ระหว่าง 'ติ่งธนาธร' กับ 'ติ่งบิ๊กตู่'


เพิ่มเพื่อน    

                ฮื่ออ์อ์อ์...ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไป ขุด มาจากไหน??? สำหรับบรรดาผู้ตอบแบบการสำรวจวิจัย ของสำนักโพลต่างๆ ในช่วงส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ ที่เป็นข่าว เป็นคราว ไปแล้วเมื่อวานนี้ ซึ่งน่าจะสร้างความตื่นเต้ลล์ล์ล์ ฮือฮา ความตกตะลึง พรึงเพริด ให้กับใครต่อใครมิใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็นประเภท  ติ่งธนาธร หรือ ติ่งรัฐบาล ก็ตามที...

                                                             ------------------------------------------------------

                เพราะไม่ว่าโพลไหน ต่อโพลไหน...ดูๆ มันจะออกไปในแนวเดียวกันทั้งสิ้น ทั้ง นิด้าโพล กรุงเทพโพลล์ สวนดุสิตโพล ล้วนแต่แสดงให้เห็นถึงความมาแรง แซงโค้ง ของคุณน้อง ธนาธร โหว่ ชนิดรั้งไม่หยุด-ฉุดไม่อยู่เอาเลยจริงๆ ขนาดท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านจะขยันออกเดินสาย ระดับรองเท้าบูต  รองเท้ายาง สึกไปเป็นคู่ๆ ใคร เบื่อ ท่าน แต่ท่านไม่คิดจะเบื่อใคร ถึงกระนั้น ก็ยังโดนเด็กๆ ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมยูเอชที แซงซ้าย ปาดหน้า ตรงคอสะพาน คะแนนนิยมทิ้งห่างระดับเกือบสิบๆ เปอร์เซ็นต์ เอาเลยถึงขั้นนั้น...

                                                              ------------------------------------------------------

                แม้ว่าความเป็น นายกฯ โพล กับ นายกฯ ตัวจริง-เสียงจริง...มันอาจผิดแผก แตกต่าง กันแบบคนละเรื่อง คนละม้วน แต่ภายใต้ ผลโพล ที่ออกมาในแนวนี้ ยังไงๆ...ก็คงไป ประมาท ไป ดูเบา มิได้เป็นอันขาด เพราะอย่างน้อยมันก็ก่อให้เกิด คำถาม ที่คงต้องไล่เลียงรายละเอียด หา คำตอบ กันในอีกหลายต่อหลายข้อ โดยเฉพาะสำหรับบรรดาพวก ติ่งรัฐบาล ทั้งหลาย ว่าเหตุใด...พวกที่ตอบแบบสำรวจสำนักโพลต่างๆ ทั้งหลาย มันถึงไม่ได้รู้สึกอยากจะสูดกลิ่นมาดามหอมชื่นใจ แบบเดียวกับตัวเองเอาเลยแม้แต่น้อย ดันหันไปแหกทวารคุณน้อง ธนาธร ดม กันแทนที่...

                                                                 ------------------------------------------------------

                คือไม่ว่าพวก ติ่งธนาธร จะเป็นโรค ริดสีดวงจมูก หรือเป็นผู้มีรสนิยมในการดมกลิ่นวิปริต ผิดเพี้ยน ไปถึงขั้นไหน แต่การที่มันมีจำนวน ปริมาณ ปาเข้าไปถึงระดับ 50 เปอร์เซ็นต์ขึ้น ในทุกๆ โพลนั้น อันนี้...จะเอาแต่ไปด่าว่า ด่าทอ เยาะเย้ย เสียดสี ไยไพ มุ่งแต่จะสาดสากกะเบือบินใส่กันและกันไปโดยตลอด มันคงไม่ได้ช่วยอะไรมากมายซักเท่าไหร่นัก มีแต่ต้อง 30 บาทรักษาทุกโรค เอาไว้ซะแต่เนิ่นๆ ต้องหาทางแก้ไข เยียวยา บำบัด รักษา อย่างเป็นระบบ ก่อนที่มันจะกลายเป็น โรคระบาด หรือ โรคติดต่อ หนักยิ่งไปกว่านี้...

                                                                  --------------------------------------------------------

                และที่สำคัญที่สุดก็คือ...ต้องทำให้ กลิ่น ของ บิ๊กตู่ ไม่ว่าจะออกมาจากส่วนไหน ส่วนหัว หรือส่วนท้ายก็ตามแต่ ต้องเป็นกลิ่นที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล หรือไม่ได้หอมชื่นใจกันแต่เฉพาะกลุ่ม แต่เฉพาะ รสนิยม ของใคร-ของมันแต่เพียงเท่านั้น อะไรที่มันไม่ได้ถึงกับหอมหวน ทวนลม แต่อย่างใด  อย่างเช่น ขี้ แต่ละก้อนที่ดูด ที่สูบ เอามาจากบ่อเกรอะของใครต่อใครตั้งแต่แรก หรือที่กำลังดูด กำลังสูบ กำลังปลูกสวนกล้วยเพื่อเอาไว้เลี้ยงงูเห่ากันโดยเฉพาะ อันนี้...จะไปตั้งหน้า ตั้งตาดม หอมจังเลย!!! กันไปแต่เฉพาะกลุ่ม มันก็คงไม่ต่างอะไรไปจาก ติ่งธนาธร เขานั่นแหละ...

