นายกฯอ้อนอีสาน รู้ไม่ชอบต้องมาถี่


เพิ่มเพื่อน    

 “บิ๊กตู่” อ้อน สาวชาวชัยภูมิสวย ยอมรับมีคนอีสานไม่ชอบเยอะ ต้องมาทำความเข้าใจ ชวนปลูกต้นรักจากใจ เชื่อจะได้รับรักกลับมา วอนช่วยลดอุณหภูมิความขัดแย้ง ลั่นทำอะไรยึดกฎหมายเพราะกลัวคุก ไม่ใช่เผด็จการ แช่งคนตั้งฉายาให้ปวดท้อง "วิษณุ" แนะ กมธ.แก้ รธน.ต้องทำให้โดนใจคน โฆษก พท.ขู่ซักฟอกพรรคร่วมรัฐบาลอาจไม่รอด "ช่อ" อ้างข่าว "บิ๊กแดง" นั่งนายกฯ เพราะ รธน.มรดก คสช. จัดวางนายกฯ คนต่อไปได้ง่าย 

    เมื่อวันพฤหัสบดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางไปตรวจราชการจังหวัดชัยภูมิ เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยเวลา 08.30 น. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะ ประกอบด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ และนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม เดินทางถึงท่าอากาศยานขอนแก่น จ.ขอนแก่น โดยมีส.ส.และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มารอต้อนรับ นำโดยนายสมศักดิ์ คุณเงิน ซึ่งได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมเขต 7 จ.ขอนแก่น โดยนายกฯ ได้ถ่ายภาพร่วมกับ ส.ส.และสมาชิกพรรคพปชร. พร้อมกล่าวว่า ขอให้ช่วยกันดูแลประชาชน ขอบคุณที่สนับสนุนนายกฯ เราเป็นรัฐบาลเพื่อคนทุกคน
     จากนั้น เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ถึง จ.ชัยภูมิ และนั่งรถยนต์โตโยต้าอัลพาร์ด ทะเบียน กจ 1155 ชัยภูมิ ไปยังจุดแรกที่คลองเทา บ้านหนองแหน ต.หนองไผ่ อ.เมืองชัยภูมิ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ข้าราชการท้องถิ่น และประชาชน 10,000 คน ให้การต้อนรับ ด้วยการร้องเพลงชัยภูมิบ้านพี่ ของศิลปินเพลิน พรหมแดน นอกจากนี้ยังมี ส.ส.พรรค พปชร.จังหวัดชัยภูมิให้การต้อนรับด้วย
    ต่อจากนั้นนายกฯ รับฟังบรรยายสรุปการดำเนินงานโครงการฟื้นฟูและพัฒนาคูคลองด้วยการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐและชุมชน ก่อนจะขึ้นเวทีกล่าวกับประชาชนว่า ปัญหาเรื่องน้ำและทุกๆ เรื่องมีความสำคัญ ที่รัฐบาลจะเร่งแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และแม้นายกฯ จะไม่ได้ทำการเกษตรเอง แต่ก็เข้าใจว่าชาวบ้านมีความเดือดร้อนและยากลำบากอย่างไร เพราะตนเป็นคนชัยภูมิ เนื่องจากแม่เป็นสาวชัยภูมิ ซึ่งสาวชัยภูมิเป็นคนสวย สำหรับตนหน้าเหมือนแม่มากที่สุด ถ้าดูดีก็คงได้มาจากแม่
    “วันนี้มาเจอกันด้วยความรักและความปรารถนาดีให้กัน ทุกรัฐมนตรีที่มาก็มาจากพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ และภูมิใจไทย นี่คือพรรคร่วมรัฐบาลหลักทั้ง 3 พรรค ซึ่งทั้งหมดมี 19 พรรค เราจะต้องบริหารให้เดินหน้าต่อไปให้ได้ ผมในฐานะนายกฯ จะทำให้ดีที่สุดโดยไม่ได้ต้องการอะไรจากใครทั้งสิ้น วันนี้ที่มา จ.ชัยภูมิ ก็ทราบดีว่ามี ส.ส.หลายพรรค แต่พื้นที่อีสานก็มีคนไม่ชอบผมเยอะอยู่เหมือนกันใช่หรือไม่ แต่ผมก็มา ตรงไหนยิ่งไม่ชอบก็ยิ่งต้องมาใหญ่ เพื่อให้เข้าใจว่าผมเป็นอย่างไร ผมเป็นคนที่ไม่พูดโกหก ไม่หลอกลวงใคร เพราะเป็นทหารเก่า โกหกหลอกลวงคนไม่ได้ มาวันนี้ต้องการพูดความจริงใจของรัฐบาลว่ามีความห่วงใยต่อทุกคนอย่างไร นั่งรถ นั่งเครื่องบินมาก็ใจหาย เพราะเห็นพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้ง แหล่งน้ำก็มีน้ำน้อย” 
