มรสุมการเมืองถาโถมปีหนูทอง? รัฐบาลสยบศึก-เรือลุงตู่ อยู่นาน


เพิ่มเพื่อน    

เมื่อสำรวจอุณหภูมิไข้ของสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงก่อนสิ้นปี 2562 พบว่าอาการไข้ของฝ่ายค้านดูจะหนักหนาสาหัสเอาการอยู่ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลเอาตัวรอดผ่านพ้นมรสุมต่างๆ ไปได้แบบสบาย แม้จะมีหมอดูฟันธงว่าการเมืองปีหนูทองจะหนักหนาเอาการถึงขั้นยุบสภาฯ
    เหลียวหลังไปดูฝ่ายค้านจากเดิมเสียง ส.ส. 7 พรรค ทิ้งห่างจากฝ่ายรัฐบาลแค่ 4-5 เสียง แต่เมื่อพรรคอนาคตใหม่ลงมติขับ 4 ส.ส.ออกจากพรรคเท่านั้นแหละ
    ทั้งงูเห่าและพรรคฝ่ายรัฐบาลก็เลยยิ้มแป้นหัวเราะร่าไปตามๆ กัน เพราะสิ่งที่มุ่งหวังได้สัมฤทธิผลแล้ว ที่แน่นอนก็คือ ส.ส.งูเห่าไปเพิ่มจำนวน ส.ส.ให้ฝ่ายรัฐบาล 
โดยเฉพาะปรากฏการณ์ “ศรีนวล โมเดล” หรือ “ศรีนวล บุญลือ” ส.ส.เชียงใหม่ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ที่ไปซบพรรคปฏิบัติการเลือดน้ำเงิน ของ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่เชื่อว่าแนวทางนี้ ส.ส.พรรคสีส้ม จะเดินตามอย่างสบายใจหากในอนาคตต้นสังกัดดับลง
    จากเหตุการณ์เบื้องต้นทำให้รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ กลายเป็นฝ่ายค้านสำลักน้ำในทันที งานในสภาฯ ทำให้ฝ่ายรัฐหายใจโล่งจมูกขึ้นทันตาเห็น
    พรรคอนาคตใหม่กำลังตกอยู่ในสภาพ “ฆาตกรรมตัวเองต่อเนื่อง”
    นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค จากที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. เปลี่ยนมาเป็นพ้นสภาพการเป็น ส.ส.กรณีถือหุ้นสื่อ
    อีกในไม่ช้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมตัดสินคดีพรรคอนาคตใหม่ถูกร้องให้ยุบพรรค เนื่องจากมีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยไม่ต้องมีการไต่สวนเพิ่ม ในวันที่ 21 ม.ค.นี้ 
    และอีกคดีหนึ่ง กกต.ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ กรณีนายธนาธรนำเงิน 191 ล้านบาท ให้พรรคของตัวเองกู้ ซึ่งถือว่ากระทำผิดกฎมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
    กรณีหลังนี้ถือว่าพรรคอนาคตใหม่ตกอยู่ในสถานการณ์ไม่น่าวางใจ ไปหรืออยู่มีค่าเท่ากัน ถ้าพรรคดับไป ส.ส.ของพรรคส้มหวานก็ต้องวิ่งหาพรรคใหม่สังกัดภายใน 30 วัน    
โดยมีข่าวว่าพรรคขนาดสีน้ำเงินเป็นจุดหมายปลายทาง ด้วยคุณสมบัติเด่น ไม่เล่นการเมือง ที่เชื่อว่าจะลดความขัดแย้งให้แก่ ส.ส.พรรคแตก อาจถูกโจมตีเป็นคนเนรคุณ  หากไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ ที่สำคัญการมาเป็นคนภูมิใจไทยยังสามารถทำงานแก้ปัญหาปากท้องให้แก่ประชาชนได้ผ่านกระทรวงหลัก อาทิ สาธารณสุข คมนาคม และท่องเที่ยวและกีฬา  
ถึงตอนนั้น ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านที่ตอนนี้สำลักน้ำ อาจเปลี่ยนเป็นจมน้ำก็ได้