                                                                     ------------------------------------------------------

                อีกทั้งโดย ความเป็นติ่ง นั้น...มันคงไม่ได้ช่วยให้ดูเก๋ ดูเท่ ดูดีอะไรขึ้นมามากมาย เผลอๆ อาจต้องถือเป็น เนื้อร้าย ออกไปทางเป็นหูด เป็นเสี้ยน เป็นสิว เป็นฝ้า ฯลฯ ที่ควรต้องหันไปคว้าครีมไข่มุก ลบรอยฝ้า หน้าขาว ตรากวนอิม หรือครีมออสโลแก้หน้าท้องลาย มาทาเช้า ทาเย็น ซะอีกต่างหาก เพราะสิ่งที่เรียกว่า เสถียรภาพและความมั่นคง ของรัฐบาล ไม่ว่าจะรัฐบาลไหนต่อรัฐบาลไหนก็แล้วแต่ เอาเข้าจริงๆ แล้ว...มันคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับติ่งใด ติ่งหนึ่ง เอาเลยแม้แต่น้อย แต่อยู่ที่การตั้งมั่นอยู่ในความถูกต้อง ชอบธรรม หรือการเดินไปตาม ครรลอง-คลองธรรม นั่นแหละเป็นหลัก...

                                                                       ---------------------------------------------------

                อย่างไรก็ตาม...สำหรับ นายกฯ โพล อย่างคุณน้อง ธนาธร แล้ว การที่ ผลโพล แต่ละสำนักออกมาในแนวนี้ นอกจากถือเป็นเรื่องน่าปลาบปลื้ม น่ายินดี ไม่ว่าต่อตัวเอง หรือต่อบรรดา ติ่งธนาธร ทั้งหลายแล้ว สิ่งที่ควรหยิบมาคิด มาพิจารณา เอาไว้ซะแต่เนิ่นๆ ก็คือ...อย่าได้คิดหันไปหา วิถีทางอื่นๆ ที่ไม่ใช่วิถีทางรัฐสภาต่อไปอีกเลย โดยเฉพาะวิถีทางการ ลงถนน ที่มันคงไม่อาจอาศัยขีดความสามารถทาง การตลาด ล้วนๆ มาสร้างคะแนนนิยม ได้อย่าง ไหลลื่น เหมือนการอาศัยพรรคการเมือง อย่างพรรคอนาคตใหม่ ได้อยู่แล้วแน่ๆ...

                                                                   ------------------------------------------------------

                การมีโอกาสได้ผงาดขึ้นมาเป็น นายกฯ โพล หรือผงาดขึ้นเป็น พรรคการเมืองอันดับ 3 ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ต้องถือเป็น ขีดความสามารถทางการตลาด ของคนหนุ่มรุ่นใหม่รายนี้ อย่างมิอาจปฏิเสธได้ แต่การไปให้ถึงความเป็น นายกฯ ตัวจริง-เสียงจริง นั้น มันคงต้องอาศัยองค์ประกอบอีกหลายต่อหลายสิ่ง หลายอย่าง โดยเฉพาะถ้ามองจากประวัติศาสตร์การเมืองไทยเท่าที่ผ่านมา ก็ยังไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีรายใดที่มาจากการ ลงถนน เอาเลยแม้แต่น้อย มีแต่ต้องหันไปสร้าง ติ่ง สร้าง หูด กันไปเรื่อยๆ จนกว่าติ่งใครใหญ่กว่า หูดใครโตกว่า ถึงมีสิทธิ์เป็น นายกฯ ตัวจริง ได้แบบจริงๆ จังๆ ส่วนหลังจากนั้น...จะต้องเข็นเข้าห้องผ่าตัด เพื่อขจัดเนื้องอก เนื้อร้าย กันแบบไหน อย่างไร คงต้องไปว่ากันอีกที...

                                                                    -----------------------------------------------------

               ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก G. Herbert...Great and good are seldom the same. - ความเป็นคนใหญ่ คนโต กับความเป็นคนดี...มักไม่เหมือนกัน...”

                                                                    -------------------------------------------------------

 


นักข่าวนี่....ก็นะ น่าจะเปลี่ยน "ซิมสมอง" ซะมั่ง ทำเป็นหุ่นยนต์ "โปรแกรมสำเร็จรูป" ไปได้ อภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จปุ๊บ ต้องปรี่ถามนายกฯ ปั๊บ "ปรับ ครม.มั้ยคะ?"

บุญทาน "คุ้มบ้าน-คุ้มเมือง"
'เรื่องนักเรียนกับคนบ้าข่าว'
มหกรรม 'มหา'ลัย' แข่งติด #
ผ่ายุทธการอรุณรุ่งริ่ง
'สิ้นสุดทางคุก' ของ ๓ มะกอก
จบที่ 'ไม่ยอมจบ' ของทอน