ซักฟอก‘พ่อ’บิ๊กตู่! ‘เหลิม’เย้ยรัฐบาลขาสั่นจ่ออภิปรายหลังตรุษจีน


เพิ่มเพื่อน    

  สะพัด ข้อมูลอภิปรายเพื่อไทยพุ่งเป้าประยุทธ์-กลุ่มทุน เอื้อประโยชน์ต่างตอบแทน ลากไปถึง "พ่อบิ๊กตู่" ซื้อที่ดินสูงเกินจริง โยงรื้อสัญญาเช่าที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ให้ทุนดัง 50 ปี "เฉลิม" เผยซักฟอกหลังตรุษจีน อยากให้คนจีนสนใจเยอะๆ ถ้า "ชวน" อนุญาตจะขุดตั้งแต่รัฐบาล คสช. ยอมรับ "ลูกวัน" พรรษายังไม่ถึง 

    ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาความพร้อมในการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล 
    ร.ต.อ.เฉลิมแถลงว่า เบื้องต้นคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย กำหนดตัวรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายไว้ 5 คน โดยจากนี้จะเสนอนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อนำไปหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอีก 6 พรรคว่า จะมีการเพิ่มเติมรัฐมนตรีท่านอื่นอีกหรือไม่ ซึ่งถ้าหากมีตนก็ไม่ขัดข้อง ถือว่าเป็นสิทธิอย่างชอบธรรมในการทำงานร่วมกัน หรือแม้แต่คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย หากมีข้อมูลและตัวบุคคลไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ตนก็ไม่ขัดข้อง 
    "ยืนยันว่าขณะนี้มีความพร้อม 100% ส.ส.ผู้ที่จะอภิปรายก็พร้อม พยานหลักฐานก็พร้อม จะไม่ทำให้พี่น้องประชาชนผิดหวัง แต่ขอยังไม่เปิดเผยชื่อผู้อภิปราย เพราะรัฐบาลนี้ต่อเนื่องมาจากคสช. มีนิสัยเกเร ใครเห็นต่างหัวแตก ปากแตก ถูกทุบรถ และยังไม่สามารถจับใครได้เลย ทั้งนี้ เบื้องต้นผู้อภิปรายทั้งหมดน่าจะประมาณ 25 คน ส่วนวันเวลาในการอภิปรายนั้น ตนอยากให้พ้นเทศกาลตรุษจีนไปก่อน อยากให้คนจีนสนใจเยอะๆ"
         กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลเพิ่งทำงานได้ 5 เดือน ไม่ควรอภิปรายเรื่องเก่านั้น ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ไม่คัดค้าน แต่ไม่เห็นด้วย เพราะรัฐบาลชุดนี้ทำงานต่อเนื่องมาโดยตลอด ไม่เคยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะมีผู้นำปฏิวัติเป็นนายกฯ มีมาตรา 44 มี สนช.ในสภา แล้วใครจะกล้า ดังนั้น อย่ามากำหนดว่าอะไรควรหรือไม่ควรพูด อยู่ที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร 
    "รัฐบาลกินยาผิดซองแล้ว ไหนว่าไม่กลัว อย่างนี้เรียกว่าปากกล้าขาสั่น หมดเวลาแล้ว พอเถอะ วันนี้ไม่มีใครกลัวใคร ประเทศเป็นประชาธิปไตยแล้ว"
    ส่วนกรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลการซื้อขายที่ดินของครอบครัวของ พล.อ.ประยุทธ์ย่านบางบอนนั้น ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ไม่สามารถพูดได้ว่าจะโยงไปถึงหรือทำให้ พล.อ.ประยุทธ์มีตำหนิหรือไม่ แต่ยืนยันว่ามวยยกแรกเริ่มขึ้นแล้ว ส่วนรายละเอียดนั้นมีผู้ที่จะอภิปรายแล้ว ตนไม่อยากพูดมาก เดี๋ยวรสชาติไม่มี เพราะตนเป็นแค่กองหนุน
        ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะได้อภิปรายในสมัยรัฐบาลคสช. ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า หากนายชวนอนุญาต รัฐบาลก็ทำได้แค่ยืนขึ้นแล้วบอกว่าขอไม่ตอบ ซึ่งก็เป็นเรื่องของคุณ ส่วนประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นจะยังไม่ขอบอก เพราะต้องรออีก 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านด้วย แต่มั่นใจว่าหลังจากอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น จะทำให้กระแสสังคมเบื่อนายกฯ และรัฐบาล จนคนชิงชังว่า ทำกันได้ขนาดนี้เชียวหรือ ส่วนจะล้มรัฐบาลได้หรือไม่นั้น ขอถามกลับว่ามีสมัยไหนที่เขาโหวตล้มกันเอง ไม่มีหรอก แต่ครั้งนี้ทายใจส.ส.ไม่ออก ถ้าข้อมูลฝ่ายค้านไหลมากๆ ส.ส.ก็อาจรักบ้านรักเมือง ไม่เอาด้วยกับรัฐบาลแล้วก็เป็นได้ 
