คดียุบอนค.-ข้อหาล้มล้างฯ วงการเมืองลือหนัก มติ...ต่อ..?


เพิ่มเพื่อน    

      ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แวดวงการเมืองก็รับรู้กันทั่วไปแล้วว่า คดียุบพรรคอนาคตใหม่ในคำร้องที่ผู้ร้อง คือ ณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ได้ยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญ ให้ตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคพรรคอนาคตใหม่และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากเป็นปฏิปักษ์-ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

                ศาลรัฐธรรมนูญ ได้แจ้งต่อผู้ร้องและผู้ถูกร้อง คือพรรคอนาคตใหม่แล้วว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่มีการเปิดห้องพิจารณาคดีไต่สวนคำร้องคดีดังกล่าว เพื่อเรียกผู้ร้องคือนายณฐพร และผู้ถูกร้องคือกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่มาเบิกความต่อหน้าองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

                ทำให้ผู้ติดตามทางการเมือง ก็ได้แต่เฝ้ารอว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะนัดฟังคำวินิจฉัยคดีดังกล่าวเมื่อใด เพราะเมื่อไม่มีการไต่สวนคำร้อง และฝ่ายผู้ร้องกับฝ่ายผู้ถูกร้องมีการส่งเอกสารคำชี้แจงต่างๆ โดยเฉพาะคำชี้แจงสรุปต่อศาลรัฐธรรมนูญไปตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ก็เหลือเพียงแค่กระบวนการเดียวคือ รอดูว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะนัดประชุมเพื่อลงมติคำร้องคดีดังกล่าววันไหน และผลคำวินิจฉัยจะออกมาอย่างไร คือ อยู่ระหว่างการรอฟังผลเท่านั้น

                เพียงแต่ระหว่างการรอดังกล่าว ก็มาเกิดกรณี กรรมการการเลือกตั้ง ยื่นคำร้องให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ กรณีเงินกู้ 191ล้านบาท แทรกเข้ามา ทำให้ความสนใจของคนในสังคมพุ่งไปที่คำร้องดังกล่าวมากกว่า และทำให้คดีของนายณฐพรเงียบหายไป

                จนกระทั่งมีการออกมาเปิดเผยเองของพรรคอนาคตใหม่เมื่อช่วงสุปสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เมื่อ  19 ธันวาคม 2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้องของพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้ถูกร้อง ที่ขอให้เปิดห้องพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อทำการไต่สวนพยานในคดีดังกล่าว และต่อมาก็มีการเผยแพร่เอกสารของศาลรัฐธรรมนูญที่ลงนามโดย นุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญที่แจ้งไปยังผู้ร้องพรรคอนาคตใหม่ว่า     “ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องทำการไต่สวน”

                ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในคดีคำร้องยุบพรรคอนาคตใหม่ข้างต้น สรุปให้เข้าใจได้ง่ายๆ ตามลำดับดังนี้

                หลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องคดีดังกล่าวไว้วินิจฉัยด้วยมติ 5 ต่อ 4 เมื่อ 19 ก.ค.2562 จากนั้นกระบวนการพิจารณาคดีก็ดำเนินไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ฝ่ายนายณฐพรและพรรคอนาคตใหม่ส่งเอกสาร พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องจนครบถ้วนทุกกระบวนความแล้ว โดยเฉพาะ ”คำชี้แจงข้อกล่าวหาของพรรคอนาคตใหม่” และ ”เอกสารข้อโต้แย้งเพื่อหักล้างคำชี้แจงข้อกล่าวหาที่ นายณฐพร ส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ”

                ต่อมาเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม มีข่าวว่าศาลรัฐธรรมนูญได้แจ้งต่อทั้งสองฝ่ายว่า คำร้องดังกล่าวศาลรัฐธรรมนูญจะไม่เปิดห้องพิจารณาคดี และให้รอการนัดประชุมลงมติของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

                ก็ปรากฏว่าระหว่างการรอนัดหมายประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อลงมติคดีดังกล่าว ฝ่ายพรรคอนาคตใหม่ก็ยังดิ้นสู้อีกรอบ โดยใช้สิทธิ์ทำหนังสือเพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเปิดห้องพิจารณาคดีไต่สวนคำร้อง ก็คือพรรคอนาคตใหม่ร้องขอให้ศาลเรียกนายณฐพรและกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ และพยานที่พรรคอนาคตใหม่จะเสนอชื่อไปเพื่อให้ทั้งหมดไปเบิกความสู้คดีกันในห้องพิจารณาคดี 