    นายกฯ กล่าวอีกว่า การทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่ทำเพื่อประชาชนทั้งสิ้น ที่ จ.ชัยภูมิ นอกจากพืชเศรษฐกิจตัวอื่นแล้ว มีการปลูกต้นรักกันบ้างหรือไม่ ขอให้ปลูกต้นรักกันเยอะๆ ไม่ใช่แค่ต้นรักที่นำไปร้อยเป็นพวงมาลัย แต่เป็นต้นรักจากใจ มันจะผลิดอกออกผลอยู่ในตัวเรา เราต้องทำตัวเป็นต้นรัก โดยเอาความรักไปให้คนอื่น เดี๋ยวเราก็จะได้กลับมาเอง ไม่ว่าใครจะไม่ชอบหรือรังเกียจก็ให้ความรักไปเถอะ ความรักจะทำให้คนดีมากขึ้น ถ้าเราเลิกคบเขาไปเลยก็จะยิ่งไม่ดีมากขึ้นไปเรื่อยๆ ก็ต้องลองคบดูหาส่วนดี และค่อยๆ แก้ ตนไม่ใช่ศัตรูของใคร ขอให้ร่วมกันพัฒนาเมืองชัยภูมิอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์
    จากนั้น นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ และนายเชิงชาย ชาลีรินทร์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ ได้เป็นตัวแทนประชาชนขอให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหาราคามันสำปะหลัง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้รับปากและมอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ มหาดไทย และพาณิชย์ ไปดำเนินการ ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ขอให้เจ้าหน้าที่ได้เปิดเพลงชัยภูมิฯ บอกอยากฟังอีกครั้ง ก่อนจะเดินลงไปทักทายประชาชนอย่างอารมณ์ดี ร่วมรำวง ปรบมือ พร้อมร้องเพลงคลอตามไปด้วย ก่อนจะปลูกต้นมะม่วงพันธุ์เขียวเสวยและหญ้าแฝกร่วมกับประชาชน
วอนลดอุณหภูมิขัดแย้ง
    ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์และคณะเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ หมายเลข 31525 และใช้รถยนต์โตโยต้าอัลพาร์ด หมายเลขทะเบียน กจ 2987 ชัยภูมิ เดินทางมายังไร่กุดจอก (ไร่อ้อย) ต.โคกสะอาด อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เพื่อพบปะประชาชนประมาณ 5,000 คน และตรวจเยี่ยมการตัดอ้อย สางใบอ้อย และเก็บใบอ้อย ด้วยวิธีการทำไร่อ้อยสมัยใหม่ โดยทันทีที่เดินทางถึงนายกฯ ได้ชมการแสดงฟ้อนรำในบทเพลง "ไร่อ้อยคอยรัก"
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชนพร้อมแนะนำรัฐมนตรีที่ร่วมคณะ โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยและคนไทยเท่าเทียมกันทุกอย่างในการจะทำอะไร แต่ขอให้เหมาะสมก็แล้วกัน  วันนี้อย่าให้อะไรมันร้อนขึ้นมาเลย อย่าให้อุณหภูมิมันร้อนขึ้นมากๆ ความขัดแย้งสูง ไปรับฟังเรื่องบางเรื่องแล้วปวดหัว โรคประสาทก็จะขึ้นอีก อย่าไปฟังมากนัก เอาเรื่องดีๆ มาคุยกัน ปัญหามันต้องมีทางออกด้วยรัฐ ออกด้วยตัวเรา ว่าจะร่วมมือกันอย่างไร นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าบอกว่ารัฐต้องทำโน่นต้องทำนี่ แล้วรัฐต้องทำด้วยอะไร  ต้องทำด้วยกฎหมายและกฎระเบียบ ทำผิดๆ ถูกๆ ตามใจก็ติดคุก  ผมกลัวคุกนะ ใครไม่กลัวล่ะ ดังนั้นทำอะไรก็ต้องกลัว และต้องระมัดระวัง 
