ธ.ค.62 - นายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง "อนาคตไหม้ ???...ของ “อนาคตใหม่”" ผ่านหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันที่ 20 ธค.2562 โโยมีเนื้อหาดังนี้

คำร้องของ กกต.เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ ได้ส่งถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลสั่งรับคำร้องแล้วด้วย  ส่วนจะยุติได้ผลในที่สุดเป็นประการใดก็ต้องรอฟังคำวินิจฉัยของศาลท่านก่อน ในข้อต่อไปนี้

1) การมีมติของ กกต. ให้กล่าวโทษอนาคตใหม่โดยมิได้แจ้งข้อกล่าวหาและรับฟังคำโต้แย้งของเขาก่อนเลยนั้น เป็นวิธีปฏิบัติราชการที่ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบ กกต.หรือไม่?  ในข้อนี้ก็เป็นปัญหาให้ต้องตีความกันว่า มติร้องขอต่อศาลให้สั่งยุบพรรคนี้ เป็นการกระทำภายในระบบตรวจสอบพรรคการเมืองที่กฎหมายจัดวางอำนาจให้ กกต.เป็นผู้พิจารณาตรวจสอบความเห็นของนายทะเบียนไว้แล้ว  สิทธิได้รับความเป็นธรรมของพรรคการเมืองจึงมีแต่เพียงรอโอกาสโต้แย้งในศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น ไม่ใช่ในชั้นพิจารณาสั่งฟ้องของ กกต.ที่เป็นเหมือนอัยการพิจารณาสั่งสำนวนเช่นนี้

ความเห็นเช่นนี้จะถูกต้องหรือไม่?   

ถ้าศาลเห็นว่า กกต.ทำไม่ถูกเพราะต้องแจ้งข้อหาและรับฟังข้อโต้แย้งเขาก่อน   เมื่อไม่ทำก็ไม่ถูก ศาลก็ต้องยกคำร้องของ กกต.ไปเสียแต่แรก  โดยไม่ต้องวินิจฉัยล่วงไปถึงเนื้อหาของคำร้องนี้เลย

2)พ้นจากปัญหาความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการทำงาน ก็มาถึงตัวเนื้อหาคำร้องเองว่า  ศาลจะเห็นด้วยกับ กกต.หรือไม่ ว่า  การที่พรรคอนาคตใหม่รับเงินกู้ 191 ล้านบาทจากคุณธนาธรนั้น    ถือได้ว่าเป็นความผิดของพรรคการเมืองตามมาตรา 72 แห่ง พรบ.พรรคการเมือง ปี 2560 ที่บัญญัติห้ามมิให้พรรคการเมืองรับเงินที่ได้มาโดยมิชอบหรือไม่  ซึ่งสาระของข้อห้ามก็มีอยู่ดังนี้

“มาตรา72  ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ”

3) ภายใต้เงื้อมมือยุบพรรคของมาตรา 72 ข้างต้น   พรรคอนาคตใหม่มีหนทางต่อสู้ตัดบทปฏิเสธอำนาจของมาตรานี้ได้เป็นข้อแรกเลยว่า    ข้อห้ามนี้ใช้กับเงินที่ผู้บริจาคได้มาโดยมิชอบ เช่นเป็นเงินได้ของมาเฟียค้ายาเสพติดเป็นต้น    หาใช่เป็นเงินที่กฎหมายพรรคการเมืองระบุว่าพรรคได้มาเมื่อใดก็เป็นการมิชอบ เช่นเป็นเงินบริจาคที่มีจำนวนเกิน 10 ล้าน   หรือเป็นเงินกู้ที่กฎหมายมิได้ให้อำนาจกู้เงินไว้แต่อย่างใดไม่    

เงินที่รับแล้วผิดกฎหมายพรรคการเมืองเหล่านี้ ถ้าจะเป็นผิดก็ต้องผิดฐานรับบริจาคเกิน 10 ล้านบาทตามมาตรา 66  ที่มีโทษจำคุกและตัดสิทธิ์หัวหน้าพรรคกับกรรมการบริหารเท่านั้น ไม่มีมาตรการยุบพรรคอยู่เลย   กกต.จะขยายความมาตรา 71 มาใช้เพื่อยุบพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้   แต่ถ้าได้ความในทางคดีว่า ธนาธรเอาเงินค้ายาเสพติดมาให้กู้ ดังนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ยุบพรรคตามมาตรา 71 ได้