                จนต่อมาเมื่อ 19  ธันวาคม ศาลรัฐธรรมนูญก็มีหนังสือแจ้งไปยังพรรคอนาคตใหม่ว่า คำร้องดังกล่าวศาลไม่รับพิจารณา เพราะเห็นว่าคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องทำการไต่สวน

                จึงเท่ากับว่า หลังจากนี้ก็เข้าสู่โหมดที่ต้องรอดูกันว่า  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะนัดประชุมเพื่อลงมติในคำร้องคดีดังกล่าวในช่วงไหน และผลการลงมติจะออกมาอย่างไร จะยกคำร้อง คือ อนาคตใหม่ไม่โดนยุบพรรค-กรรมการบริหารพรรคไม่โดนตัดสิทธิ์ หรือจะมีคำสั่งให้ยุบพรรคอนาคตใหม่และตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค

                เวลานี้แวดวงนักกฎหมาย-แวดวงการเมือง ก็มีการวิเคราะห์ทิศทางคำร้องคดีดังกล่าวออกเป็นสองฝั่ง 

                ฝั่งแรก มองว่า การที่ศาล รธน.เห็นว่า คำร้องคดีดังกล่าว มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องเปิดห้องไต่สวน มองแบบโลกสวย ก็ไม่แน่ อนาคตใหม่อาจได้เฮ เพราะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอาจมองว่า พยานหลักฐานของผู้ร้องไปไม่ถึง คือ แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องไว้วินิจฉัย แต่จากพยานเอกสาร พยานหลักฐานที่ผู้ร้องยื่นมา รวมถึงคำชี้แจงข้อกล่าวหาของพรรคอนาคตใหม่ ทางศาลรัฐธรรมนูญอาจเห็นว่าตัวผู้ถูกร้องคือพรรคอนาคตใหม่ และกรรมการบริหารพรรคไม่ได้มีพฤติการณ์อะไรที่จะเป็นการล้มล้างการปกครอง อย่างที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง จึงไม่จำเป็นต้องเรียกฝ่ายตัวแทนอนาคตใหม่มาเบิกความชี้แจงอะไรเพิ่มเติม ก็อาจจะมีการยกคำร้อง

                ขณะที่อีกฝั่ง เห็นแย้ง โดยมองไปตรงกันข้ามเลย คือมองว่าอาจเป็นไปได้ที่ตัวคำร้องและพยานหลักฐานที่ผู้ร้องยื่นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ อาจจะมีน้ำหนัก มีเหตุผล ที่รับฟังได้มากกว่า คำชี้แจงข้อกล่าวหาของฝ่ายอนาคตใหม่ และพยานหลักฐานที่ได้รับเพียงพอแล้วต่อการลงมติ ทำให้ฝั่งนี้ก็มองว่าผลการลงมติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่จะออกมา อาจไม่เป็นผลดีกับพรรคอนาคตใหม่ก็ได้

                ฝั่งไหน จะคาดการณ์ผิดหรือคาดการณ์ถูก ให้รอฟังผล ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ออกมาได้ร่วม สามสัปดาห์แล้วว่า ท่าทีความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในคำร้องคดีนี้ยังไม่นิ่ง เสียงยังแตกอยู่ ตุลาการยังมีมุมมองด้านข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายที่เห็นต่างกันอยู่บางเรื่อง ประเมินทิศทางได้ยาก แต่บางเรื่องก็ชัดเจนไม่มีประเด็นให้พิจารณา เช่น ประเด็นพฤติการณ์การแสดงออกทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม ก่อนจะเข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรคลงเลือกตั้ง

                จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ข่าวบางกระแสบอกว่า อาจเริ่มจะนิ่งๆ แล้ว จนมีกระแสข่าวโหมกระหน่ำในแวดวงการเมืองว่า คดีนี้มติอาจออกมาเป็น ...ต่อ... ?.

 


"การดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องอาศัยรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายกําหนดแหล่งที่มาไว้ตามมาตรา ๖๒

ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์