"ลูกวัน"พรรษาไม่ถึง
    ถามว่า จะส่งนายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย บุตรชาย เป็นตัวแทนในการอภิปรายด้วยหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ถือเป็นสิทธิของนายวัน แต่ในใจตนนั้นมองว่าพรรษายังไม่ถึง ยังมีอีกหลายครั้ง ยังมีเวลา  
         ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย รองประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จะมีการหารือกับอีก 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านในสัปดาห์หน้าเพื่อสรุปข้อมูล ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ไม่เลอะเทอะ ไม่กระจัดกระจาย แต่ชี้ให้ประชาชนเห็นถึงความไม่เหมาะสม เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่นั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อการวางตัวผู้อภิปรายหรือไม่ ไม่อยากพูดถึงเรื่องอนาคต แต่เป็นเรื่องของพรรคอนาคตใหม่ที่จะพิจารณา แต่มั่นใจว่าพรรคฝ่านค้านจะร่วมมือกันอย่างดีทั้ง 7 พรรค 
    รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า หลังจาก ร.ต.อ.เฉลิม  เข้ามาทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ ซึ่งรับผิดชอบดูแลข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ ซึ่งมีรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายแน่นอนอย่างน้อย 5 คน ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์   นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้มีการประชุมเป็นระยะๆ กับคณะทำงานกิจการพิเศษ และ ส.ส.ที่จะอภิปราย โดยเป้าหมายของการอภิปรายจะพุ่งเป้าไปยัง พล.อ.ประยุทธ์มากเป็นพิเศษ ในลักษณะทำงานเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนบางราย ที่เป็นในลักษณะต่างตอบแทน ทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแก่ภาครัฐ
       ข้อมูลที่จะอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ ประกอบด้วย การซื้อขายที่ดินของ พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา ย่านบางบอนซอย 3 เนื้อที่ 50-3-08 ไร่ ให้กับบริษัทหนึ่งที่เป็นนอมินีของเจ้าสัวในวงการน้ำเมาคนดังระดับประเทศ ซึ่งสิ่งที่น่าผิดสังเกตคือ มีการตั้งบริษัทดังกล่าวขึ้นมาเพียงแค่ 7 วัน และจากนั้นมีการซื้อที่ดินมีมูลค่าสูงกว่าราคาประเมินถึง 600 ล้านบาท และจากกรณีดังกล่าวยังเกี่ยวโยงไปถึงเรื่องการแก้ไขสัญญาร่วมทุน ซึ่งเป็นสัญญาการบริหารและดำเนินกิจการศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยในยุครัฐบาลคสช. ได้ทำสัญญาใหม่ โดยไม่มีการเปิดให้มีการประมูล รวมทั้งให้สิทธิในการบริหารและดำเนินกิจการแก่บริษัทสูงถึง 50 ปี
         ขณะเดียวกัน ในการซื้อขายที่ดินย่านบางนา-ตราด ซึ่งสำนักงานบังคับคดีสมุทรปราการ ประกาศขายทอดตลาดที่ดินของบริษัท เอคิว เอสเตท ของกลุ่มกฤดามหานคร จำนวน 214 แปลง เนื้อที่ประมาณ 4,114 ไร่ ซึ่งราคาประเมินเดิมตารางวาละ 1.2หมื่นบาท แต่กลับขายในราคาต่ำกว่าราคาประเมินเหลือตารางวาละ 4,000 บาทเท่านั้น โดยมีการแยกขายเป็นรายแปลง ระบุให้ที่ผืนหนึ่งเป็นที่ตาบอด ที่อีกผืนหนึ่งเป็นที่ติดถนน ทั้งที่ที่ดินทั้งสองผืนเป็นแปลงเดียวกัน โดยบริษัทที่ชนะการประมูลก็คือบริษัทร่วมทุนของเจ้าสัวคนดังในวงการน้ำเมาเช่นกัน
      รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเผยอีกว่า ในส่วนของการอภิปรายนายวิษณุกับนายดอนนั้น เกี่ยวกับประเด็นบริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ ตามที่อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องดำเนินคดี 2 คดี โดยคดีแรก เป็นการนำเข้าบุหรี่จากประเทศฟิลิปปินส์ รวมราคาบุหรี่และค่าอากร 20,210,209,582.50 บาท และคดีที่สอง เป็นการนำเข้าบุหรี่จากประเทศอินโดนีเซีย รวมราคาบุหรี่และค่าอากร 4,953,456,655.93 บาท รวมเป็นค่าบุหรี่และค่าอากรทั้งสิ้น 25,163,666,311.43 บาท 
"วิษณุ"แทรกแซง
    แต่หลังจากมีรัฐบาล คสช.ที่มาจากการยึดอำนาจ นายวิษณุ เข้าไปแทรกแซงการดำเนินคดีของพนักงานอัยการ เมื่อวันที่ 9มิ.ย.2558 ได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปปรึกษาหารือที่ทำเนียบรัฐบาล โดยผลประชุมเพื่อให้บรรเทาความเสียหายแก่บริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ เสนอให้อัยการสูงสุดถอนฟ้อง แต่พนักงานอัยการไม่เห็นด้วย เพราะได้สั่งฟ้องแล้ว 
    ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์มีหนังสือเสนอร่าง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ... ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้ยกเลิก พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 และให้ใช้ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.... ฉบับใหม่แทน ต่อมา พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และได้ยกเลิก พ.ร.บ.ฉบับเก่าไป ซึ่ง พ.ร.บ.ฉบับใหม่นั้น กลับระบุให้รับโทษค่าปรับน้อยกว่า โดยนำเฉพาะค่าอากรที่หลีกเลี่ยงเท่านั้นมาเป็นฐานในการคำนวณค่าปรับ ส่วนค่าของหรือราคาสินค้าไม่ได้นำมาคำนวณเป็นฐานในการชำระค่าปรับ และยังเปิดโอกาสให้ใช้ดุลพินิจปรับได้ตั้งแต่ 0.5 เท่าถึง 4 เท่า
         นอกจากนี้ หลังจากที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560แล้ว นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ส่งหนังสือไปถึงนายวิษณุ 2 ฉบับ คือ ลับที่สุด ด่วนมากที่ กต 0804/438 ลงวันที่ 23 ก.ค.2561 เรื่องความเห็นเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์กรณีสินค้าบุหรี่นำเข้า (DS371) และหนังสือลับที่สุด ด่วนที่สุด ที่ กต 0804/13 เรื่องการะงับข้อพิพาทระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ กรณีสินค้าบุหรี่นำเข้า (DS371)
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ระบุรัฐบาลเพิ่ง 5 เดือน อย่าอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องเก่าว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องทำความเข้าใจกับตัวเองว่าเป็นนายกรัฐมนตรี คสช.มา 5 ปี รัฐบาลหลังเลือกตั้งอีกเกือบปี เข้าสู่ปีที่ 6 ประชาชนเบื่อ ดาหน้าออกมาโพสต์ระบาย จนทำให้แฮชแท็ก“เบื่อนายก” เป็นแฮชแท็กที่ถูกติดมากเป็นอันดับหนึ่ง ประชาชนเห็น พล.อ.ประยุทธ์มาเกือบ 6 ปี ตัดสินใจได้ว่ามีทักษะความรู้ความสามารถในการบริหารประเทศในระดับใด ถ้าเก่งจริง ดีจริง คงสร้างผลงานจนเป็นที่ประจักษ์ไปตั้งแต่ช่วงปีแรกๆ แล้ว ในอดีตรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในขณะที่ทำงานได้ 4 เดือน เวลามากน้อย จึงไม่ใช่สาระสำคัญ สิ่งสำคัญคือ บริหารราชการแผ่นดินจนเกิดความผิดพลาด สร้างความเสียหายหรือไม่ การที่คนในรัฐบาลดาหน้าออกมาห้ามพรรคเพื่อไทยและพรรคฝ่ายค้านไม่ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยเรื่องเก่านั้น ไม่เข้าใจว่ากลัวอะไรกันนักหนา
