ข้าวสตูเนื้อ-แกงกะหรี่หมู ร้านอุดมโภชนา แพร่งภูธร


   

   

       "สามแพร่ง" ถือเป็นย่านการค้าที่เคยเจริญรุ่งเรืองในสมัยรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 อันประกอบด้วยแพร่งภูธร, แพร่งนรา และแพร่งสรรพศาสตร์ สำหรับ "แพร่งภูธร" ถือเป็นแพร่งที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อยด้วยสูตรต้นตำรับที่สืบต่อกันมาหลายรุ่น และอุดมสมบูรณ์มากที่สุดในบรรดาสามแพร่ง เพราะมีร้านอาหารชื่อดังจำนวนมากรายล้อมอยู่ ไม่ว่าจะเดินไปซอกไหนมุมไหนก็จะเจอร้านอาหารรสชาติถูกใจที่เปิดขายอยู่ในตึกอาคารเก่าแก่ให้เข้าไปชิมอิ่มอร่อยตลอดทาง

            หนึ่งในร้านอร่อยระดับตำนานย่านแพร่งภูธร นั่นก็คือ   "อุดมโภชนา" จุดสังเกตคืออยู่ใกล้ลานสนามหญ้า ซึ่งเป็นทั้งแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ และเป็นศูนย์รวมของคนในชุมชน

            ร้านแห่งนี้เปิดขายมาเป็นเวลานานกว่า 83 ปีแล้ว  ปัจจุบันมีคุณสุวรรณ รุ่งโรจน์สุวรรณ อายุ 70 ปี เป็นผู้ดูแลกิจการเป็นรุ่นที่ 2 รับช่วงต่อจากเตี่ยชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในสมัยล้นเกล้าฯ  รัชกาลที่ 5 อาหารทุกจานล้วนเป็นสูตรดั้งเดิม ทุกอย่างทำเองทั้งหมด ประกอบด้วย ข้าวหมูแดง ข้าวราดแกงกะหรี่หมู-เนื้อ และข้าวราดสตูเนื้อ

            เมนูทั้งสามอย่างนี้หากินยาก ส่วนใหญ่จะขายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะการทำอาหารทั้งสามอย่างขายพร้อมกันต้องใช้เวลาทำนาน ขั้นตอนเยอะ และมีต้นทุนสูงจึงจะได้อาหารที่มีคุณภาพเป็นเอกลักษณ์มากที่สุด

            อาหารที่ขึ้นชื่อมากที่สุด คือ ข้าวสตูเนื้อ จุดเด่นคือมีทั้งเอ็นแก้ว น่องเนื้อลายและลิ้นวัวอย่างดี โดยไม่มีมันเนื้อขาวๆ  ปะปนแม้แต่นิดเดียว ผ่านกรรมวิธีทำอย่างพิถีพิถัน เริ่มจากการต้มเคี่ยวนานข้ามวันจนเปื่อยได้ที่ แล้วนำไปปรุงรสใส่เครื่องเทศยาจีนเก็บไว้อีกหนึ่งวัน ก่อนจะนำไปขายในวันถัดมา ส่วนน้ำราดหอมหวานกลมกล่อม ราดน้ำพริก น้ำส้มและซีอิ๊วดำ รสชาติอร่อยนุ่มลิ้น ถ้าหากใครเป็นแฟนพันธุ์แท้สตูเนื้อ ก็ไม่ควรพลาดเด็ดขาด ราคาจานละ 50 บาท ซึ่งขายราคานี้มานานโดยไม่ขยับขึ้นเพราะเห็นใจลูกค้า

            ข้าวแกงกะหรี่มีให้เลือกทั้งหมูและเนื้อวัว เครื่องแกงต่างๆ ก็โขลกและทำเองกับมือ รับรองว่าไม่มีที่ไหนเหมือน  ทางร้านจะเลือกใช้สะโพกหมูมาเคี่ยวกับเครื่องแกง ใส่มันเทศ แล้วเคี่ยวจนได้ที่ รสชาติแกงกะหรี่เข้มข้นแต่ไม่เผ็ดมากนักเพราะเป็นแกงกะหรี่สไตล์จีนโบราณ กินคู่กับพริกสดที่ทางร้านหั่นไว้ให้แล้ว ก็จะเพิ่มรสชาติความเผ็ดร้อนมากยิ่งขึ้น ราคาแกงกะหรี่หมูจานละ 50 บาท แกงกะหรี่เนื้อจานละ 50 บาท

            ปิดท้ายด้วยข้าวหมูแดง ที่ทางร้านเลือกใช้สะโพกหมูมาหมักกับเครื่องเทศและเครื่องปรุงข้ามวัน ก่อนจะนำมาอบให้สุก หลายร้านใช้วิธีต้มแล้วนำไปทอด ซึ่งหนังหมูจะฟูๆ  เหมาะสำหรับทำกวยจั๊บมากกว่า ร้านนี้เลือกใช้การอบทั้งหมูแดงและหมูกรอบ กุนเชียงคัดสรรอย่างดี ไข่ต้มกับน้ำพะโล้ออกสีน้ำตาล และน้ำราดหมูแดงที่เคี่ยวจากกระดูกหมูและเครื่องปรุงต่างๆ ได้รสชาติกลมกล่อม ราคาจานละ 50 บาท และยังมีปอเปี๊ยะปูสด แป้งและเครื่องม้วนรสกลมกล่อมราคา 40 บาท

          ลูกค้าร้านนี้ส่วนใหญ่เป็นขาประจำและหน้าเก่าที่เคยมากินตั้งแต่เด็กๆ รวมทั้งนักการเมือง ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย และทหาร ร้านนี้เปิดวันจันทร์-เสาร์ (หยุดวันอาทิตย์) เวลา 07.00-15.30 น. สอบถามโทร.0-2221-3042.

 

 

 

 

 


"ตัวอะไรเอ่ย........... หางอยู่ไทย หัวไปส่ายอยู่นอกประเทศ?" ไม่ใช่หัวเดียวนะ แต่ "ทีเดียว ๒ หัว" เลย

ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?
ยุทธศาสตร์ชาติกับทิศทางโจร