อย่างไรก็ตาม วันที่ 8-9 มกราคม 2563 สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 โอกาสที่คะแนนเสียง ส.ส.ฝ่ายค้านจะคว่ำร่าง พ.ร.บ.ในวาระ 3 จึงเป็นไปไม่ได้ การยุบสภาฯ หรือลาออกของ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อแสดงความรับผิดชอบจึงไม่มีสิทธิ์เกิดขึ้น 
    รวมไปถึงการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลที่คาดว่าจะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์หลังเทศกาลตรุษจีน ก่อนสภาฯ จะปิดสมัยประชุมในปลายเดือนกุมภาพันธ์ แม้จะสร้างภาวะระคายผิวให้กับเป้าหมายได้บ้างไม่มากก็น้อย อย่างดีก็อาจทำให้รัฐมนตรีบางคนเลือดซิบบ้าง จากผลกรรมในอดีตจากยุค คสช. นำมาขยี้ซ้ำในยุครัฐบาลเซียงกงประจานจนเสียความเชื่อถือให้สังคมรับทราบก็พอเป็นไปได้
    โดยล่าสุดมีการเปิดเผยจากพรรคเพื่อไทย ถึงรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกเชือดในการเปิดอภิปรายแน่นอนอย่างน้อย 5 คน ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายดอน ปรมัติวินัย รมว.ต่างประเทศ
     แต่จะถึงขั้นเล็งผลเลิศถึงขนาดผลักให้รัฐมนตรีที่โดนเชือดเลือดสาดจนกระเด็นจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงของฝ่ายค้านที่จมน้ำ พูดได้คำเดียวว่า “ยาก”
เว้นแต่จะมีการแทงข้างหลังกันเอง ที่เกิดขึ้นจากสนิมเนื้อในและอยากผสมโรงเพื่อเปลี่ยนเก้าอี้รัฐมนตรีให้คนขี้อิจฉาตาร้อนเข้ามานั่งบ้าง อย่างที่ให้เห็นช่วงปลายปี 2562     
    แต่สถานการณ์ทางการเมืองของไทยจะให้สงบเงียบ ไม่มีคลื่นลมโถมกระแทกก็ดูจะผิดปกติวิสัยของการเมืองไปสักหน่อย
    การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการไปเรียบร้อยแล้ว มีให้โหมกระแสรายวันพอเป็นกระสัย อาทิ บทบาทของ ส.ว.ลากตั้ง 250 คน ที่ดูเหมือนไม่เป็นประชาธิปไตย อาทิ การดำรงตำแหน่งของ ผบ.เหล่าทัพทั้ง 6 ท่านที่ไม่เหมาะสม หรือบทบาทการเลือกนายกฯ เป็นเวลา 5 ปี หลังการเลือกตั้ง   
ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่พอจะเป็นประเด็นให้ฝ่ายค้านรุมจ้องถล่ม เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ รายได้ของชาวบ้านในทุกระดับฝืดเคือง รัฐบาลและคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่ พล.อ.ประยุทธ์รับบทเป็นหัวหน้าทีมเองก็ยังแก้ไม่ได้ ขณะที่ทีมเศรษฐกิจปากท้อง งาน 3 คนจาก 3 พรรค 3 น้ำ ก็แยกกันทำงาน ประหนึ่งทำงานกันคนละดวงดาว  
แต่ล่าสุดก็มีการประสานรอยร้าวผ่านงานเลี้ยงปีใหม่ของนักข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ผ่านการโชว์รูป 3 พรรคแกนนำ พล.อ.ประยุทธ์ นายอนุทินแห่งภูมิใจไทย และจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ 
นอกจากนี้ยังอาจมีการโจมตีวิพากษ์วิจารณ์ว่าผู้ใหญ่ในรัฐบาลปกป้องช่วยเหลือพรรคพวกตัวเอง เช่น “เอ๋” ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) รุกป่า ส.ป.ก.ไปทำฟาร์มไก่ แถมยังใช้น้ำใช้ท่าของการประปาส่วนภูมิภาค แต่ยังไม่ดำเนินคดีให้เป็นเรื่องเป็นราว