    "ถ้าเรื่องเก่ายังคงส่งผลหรือมีผลจนถึงปัจจุบัน สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติและประชาชนจำนวนมาก สามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หรือไม่ เชื่อว่าถ้าประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ฝ่ายค้านเปิดเผย รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอยู่ไม่ได้ อย่างน้อยต้องมีการปรับ ครม.และเมื่อปรับ ครม.จะเกิดความโกลาหลวุ่นวาย ส.ส.ปัดเศษ จากพรรคขนาดเล็กจะรวมตัวกันต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีโควตาพรรคเล็ก ต้องแจกกล้วยรอบใหญ่ๆ กันอีกหลายรอบ เมื่อไปสู่จุดนั้นเตรียมตัวนับถอยหลังอายุรัฐบาลประยุทธ์ได้เลย 1 ปี มี 12 เดือน ถ้าเป็นมวยก็ 12 ยก ไม่มั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์จะยืนระยะได้กี่ยก จะโดนน็อกยกไหน โดยเฉพาะช่วง 6 ยกแรก นักหนาสาหัสมาก ยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ นำไปสู่การล้มรัฐบาลและเปลี่ยนตัวนายกฯ ได้แน่นอน” นายอนุสรณ์กล่าว
ไม่กลัว"เหลิม"
    นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ จะนัดหารือเพื่อรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า พรรคภูมิใจไทยมั่นใจว่าทุกท่านที่ถูกอภิปรายจะมีเหตุผลในการชี้แจงได้ และสปิริตของการร่วมกันเป็นหมู่คณะ ต้องมีอยู่แล้วในขอบข่ายที่ทุกอย่างต้องไม่ทำเพื่อประโยชน์ของตนเอง ต้องกระทำด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองและประชาชน มีหลักอยู่แล้ว สปิริตก็มีหลักของการยอมรับได้ ยอมรับไม่ได้ก็มี ฉะนั้นไม่ต้องห่วงคนที่เป็น ส.ส.ทุกคนมีวิจารณญาณรับฟังและต้องตัดสินใจ
    ผู้สื่อข่าวถามว่า การนำทีมอภิปรายของฝ่ายค้าน โดยมี ร.ต.อ.เฉลิมเป็นกุนซือดูแล้วน่ากลัวหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าทำด้วยเจตนาที่สุจริตก็ไม่ต้องกลัว แต่ถ้ามีเจตนาไม่สุจริตก็ต้องกลัวเป็นธรรมดา 
    เมื่อถามว่า มั่นใจในการทำหน้าที่ของผู้ถูกอภิปรายว่ายังไม่ถึงขั้นถูกล้มในสภาหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า อยากให้ทุกฝ่ายรักษาบรรยากาศ ตอนนี้ปีใหม่แล้วบ้านเมืองต้องก้าวหน้าต่อไป การจะอภิปรายหรือกล่าวหาอะไรต่างๆ ขอให้มีขอบเขต นั่นหมายถึงอภิปรายรัฐบาลนี้ควรพูดถึงเรื่องที่ทำในรัฐบาลนี้ ไม่ใช่พูดถึงอนาคตหรืออดีต หรือไปคุ้ยอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลชุดปัจจุบัน จะได้จำกัดวงได้ และสามารถชี้แจงประชาชนได้อย่างชัดเจน แต่ถ้าโอเพนมารอบด้าน อาจไม่เข้าข่าย และจะทำให้เกิดความเคลือบแคลงระแวงสงสัย แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน ตรงนี้ต้องดู ถ้ารัฐบาลทำตรงไหนไม่ดีไม่งาม มีวาระซ่อนเร้นอะไรต่างๆ อันนี้ต้องขุดมาเต็มที่เลย คนที่รับผิดชอบต้องชี้แจงให้ได้
    ซักว่าถ้าถึงขั้นนั้นพรรคภูมิใจไทยจะปกป้องหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าผิดจริงปกป้องไม่ได้ สปิริตของการอยู่ร่วมกัน ใครกลั่นแกล้ง เอาข้อความอันเป็นเท็จมาใส่ร้ายป้ายสี เราต้องช่วยกันปกป้อง แต่ถ้าบุคคลนั้นกระทำการทุจริต ผิดกฎหมาย อย่าว่าแต่รัฐบาลด้วยกัน คนในพรรคยังปกป้องไม่ได้เลย หากคนในพรรคทำแบบนั้นตนคงไม่รอให้ไม่ไว้วางใจ เชือดก่อน