4) ในกรณีที่ศาลเห็นว่า  ความในมาตรา 72 ขยายไปถึงการได้เงินมาโดยมิชอบตามกฎหมายพรรคการเมืองด้วย  พรรคอนาคตใหม่ก็ต้องต่อสู้ต่อไปให้ได้ว่า การรับเงินกู้ 191 ล้านบาท  จากหัวหน้าพรรคนั้น  ไม่มีกฎหมายพรรคการเมืองห้ามไว้เลยกล่าวคือ

(4.1) การกู้เงินไม่ใช่ “เงินได้” ตามที่มาตรา 62 ได้ระบุจำกัดไว้ 7 ประเภทเท่านั้น  แน่นอนว่าการกู้เงินทำให้ “ได้เงิน”แต่ก็หาใช่ “เงินได้” ตามกฎหมายแต่อย่างใดไม่

(4.2) การให้กู้เงินจะถือเป็นการบริจาค ตามมาตรา 66 ไม่ได้ มาตรานี้เป็นการริดรอนสิทธิพื้นฐานของพรรคการเมืองจึงต้องตีความโดยเคร่งครัดว่า การให้กู้กับการบริจาคนั้นไม่เหมือนกัน แม้จะให้กู้ถึง 191 ล้านบาท ไม่เรียกหลักประกันและคิดดอกเบี้ยต่ำก็ตามที แต่ยังถือเป็นการบริจาคด้วยประโยชน์อื่นใดไม่ได้อยู่ดี   

5) ความต่อเนื่องในประเด็นปัญหาที่ศาลต้องวินิจฉัยทั้ง ๔ ข้อข้างต้น  อาจสรุปเป็นแผนผังแสดงให้เห็นโอกาสคลี่คลายของคดีได้ดังนี้

6) พิเคราะห์โดยรวมแล้ว ประเด็นชี้ขาดในคดีทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมา ล้วนเป็นปัญหาการตีความกฎหมายทั้งสิ้น ซึ่งในระหว่างที่ศาลยังมิได้เริ่มพิจารณาอะไรเลยนี้   บรรดาข้ออ้างของใครต่อใครในประเด็นใดจะมีคุณภาพเป็นการ“ตีความ” หรือ “เติมความ”นั้น ก็ต้องรับฟังและวิพากษ์กันด้วยนิติวิธีทางนิติศาสตร์ทั้งสิ้น ซึ่งก็ต้องใช้หลักการตีความเหมือนคดีทั่วไป ที่จะต้องพิจารณาประกอบกันทั้งความตามตัวอักษร และความสมเหตุสมผล ตลอดจนผลในทางปฏิบัติที่จะเกิดขึ้นตามแนวการตีความนั้นๆ เป็นสำคัญ

กรอบทั้งสามประการนี้นี่เอง ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยชี้ขาดให้ปรากฏในที่สุด   ถ้าตุลาการเห็นว่าครรลองของเหตุผลชี้ไปในทางใด ก็ต้องเดินไปทางนั้น อย่าไปกลัวหรือเกรงใครทั้งสิ้น 

ถ้ามือไม้อ่อนหรือกระดูกสันหลังยังตั้งตรงไม่ได้ ก็ย้ายภพไปเป็นศาลพระภูมิเสียยังจะดีกว่า.                                                                                                                                        
                         


 ยินดีกับ "โอ๊ค-พานทองแท้" เขาหน่อย! เพราะเมื่อวาน (๒๘ พ.ค.๖๓) มีรายงานอ้าง "แหล่งข่าว" เผยแพร่ ว่าคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย ๑๐ ล้านบาท ที่ "โอ๊ค-พานทองแท้" เป็นจำเลย และศาลชั้นต้นยกฟ้องไปเมื่อ ๒๕ พ.ย.๖๒ 

ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"