'แต๊งค์'ลูกเลี้ยง'กรณ์ จาติกวณิช'โพสต์ดราม่าขอโทษครอบครัว


เพิ่มเพื่อน    

 

          หลังจากที่จู่ๆก็โพสต์ระบายความในใจมากมายถึงแฟนสาวที่เพิ่งเลิกรากันไป โดยอดีตนักแสดงหนุ่ม แต๊งค์-พงศกร มหาเปารยะ ลูกเลี้ยงของนักการเมืองชื่อดัง กรณ์ จาติกวณิช ได้โพสต์ผ่านอินสตาแกรมถึงโรคซึมเศร้ากับการเสียใจในความรักครั้งนี้ว่า

          "ตอนนี้ผมกลายเป็นคนป่วยทั้งกายและใจ คนที่หมดหวัง อยากบอกว่ารักพ่อแม่นะครับ แต่คงไม่มีใครเชื่อ ยังไงอยู่ไปก็ไม่มีใครเข้าใจผมอยู่แล้ว จากคนที่มีความหวังเล็กๆอยากมีชีวิตที่ดีสุดท้ายโดนหักหลัง โดนใส่ร้ายโดนโยนความผิดให้ เรื่องที่มันเกิดอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆสำหรับคนอื่น สำหรับผมมันก็เป็นเรื่องธรรมดาเคยผ่านมาแล้ว แต่ครั้งนี้มันก็มีสิ่งที่มันแตกต่างกันก็คือผมเบื่อหน่ายมากแล้ว และผมก็มองไม่เห็นความสุขเลยตอนนี้ ผมไม่รู้แล้วว่าความสุขที่ผมต้องการคืออะไรความสุขที่ผมเคยมีก็ทิ้งผมไปแล้ว

          ผมไม่ได้อยากเรียกร้องความสนใจนะ ไม่ได้อยากเอาชนะใครด้วย ผมพยายามไปรักษาตัวมานานแล้ว ผมเองที่เป็นคนบอกกับหลายๆคนว่าผมกลัวกลัวตัวเองฆ่าตัวตาย ผมอยากไปหาหมอ ผมปิดตัวเองไม่คบใครมาเป็นปีปี จนกระทั่งยอมเปิดใจให้เขาเข้ามาเขาบอกว่าเขาเข้าใจและรับปากว่าจะช่วย สุดท้ายก็หลอกกัน ผมก็ไม่อยากทำเพื่อประชดเขา แต่ผมแค่เบื่อ เบื่อจริงๆกับการถูกหลอกถูกทิ้ง วันที่จะคบกันผมบอกแล้วว่าผมมีอะไรบ้างที่ไม่โอเค บอกทุกข้อเสีย เตือนแล้วทุกเรื่องเขาก็บอกรับได้ และผมก็ขอว่าหากจะคบกันข้อเดียวที่ห้ามทำคือห้ามทิ้งกันโดยไม่ให้โอกาส ไม่ให้เวลาแก้ไขปรับตัว แล้วมันก็เป็นซะได้ สุดท้ายถึงเวลาอยากจะเลิกอยากจะไปก็ไม่สนใจข้อตกลง

 

 

          คือไม่รักไม่ว่านะแต่ที่ต้องทำข้อตกลงไว้นะเพราะผมรู้ตัวว่าไม่สบาย และที่เตือนแล้วเตือนอีกเพราะผมกลัว กลัวตัวเองจะอยู่ไม่ได้ คือถ้าไม่รักก็ไม่รัก ห้ามไม่ได้ แต่ก็ต้องทำตามข้อตกลงสิ ถ้าไม่พอใจอะไรก็บอกจะปรับให้ทุกอย่างแล้ว ถ้ายังไม่พอใจ ถ้าผมทำไม่ได้อย่างที่พูดก็ค่อยมาตกลงแยกทางกันสิ ไม่ใช่มาตัดกันแบบกระทันหันแล้วหนีไม่ยอมให้ติดต่อแบบนี้ ถ้าผมไม่ป่วยก็คงไม่เป็นแบบนี้ และก็ไม่ใช่ผมไม่รักพ่อแม่ แต่ผมอยู่ไปก็เพิ่มความทุกข์ให้ทุกคนต้องคอยเป็นห่วง ขอโทษที่ทำให้เสียใจ แต่ไม่นานก็ผ่านไป เดี๋ยวก็ลืมได้ ความจริงทุกอย่างก็มีอยู่ในประวัติการสนทนาไม่ใช่จะฟ้องนะ แต่ที่ผ่านมาก็เอาแต่โทษผมฝ่ายเดียวจนผมก็โทษตัวเองไปด้วย พอมาทบทวนก็รู้สึกว่ามันเอาเปรียบทำร้ายกันเกินไป แล้วถ้าพรุ่งนี้ผมพูดไม่ได้แล้ว ผมก็ไม่ยอมให้ใครมาโทษโยนความผิดให้อีก ทุกอย่างอยู่ในโทรศัพท์ผมไม่ได้ล็อค ใครที่พบผมก็ช่วยเก็บไว้คืนให้ครอบครัวผมด้วยครับ ขอความเห็นใจด้วยนะ คนคอมเม้นอย่าด่าอย่าว่าผมอย่าด่าอย่าว่าเขา ผมแค่ขอเป็นอีกตัวอย่างนึงของการถูกละเลยและไม่ให้ความสำคัญกับอาการโรคซึมเศร้า จะได้ไม่มีใครทำล้อเล่นแบบนี้กับคนป่วยอีก"