    "หลายคนบอกผมใช้อำนาจๆ ก็พูดไปเถอะ ถ้าใช้อำนาจจริงๆคงไม่มานั่งกันอยู่อย่างนี้ ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสว่าผมก็ได้ จะด่าผมอะไรก็ได้ ผมก็เฉย แล้วอย่างนี้เหรอเผด็จการ ผมไม่เข้าใจเหมือนกัน จะตั้งฉายาอะไรผมก็ตั้งไป ให้คนตั้งปวดท้อง ผมไม่เป็นอะไรหรอก อย่าไปให้ความสำคัญ เราต้องรู้ว่าทำอะไรอยู่ อะไรคือถูกอะไรคือผิด ทุกคนรู้อยู่แล้ว" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    นายกฯ กล่าวอีกว่า รัฐบาลนี้มาแบบนี้ ก็รักทุกกลุ่ม ไม่ว่าเขารักหรือไม่รักตนก็ตาม เพราะทุกคนเป็นคนไทย แผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ จะเกิดหรือตายก็เกิดบนแผ่นดินนี้ อยากให้ทุกคนรู้จักการคิดวิเคราะห์ ไม่ใช่นายกฯ มาก็เฮ แต่พอกลับไปอีกพวกหนึ่งมาก็ด่านายกฯ กลับไปอีก 
    จากนั้นนายกฯ ได้ถามว่ามีนักการเมือง ส.ส.คนไหนจะถามอะไรตนหรือไม่ ก่อนที่นายกฯ จะนึกขึ้นได้ว่ามีการประชุมสภาก่อนกล่าวว่า หลายอย่างก็อย่างนี้ นี่คือประชาธิปไตยแล้วนะ เลือกตั้งเข้ามาก็เลือกมาแล้ว ส.ส.ก็มาเป็นรัฐมนตรีแล้วใช่หรือไม่ แล้วอะไรที่ยังเป็นประชาธิปไตยอีกล่ะ สภาก็มี กฎหมายก็ออกโดยสภา ซักถาม อภิปราย ตอบกระทู้ทุกวัน ในช่วงท้ายนายกฯ กล่าวว่า ผมรักประเทศของผม ประชาชนของผม เวลาผมเห็นใครไม่รักแล้วไม่ค่อยมีความสุข นายกฯ ยังได้ถามประชาชนว่า ใจสู้หรือเปล่า สู้ไปด้วยกัน สู้ไปกับนายกฯ
    ต่อมาเวลา 15.35 น. นายกฯ ตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านภูดิน (มิตรผลอุปถัมภ์) โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) ต.โคกสะอาด อ.ภูเขียว โดยเด็กนักเรียนได้พร้อมใจกันสวมเสื้อยืดสีขาว มีรูปการ์ตูนนายกฯ ลุงตู่ด้านหลัง ระบุข้อความว่า "ลุงตู่ผู้จงรักภักดี ผู้ถวายชีวิตเป็นราชพลีต่อแผ่นดินไทย ขอให้ต่อสู้กู้บ้านเมืองเรืองวิไล ขอให้กำลังใจลุงตู่ผู้กู้บ้านเมือง" กองหนุนลุงตู่ FC พร้อมได้ให้นายกฯ เซ็นชื่อที่เสื้อเป็นที่ระลึก จากนั้นเยี่ยมชมการเรียนการสอนลักษณะการเรียนรู้จากการปฏิบัติ (Active Learning) เยี่ยมชมนิทรรศการพัฒนาทักษะอาชีพ เยี่ยมชมการสาธิตการบังคับหุ่นยนต์ (Robotics) โดยเด็กพิเศษ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทักษะการเขียนโปรแกรม (Coding) ที่ห้อง Learning Center และเยี่ยมชมแปลงเพาะชำอ้อยของโรงเรียน
แก้ รธน.ให้โดนใจคน
    ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่สื่อมวลชนทำเนียบรัฐบาลตั้งฉายาให้ว่า "ศรีธนญชัย รอดช่อง” ว่า ไม่โกรธที่ได้รับฉายานี้ เคยได้รับมาแล้วหลายครั้ง และไม่มอง ไม่วิเคราะห์ว่าทำไมสื่อถึงตั้งฉายานี้ เมื่อสื่อตั้งมาแล้วก็แล้วไป จะไปแคะแกะเกาให้มันมีเรื่องอะไรต่อไปอีก ไม่เป็นไร สนุกกันวันละหน ปีละครั้ง ไม่มีปัญหา และเข้าใจสื่อมาตั้งหลายสิบปีแล้ว
