รองโฆษกรยุศด์ ไขก๊อกทิ้งพรรคเพื่อชาติ ปีหน้าหารังใหม่ซบ


เพิ่มเพื่อน    

25 ธ.ค. 62 - ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ตนตัดสินใจลาออกจากทุกตำแหน่ง รวมถึงสมาชิกและกรรมการบริหารพรรคเพื่อชาติแล้ว ขอบคุณพรรคเพื่อชาติ ผู้ใหญ่ในพรรคทุกคน ที่ได้ให้โอกาสตนเข้ามาทำงานการเมืองเป็นครั้งแรก ทั้งนี้ ตนได้ช่วยงานพรรคเพื่อชาติอย่างเต็มที่มาโดยตลอด ได้ผ่านประสบการณ์การเมืองของจริงที่ไม่เหมือนในตำราตอนเป็นอาจารย์สอนรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัย ได้เห็นการเมืองในสภาที่ไม่ได้เห็นมาเป็นเวลานาน แม้จะรู้สึกผิดหวังบ้างกับระบบ และกติกาที่เป็นอยู่ แต่อย่างน้อยก็ยังดีที่ประเทศผ่านการเลือกตั้ง ซึ่งอาจจะเป็นเพียงเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้กับคนบางกลุ่มก็ตาม จากประสบการณ์การเมืองครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้ตนได้เห็นการเมืองในหลายด้าน หลายมิติ ได้เห็นว่า บางอย่าง บางเรื่องทางการเมืองไม่มีถูกหรือผิด แต่อยู่ที่จังหวะและช่วงเวลา และอยู่ที่ว่าเป็นพวกใคร อำนาจที่แท้อยู่ที่ใคร และกฏหมาย นอกจากว่าใครเขียนแล้ว ต้องดูด้วยว่าเขียนเพื่ออะไร และเขียนเพื่อใครด้วย อีกทั้งเข้าใจสัจธรรมที่ว่า การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร และผลประโยชน์ก็ไม่เข้าใครออกใคร
 
ดร.รยุศด์ กล่าวอีกว่า โครงสร้างอำนาจในบ้านเมืองเราปัจจุบันเกิดขึ้นและสั่งสมมายาวนาน การจะมาเปลี่ยนให้ได้ภายในวันสองวันอาจจะเป็นไปไม่ได้และเป็นไปได้ยาก รวมถึงเรามีบทเรียนแล้วว่า การต่อสู้นอกระบบ ทำลายประเทศ สร้างความขัดแย้งมากเพียงใด ดังนั้นตนเชื่อว่าการต่อสู้ตามกระบวนการทางการเมืองแบบค่อยเป็นค่อยไปจะเป็นทางออกและไม่สร้างความเสียหายให้ประเทศมากที่สุด อย่างไรก็ตาม ตนมองว่า การเมืองที่มีแต่ผลประโยชน์ และการเมืองที่การเขียนกติกาที่ไม่เป็นธรรมเพื่อใครบางกลุ่ม และการเมืองที่เป็นเครื่องมือรักษาโครงสร้างอำนาจไว้นั้น ถือเป็นธรรมดาที่ผู้มีอำนาจจะทำ เพื่อต้องการรักษาดำรงอำนาจและปกครองประเทศต่อไป ดังนั้น จึงเป็นความท้าทายของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงนั้นให้เกิดขึ้น

ทั้งนี้ ความหวังของบ้านเมือง ตอนนี้อยู่ที่คนรุ่นใหม่ ที่จะต้องค่อยเป็นค่อยไปในการเข้ามาทำความเปลี่ยนแปลงให้เกิดกับประเทศโดยไม่ละทิ้งแนวคิดของกลุ่มคนรุ่นเดิม ภายใต้ระบบ ภายใต้หลักการ และกระบวนการ โดยคำนึงถึงประชาชนเป็นอันดับแรก ไม่ว่ากติกาจะเอื้อใคร ตราบใดที่เรามีความตั้งใจ ยึดมั่นในแนวทาง และสนใจในปัญหาของประชาชนมากพอ ประชาชนจะเปิดทาง นำพาเราเข้าสู่ระบบเพื่อแก้ปัญหาให้พวกเขาได้อย่างแน่นอน แม้จะต้องใช้เวลา แต่ก็คุ้มค่าต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น ไม่เพียงทำเพื่อพวกเราทุกคน แต่ยังทำเพื่อลูกหลานเราที่กำลังจะเติบโตขึ้นมาในวันข้างหน้าด้วย

ดร.รยุศด์ เปิดเผยอีกว่า มีกลุ่มการเมืองหลายกลุ่มทาบทามเข้าร่วมตั้งพรรคการเมืองใหม่  ซึ่งตนเองก็ยังไม่ได้ตัดสินใจชัดเจน แต่ยอมรับว่าก็มีความสนใจอยู่บางพรรค ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงหารือ ศึกษาเป้าหมาย อุดมการณ์ของพรรคใหม่ดังกล่าวว่าจะสามารถนำบ้านเมืองไปสู่ก้าวใหม่แห่งการเปลี่ยนแปลงประเทศได้หรือไม่ ซึ่งหลายกลุ่มที่ตนได้ไปร่วมพูดคุยหารือด้วยนั้นต่างเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีชื่อเสียงจากหลากหลายแวดวง ที่มีความตั้งใจดีต่อบ้านเมือง และอยากจะทำพรรคการเมืองให้เป็นพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ๆ ให้สังคมอย่างแท้จริง ส่วนตนเองนั้นจะไปร่วมงานกลับกลุ่มใด หรือร่วมจัดตั้งพรรคการเมืองกับใครนั้น เชื่อว่าหลังปีใหม่น่าจะมีความชัดเจน และมีการเปิดเผยอีกครั้งหนึ่ง ส่วนช่วงนี้คงจะทำหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยไปก่อน มีที่ไหนเชิญมาตนก็ยินดี เพราะจะอยู่จุดไหนที่ทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้ตนก็พร้อมและยินดีเสมอ เพราะนั่นคือสิ่งที่ตั้งใจและมุ่งหวังไว้แต่ต้นก่อนเข้าทำงานการเมืองอยู่แล้ว
 
“สุดท้ายนี้ ผมขอขอบพระคุณพี่น้องประชาชน ตลอดจนสื่อมวลชนทุกท่านทุกแขนง ที่ให้ความร่วมมือ สนับสนุน นำเสนอข่าวของผม และพรรคเพื่อชาติมาโดยตลอด หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดผิดพลาดผมต้องขอน้อมรับ และขออภัยทุกท่านด้วยความเคารพครับ ทั้งนี้ หวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันในโอกาสต่อไป และผมถือโอกาสนี้ขอสวัสดีปีใหม่ 2563 ขออวยพรให้ทุกท่านมีแต่ความสุขสวัสดิ์ ผ่านพ้นปัญหาอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วยดี เริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ เป็นก้าวใหม่ ก้าวแห่งการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งทีดีขึ้นสำหรับทุกท่านนับจากปีใหม่ 2563 นี้และตลอดไปครับ”


สภาปลุกเสก "๓ พ.ร.ก. ๑.๙ ล้านล้าน" มา ๕ วัน บ่ายวาน (๓๑ พ.ค.๖๓) ก็ประสิทธิเมฉบับที่ ๑ ........"พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา, เยียวยา, ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ๑ ล้านล้าน

เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้