 

 

          และเมื่อเจ้าตัวโพสต์ระบายความรู้สึกดังกล่าวลงไปในอินสตาแกรมก็เกิดดราม่าขึ้นกับฝ่ายหญิง มีชาวเน็ตเข้าไปตำหนิอดีตแฟนสาวของหนุ่มแต๊งค์มากมาย จนแต๊งค์ต้องโพสต์ขอโทษทั้งคุณพ่อคุณแม่ของตนเองและฝ่ายสาว พร้อมบอกว่านี่จะเป็นโพสต์สุดท้ายของเรื่องนี้

          "ผมอยากจะกราบขอร้องทุกๆคนที่ได้เห็นโพสของผมเมื่อกลางดึกเมื่อคืนนี้ เป็นห่วงก็ดี ไม่พอใจก็ดี หรือจะรำคาญก็ดี หากมีคำแนะนำสั่งสอน หรือ คำตักเตือนตำหนิใดๆ ผมขอรับไว้เองทั้งหมดได้ไหมครับ ผมขอความเห็นใจ โปรดให้ความเป็นธรรมกับคุณอีฟ และครอบครัว เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาของผมกับคุณอีฟสองคน

          การที่ผมใช้สื่อตรงนี้ เป็นเครื่องมือในการระบายความรู้สึก เจตนาหลักๆคือต้องการสื่อสารไปถึงคุณอีฟ เพราะผมไม่สามารถติดต่อได้ทางอื่น และด้วยความเครียดจากหลายๆอย่าง ผมก็ได้แสดงออกมาในทางที่ไม่เหมาะสม

 

 

          สำหรับอาการป่วย ผมต้องขอบคุณคำให้กำลังใจจากคนจำนวนมากที่มีเมตตากับผม แต่ปัญหาใหม่ในตอนนี้ ก็คือ ผมรู้สึกเป็นกังวลและรู้สึกผิดมากที่ทำให้คุณอีฟต้องได้รับคำตำหนิจากคนจำนวนหนึ่ง หากทุกท่านจะกรุณาเมตตาผม อีกสักครั้ง โปรดเข้าใจผมด้วยว่า ผมยังรักคุณอีฟมาก ผมไม่อยากเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณอีฟต้องถูกตำหนิ และไม่อยากเป็นคนทำให้ครอบครัวคุณอีฟต้องไม่สบายใจอีก สิ่งที่ผมได้ระบายออกไปก่อนหน้านี้ เป็นเพียงความรู้สึกข้างเดียว ปัญหาที่มาจากตัวผมที่ไม่ได้ถูกกล่าวออกมาก็มีเช่นกัน และมันก็เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณอีฟเลือกเช่นนี้ ยังไงก็ตามผมก็ขอโทษอีกครั้ง ที่ได้ทำให้เรื่องส่วนตัวเล็กๆเหล่านี้กลายมาเป็นประเด็นสาธารณะ ผมขอนำปัญหานี้กลับไปเป็นปัญหาส่วนตัวระหว่างผมกับคุณอีฟ และจะขอระงับการโพสต์ทุกอย่างจนกว่าจะสามารถปรับตัวกลับเป็นปกติให้ได้เสียก่อน ขอบพระคุณที่เข้าใจครับ"

          ล่าสุด “อีฟ อัญวีณ์” อดีตแฟนสาวของหนุ่มแต๊งค์ ได้เผยถึงประเด็นดังกล่าวผ่านทางชองอมรินทร์ทีวีว่าตนคบกับฝ่ายชายมา 1 ปีกว่า แต่มุมมองความคิดไม่ตรงกัน ทำให้มีปัญหาบ่อย โดยตลอดระยะเวลาที่คบกันฝ่ายชายรักษาอาการโรคซึมเศร้ามาโดยตลอด และเคยพาไปพบแพทย์ซึ่งอาการค่อนข้างหนักพอสมควร แต่ตนไม่สามารถลงรายละเอียดได้ โดยแต๊งค์ได้หยุดรับการรักษาไปเมื่อประมาณ 5-6 เดือนที่แล้ว จนฝ่ายชายโพสต์อินสตาแกรม ยอมรับว่าตกใจ แต่ไม่ได้มีการพูดคุยกัน เพราะขาดการติดต่อกันไปแล้ว ยอมรับว่าเป็นห่วงอดีตแฟนหนุ่ม เพราะครั้งนี้ดูอาการหนักที่สุด แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะฝ่ายชายเคยขู่ฆ่าตัวตาย  พร้อมยืนยันไม่มีมือที่สามแน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม

korndemocrat

 

 


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'