    ขณะที่ พ.ต.ท.ไวพจน์​ อาภรณ์รัตน์  อดีต ส.ส.กำแพงเพชร​ หลังจากศาลฎีกาออกหมายจับ หลังไม่เดินทางไปฟังคำพิพากษาในคดีล้มการประชุมอาเซียน ก็ยังลอยนวล ไม่ถูกจับมาดำเนินคดี อย่างเช่นฝ่ายตรงข้ามที่ทยอยมีคดีความ ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง และทยอยเดินเข้าคุกเป็นว่าเล่น จึงเป็นเรื่องที่รัฐต้องสร้างมาตรฐานที่เท่าเทียมเพื่อเรียกศรัทธา 
    แต่ที่ต้องจับตาเห็นจะเป็นเรื่องการเมืองนอกสภาฯ โดยเฉพาะการเปิดศักราช 2563 ด้วยกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” ในวันที่ 12 มกราคมนี้ แม้จะไม่ระบุว่า “ลุง” เป็นใคร แต่ใครๆ ก็รู้กันว่า ลุงที่ถูกไล่จะเป็นคนอื่นไปไม่ได้นอกจากลุงคนนั้นแหละ
    โดยมีข้อเรียกร้องถูกวางไว้ 3 ข้อ คือ 1.แก้ปัญหาเศรษฐกิจ 2.แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย 3.หยุดใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้แก่พวกพ้อง หยุดรังแกผู้เห็นต่าง
    ก่อนหน้านี้พรรคอนาคตใหม่และนายธนาธรได้ชิมลาง ทดสอบพลังมวลชนด้วยการจัดกิจกรรมแฟลซม็อบบริเวณสกายวอล์ก ปทุมวัน เมื่อเย็นวันที่ 14 ธันวาคม ซึ่งมีประชาชนมาร่วมจำนวนไม่น้อย
    แม้ฝ่ายรัฐบาลและติ่งสีเขียวจะปรามาสว่ากระแสนี้จุดไม่ติด แต่ผู้ที่มีประสบการณ์ทางด้านการจัดม็อบก็ให้ข้อคิดว่า อย่าประมาท เพราะต้องยอมรับว่าเกือบ 6 ปีแล้วที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศมา คนจำนวนหนึ่งกำลังมีอาการเบื่อหน่ายรัฐบาลนี้ เพราะไม่ได้สร้างผลงานหลักๆ ที่ประชาชนจับต้องได้ ซึ่งยากต่อการปฏิเสธว่าไม่จริง
    ถ้าแฟลชม็อบเกิดที่นี่ได้ คนหลักร้อยหลักพันมาพบกันตามจุดนัดหมายแล้ววิ่งไล่ลุงกันอยู่เรื่อยๆ ที่โน่นที่นี่ จังหวัดโน้นจังหวัดนี้ พรรคพวกลุงจะทำอย่างไร จึงเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวัง โดยใช้ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะดักทางเอาไว้ป้องกันมือที่สามสร้างสถานการณ์  
    พล.อ.ประยุทธ์เคยพูดไว้ว่า “อย่าเพิ่งเบื่อ เพราะผมยังอยู่อีกนาน” ที่พูดแบบนี้ พล.อ.ประยุทธ์ประจักษ์แจ้งแก่ใจตัวเองดีว่า การเป็นนายกฯ ที่มีวุฒิสภาเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก มีองค์กรต่างๆ คอยสนับสนุน ปกป้องคุ้มครอง จะช่วยให้ตนเองอยู่รอดปลอดภัย ได้เป็นนายกฯ ไปได้อีกนานไม่ต่ำกว่า 5 ปี แม้จะลาออก ยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่ ส.ว สรรหา 250 คน ก็พร้อมจะยกมือสนับสนุนเต็มที่
คนอื่นที่ไม่ใช่ลุงที่เคยเป็นหัวหน้า คสช. และไม่ได้ตั้ง ส.ว.กับมือ โปรดอย่าคิดว่าจะได้มาเป็นนายกฯ ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้เลย. 

พระราม 9 
 


แท้จริงแล้ว....โลกพระศรีอาริย์อยู่แค่ปลายจมูกเท่านั้นเองแต่คนโง่มักมองไม่เห็น!เพราะมักมองให้พ้นปลายจมูกตัวเองพรรคพลังประชารัฐ กำลังกลิ้งอยู่บนปากเหว  

"การเมืองพรรค-การเมืองหมอ"
"มายาประชาธิปไตยเลือกตั้ง"
พปชร.ที่ 'อยู่เป็น-อยู่ไม่เป็น'
"การเมืองวันที่ไม่มีประยุทธ์"
เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"