    ผู้สื่อข่าวถามถึงการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2563 เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. นายวิษณุกล่าวว่า เห็นจากข่าวว่ามีการเลือกประธาน รองประธาน และตำแหน่งต่างๆ ใน กมธ.เรียบร้อยแล้ว ไม่มีปัญหา ถือเป็นกติกาธรรมดาของเขาที่ต้องเลือกคณะทำงาน แต่เนื้อหาต่างหากที่สำคัญ ต่อจากนี้จะเริ่มวิธีการว่าจะทำอย่างไร จะรับฟังความเห็นคนนอกหรือไม่ ซึ่งแล้วแต่วิธีการทำงานของเขา แต่ถือว่าเริ่มต้นด้วยดี 
    เมื่อถามว่า การที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯมานั่งเป็นประธาน กมธ. จะถูกครหาว่าเป็นสายตรงจากนายกฯหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า จะมาอย่างไรก็ถูกครหาทั้งนั้น ถ้าเปลี่ยนเป็นชื่ออื่น ต่อให้กี่ชื่อก็หาจุดวิจารณ์ได้ทั้งนั้น ต่อให้เป็นฝ่ายค้านก็มีจุดได้ จะซูเอี๋ยกัน ขยิบตากัน มันไปได้หมดทุกอย่าง อย่าไปคิดอะไรมากเลย ธรรมดา เมื่อทำเสร็จแล้ว เขาต้องรายงานสภาใหญ่ข้อสำคัญ กมธ. ทำให้ได้ใจคนหน่อยก็แล้วกัน
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวหลังการประชุมเตรียมความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ขอขอบคุณสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลที่ตั้งฉายาประจำปี สะท้อนภาพการทำงานของรัฐบาลได้อย่างชัดเจนว่าเป็นอิเหนาเมาหมัด แห่งรัฐเชียงกง ไม่มีประโยชน์ที่ พล.อ.ประยุทธ์จะโกรธควันออกหูหลังทราบฉายารัฐบาลตัวเอง แล้วไม่ปรับปรุงการทำงานของรัฐบาลให้ดีขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ ควรทำความเข้าใจว่า ตำแหน่งนายกฯ ไม่ใช่นายพลในค่ายทหาร ที่สั่งกำลังพลซ้ายหันขวาหันตามสะดวก สามารถถูกวิพากษ์วิจารณ์ ประเมินผลได้  พรรคฝ่ายค้าน ได้เตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างเต็มที่ ซึ่งอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ทำความเข้าใจว่าการใช้กลไกสภาตรวจสอบรัฐบาลเป็นกระบวนการทำงานปรกติในระบบรัฐสภา
         "การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ แม้จะหนักก็หนักในเกม ไม่ใช่การวางแผนโค่นล้มรัฐบาล ลองไปดูฉายารัฐบาลจะพอทราบว่า ใครจะถูกจับขึ้นเขียงบ้าง ซึ่งอาจไม่ได้มีเฉพาะรัฐมนตรีจากพรรคแกนหลัก พรรคร่วมรัฐบาลก็อาจไม่รอด" นายอนุสรณ์กล่าว
    น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์กรณีที่ให้ข่าวระบุว่านายกฯ คนต่อไปจะเป็น พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ว่าเพราะประชาชนเข้าใจว่าไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญ รอเพียงเปลี่ยนนายกฯ ประเทศก็จะดีขึ้นได้ ตนจึงบอกประชาชนว่าไม่จริงเสียทีเดียว แน่นอนว่าถ้าเราได้นายกฯ ที่ดีมีความสามารถ ประเทศย่อมจะดีกว่านี้แน่ แต่ปัญหาคือนายกฯ ที่มาจากความต้องการของประชาชนอย่างเเท้จริงไม่สามารถมาได้โดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มี ส.ว. 250 คน ซึ่งมีวาระ 5 ปี คอยเลือกนายกฯอยู่ ต่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำเเหน่งจนครบ 4 ปี ส.ว.ก็เลือกนายกฯ กลับมาได้อีก ในสภาพการณ์แบบนี้ทำให้การจัดวางตัวนายกฯ คนต่อไปเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย และเป็นเรื่องการสืบทอดอำนาจของ คสช. เนื่องจากรัฐธรรมนูญนี้เป็นมรดกของ คสช.