    ถามว่าดูเหมือนรัฐบาลต้องทำงานหนัก หมอดูทำนายทายทักการเมืองวิกฤติหนักถึงขั้นยุบสภา นายอนุทินกล่าวว่า หวังว่าหมอดูคงไม่แม่น เราต้องเอาความขยัน ความตั้งใจมุ่งมั่นทุ่มเททำงานให้กับบ้านเมือง คนที่จะมาบริหารราชการแผ่นดินได้ โอกาสมีไม่เยอะกว่าจะมาได้ต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่อสู้แข่งขันมา เมื่อมีโอกาสต้องทำในสิ่งที่ดี ถ้าทุกคนขยันทำงานด้วยกันจะเป็นพลังสามารถทนทานกับแรงกดดันต่างๆ ได้ วันนี้เราทำดีที่สุด ทำตามสิ่งที่ให้สัญญาไว้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด ต้องมั่นใจว่าครบหรือไม่ครบวาระ เรายังอยู่ในใจประชาชน สิ่งที่จะตัดสินอนาคตของเราคืองานและผลงาน และประชาชน เราตัดสินตัวเองไม่ได้ ดังนั้นต้องทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้สมบูรณ์ที่สุด
     ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า สถานการณ์ทางการเมืองปี 2563 มีแนวโน้มจะเข้มข้นขึ้น แต่ตนเชื่อว่าคงไม่มีการลุกลามบานปลายสร้างความเสียหายให้ประเทศเหมือนในอดีต เพราะพี่น้องประชาชนมีบทเรียนมาแล้ว คงไม่ยอมให้ประเทศเสียหาย และจะเป็นการซ้ำเติมประเทศทางด้านเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันรัฐบาลจะไม่ขอเป็นคู่ขัดแย้งกับใคร พยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางการเมือง มุ่งเน้นทำงานให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะจะมีการเร่งดำเนินนโยบายต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน การดูแลสวัสดิการ รวมไปถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สามารถนำพาประเทศไปสู่จุดหมายที่ประชาชนคาดหวังได้ แม้ว่าจะเจอปัญหาอุปสรรคมากมายก็ตาม
        นายธนกรกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเตรียมขุนพล 25 คนอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร เป็นเรื่องที่ดีที่ฝ่ายค้านต้องตรวจสอบรัฐบาลตามกลไกรัฐสภา รัฐบาลพร้อมที่จะชี้แจงทุกประเด็น ไม่กลัวถูกน็อกกลางสภา ตามที่ฝ่ายค้านขู่ เพราะมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต แต่ทางที่ดีฝ่ายค้านเองก็ต้องระวังด้วย เพราะหอกอาจจะหันพุ่งใส่ตัวเองก็ได้ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย สมัยที่เป็นรัฐบาลก็เกิดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันใช่หรือไม่ ดังนั้น การจะอภิปรายกล่าวหารัฐบาล หากนำข้อมูลหลักฐานที่ไม่ถูกต้องก็ต้องรับผิดชอบด้วย
    เขากล่าวด้วยว่า สำหรับ ร.ต.อ.เฉลิม ซึ่งเป็นผู้ดูแลการอภิปรายนั้น ด้วยความเคารพผู้อาวุโส แต่เท่าที่เห็นขณะนี้ยังไม่น่ากลัวอะไร โลกวันนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ร.ต.อ.เฉลิมเองก็ไม่ได้เป็นส.ส. ท่านอยู่นอกสภา ไม่ได้มาอภิปรายเอง ทำให้เวลามาสภาคงไม่เจอเฉลิมแล้ว จะเจอก็แต่นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ลูกชายท่าน วันนี้ประชาชนจึงอยากให้นายวันเป็น 1 ใน 25 ขุนพลด้วย เพราะหวังว่าจะได้ฟังการอภิปรายที่ดีกว่า ส.ส.หน้าเดิมๆ ที่หมุนเวียนกันอภิปรายจนประชาชนเริ่มจะเบื่อ และเชื่อว่านายวันอาจจะมีลีลาการอภิปรายที่น่าสนใจมากกว่าก็เป็นได้.
    


นักข่าวนี่....ก็นะ น่าจะเปลี่ยน "ซิมสมอง" ซะมั่ง ทำเป็นหุ่นยนต์ "โปรแกรมสำเร็จรูป" ไปได้ อภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จปุ๊บ ต้องปรี่ถามนายกฯ ปั๊บ "ปรับ ครม.มั้ยคะ?"

บุญทาน "คุ้มบ้าน-คุ้มเมือง"
'เรื่องนักเรียนกับคนบ้าข่าว'
มหกรรม 'มหา'ลัย' แข่งติด #
ผ่ายุทธการอรุณรุ่งริ่ง
'สิ้นสุดทางคุก' ของ ๓ มะกอก
จบที่ 'ไม่ยอมจบ' ของทอน