    ส่วนที่มองว่าเป็นการพูดเพื่อสร้างความขัดเเย้ง น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ความขัดเเย้งเกิดขึ้นจากการไม่ยอมให้อำนาจอยู่ในมือประชาชน พยายามจะยึดตัวเองอยู่ในอำนาจตลอดไป นี่ต่างหากคือความขัดเเย้งจริงๆ เป็นแบบนี้มา 5 ปีกว่าเเล้วในรูปแบบของรัฐบาลเผด็จการ เเม้วันนี้พยายามจะบอกโลกว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเราเหมือนสิ่งที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตยหรือเปล่า ลองถามตัวเองดู
"ชัช"ต้อนรับ"กวินนาถ"
    ที่รัฐสภา น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี ที่ถูกขับออกจากพรรคอนาคตใหม่ ยื่นเอกสารต่อนายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท เพื่อขอสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไท โดย น.ส.กวินนาถกล่าวว่า ย้ายมาสังกัดพรรคพลังท้องถิ่นไทโดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ มองข้ามความขัดแย้งเพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไป ยืนยันว่าไม่ได้อยู่พรรคพลังประชารัฐ และรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง คิดว่าการทำงานร่วมกันภายหน้าไม่น่าจะมีปัญหา ส่วนที่ยังมีปัญหาคลางแคลงใจกับประชาชนก็ไม่อาจทำหน้าที่สนับสนุนได้ การเข้ามาร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้หมายความว่าเห็นด้วยกับ พล.อ.ประยุทธ์ทุกอย่าง แต่บางอย่างถ้าเป็นประโยชน์ก็ยกให้
    เมื่อถามว่า จะชวนนายจารึก ศรีอ่อน และ พ.ต.ท.ธนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี ที่ถูกขับออกจากพรรคอนาคตใหม่ เข้าร่วมกับพรรคพลังท้องถิ่นไทด้วยหรือไม่ น.ส.กวินนาถกล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่มีการพูดคุยกัน หากทราบว่ายังไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใดก็อาจจะชวนมาให้สังกัดพรรคพลังท้องถิ่นไทด้วยกัน
    ด้านนายชัชวาลล์กล่าวว่า กลุ่มกิจสังคมใหม่ ประกอบด้วย พรรคพลังท้องถิ่นไท, พรรคไทยศรีวิไลย์, พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย และพรรคประชาธรรมไทย ยินดีต้อนรับ น.ส.กวินนาถ ที่มีอุดมการณ์ตรงกันทำงานเพื่อประเทศชาติร่วมกัน
     นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ คณะทำงานการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งซ่อมขอนแก่น พรรคเพื่อไทย กล่าวถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ระบุให้ยอมรับผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น ว่าแม้เราจะเคลือบแคลงสงสัยอย่างไรก็ตาม แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ และ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งให้นายสมศักดิ์ คุณเงิน เป็น ส.ส. เราจะรับ-ไม่รับนายสมศักดิ์ก็เป็นผู้เแทน มีสิทธิในตำแหน่งทุกประการ ขอให้ดูแลปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ทั้ง ภัยแล้ง ราคาพืชผลเกษตร ปัญหายาเสพติด 
    "กกต.บอกว่าการเลือกตั้งที่ขอนแก่นไม่มีการทุจริต ข้าราชการวางตัวเป็นกลาง ทั้งๆ ที่ธงพรรคการเมืองบางพรรคปักอยู่บนโต๊ะทำงานจนเกือบจะทิ่มลูกกะตา กกต.อยู่แล้ว ผมคนบ้านนอก คนบ้านนอกบอกว่าถ้าโกงแล้วเขาจับได้ ถือว่าโกง แต่ถ้าโกงแล้วเขาจับไม่ได้ถือว่าไม่โกง แต่กรณีนี้เขาไม่จับ เลยไม่รู้ว่าโกงหรือไม่โกง" นายพิพัฒน์ชัยกล่าว 
    นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ตนตัดสินใจลาออกจากทุกตำแหน่ง รวมถึงสมาชิกและกรรมการบริหารพรรคเพื่อชาติแล้ว ขอบคุณพรรคเพื่อชาติ ผู้ใหญ่ในพรรคทุกคน ที่ได้ให้โอกาสตนเข้ามาทำงานการเมืองเป็นครั้งแรก มีกลุ่มการเมืองหลายกลุ่มทาบทามเข้าร่วมตั้งพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งตนก็ยังไม่ได้ตัดสินใจชัดเจน แต่ยอมรับว่าก็มีความสนใจอยู่บางพรรค ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงหารือ ศึกษาเป้าหมาย อุดมการณ์ของพรรคใหม่ดังกล่าวว่าจะสามารถนำบ้านเมืองไปสู่ก้าวใหม่แห่งการเปลี่ยนแปลงประเทศได้หรือไม่ ซึ่งหลายกลุ่มที่ตนได้ไปร่วมพูดคุยหารือด้วยต่างเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่มีชื่อเสียงจากหลากหลายแวดวงที่มีความตั้งใจดีต่อบ้านเมือง และอยากจะทำพรรคการเมืองให้เป็นพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ๆ ให้สังคมอย่างแท้จริง ส่วนจะไปร่วมงานกลับกลุ่มใด หลังปีใหม่น่าจะมีความชัดเจน.