สัญญาณเตือน...เมื่อผิวหนังแก่


   


    ในปัจจุบันนี้ ประเทศไทยเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุ ผิวหนังก็เป็นอวัยวะขนาดใหญ่ที่สุดของร่างกาย เมื่อเราอายุเพิ่มขึ้นผิวก็จะต้องเริ่มแก่ขึ้น คราวนี้ผิวที่แก่ขึ้นนอกจากความแก่จะหย่อนคล้อยของผิวหนังแล้ว ก็ยังนำมาสู่โรคและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ซึ่งทำให้บางครั้งเรากังวลว่าโรคเหล่านี้เป็นอันตรายหรือไม่อย่างไร ดังนั้นสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยจะขอแนะนำ 7 โรคหรือภาวะผิวหนังซึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงและพบได้บ่อยๆ ในผู้สูงอายุ  
    ผศ.นพ.เจตน์ วิทิตสุวรรณกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ระบุว่า โรคแรกที่พบบ่อยที่สุด คือ 1.โรคกระเนื้อ จะพบได้ทั้งในร่มผ้าและนอกร่มผ้า ทั้งบริเวณที่โดนแดดและบริเวณที่ไม่โดนแดด กระเนื้อมักจะพบในหลายๆ จุด ไม่ได้พบจุดเดียว มักจะพบหลายๆ ตำแหน่ง มีลักษณะเหมือนก้อนดินน้ำมันแปะอยู่ที่ผิวหนัง เมื่อเราดูในรายละเอียดจะเห็นว่าก้อนมีผิวขรุขระ ดังนั้นถ้าพบโรคในลักษณะแบบนี้ ไม่ต้องกังวลใจ เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังที่พบได้เสมอเมื่ออายุมากขึ้น ปัจจัยสำคัญก็คือประวัติครอบครัว เรามักจะมีญาติหรือพ่อแม่ที่เป็นโรคเหล่านี้ด้วย กระเนื้อไม่มีอันตรายอะไร เพียงแต่ว่าบางครั้งอาจจะมีการอักเสบและระคายเคืองทำให้แดงได้เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าเกิดว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่สงสัยก็สามารถมาพบแพทย์ผิวหนังหรือแพทย์ทั่วไปเพื่อตรวจวินิจฉัยได้


    2.โรคติ่งเนื้อ ติ่งเนื้อจะเป็นตุ่มยื่นหลายๆ ตุ่มบริเวณซอกพับของร่างกายไม่ว่าจะเป็นลำคอ รักแร้ หรือว่าขาหนีบ ไม่มีอันตรายในบางครั้งติ่งเนื้ออาจจะเกิดการระคายเคืองได้เช่นกัน เมื่อถูกับเสื้อผ้าหรือสร้อยคอที่สวมใส่ก็อาจจะทำให้เกิดการแดงและอักเสบได้ 
    3.ไฝแดง หรือ Cherry Angioma  เมื่อผิวหนังมีอายุมากขึ้นจะเกิดการเพิ่มจำนวนหรือการขยายของเส้นเลือดบริเวณผิวหนังชั้นบน เกิดตุ่มแดงๆ ขึ้นตามร่างกาย โดยเฉพาะตามลำตัว ไฝแดงก็ไม่มีอันตรายอีกเช่นกัน เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น แต่บางครั้งจะเกิดการอุดตันในหลอดเลือดของไฝแดงทำให้ไฝเปลี่ยนเป็นสีดำและมีอาการเจ็บ ถ้ามีอาการเหล่านี้ควรมาตรวจวินิจฉัยให้แน่นอนว่าเป็นไฝแดงหรือเป็นโรคอื่นๆ 
    4.ต่อมไขมันขยายขนาดโตขึ้น มักพบบริเวณใบหน้าและพบได้เสมอเมื่อผิวแก่ ต่อมไขมันที่โตขึ้นจะมีลักษณะเป็นตุ่มเหลืองๆ มักมีหลุมตรงกลางที่เรียกว่าเป็น Umbilicated  Papule เหมือนเป็นร่องลงไป ซึ่งเป็นการขยายขนาดของต่อมไขมันเมื่อเรามีอายุเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่มีอันตราย แต่บางครั้งอาจจะทำให้ดูคล้ายมะเร็งผิวหนังที่พบบ่อยในชื่อ basal cell carcinoma ได้ หากสงสัยก็มาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย ส่วนอีก 3 โรคที่จะกล่าวถึงเป็นโรคที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากผิวอายุเยอะขึ้นและถูกทำร้ายจากแสงแดด 5. โรคก่อนมะเร็งผิวหนัง (Actinic Keratosis) ส่วนใหญ่เกิดบริเวณผิวหนังที่โดนแดด ไม่ว่าจะเป็นบริเวณแขน ใบหน้า หรือหนังศีรษะในกรณีที่ไม่ค่อยมีเส้นผมหลงเหลืออยู่แล้ว ลักษณะของโรคนี้จะเป็นกลุ่มของตุ่มสีแดงๆ แล้วก็มีพื้นผิวขรุขระ ถ้าใช้มือลูบสัมผัสจะรู้สึกว่ามีสะเก็ดแล้วก็ให้ความรู้สึกหยาบและสาก  


    6.โรคมะเร็งผิวหนังชนิด Squamous Cell Carcinoma จะเป็นก้อนโตเร็ว บางครั้งมีอาการเจ็บแล้วก็จะแตกออกเป็นแผลได้ บางครั้งอาจพบบริเวณผิวหนังที่ปกติหรือผิวหนังที่มี Actinic Keratisis ร่วมด้วย สุดท้ายโรคที่ 7.โรคมะเร็งผิวหนังชนิด Basal Cell Carcinoma เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดของมนุษย์และเป็นมะเร็งผิวหนังที่พบบ่อยที่สุดด้วย โดยทั่วไปจะเห็นเป็นตุ่มใสๆ แล้วก็มีสีแดงๆ ของเส้นเลือดที่ขยายตัว บางครั้งผู้ป่วยเข้าใจว่าเป็นไฝ แต่ก็ให้ระลึกไว้เสมอว่าไฝจะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ เมื่ออายุมากขึ้น ดังนั้นถ้าเห็นตุ่มลักษณะคล้ายไฝดูมันๆ ให้มาพบแพทย์ผิวหนังเพื่อตรวจเพราะว่า Basal Cell Carcinoma แม้ จะพบบ่อยแต่ว่ารักษาได้ง่ายแล้วก็ไม่มีอันตราย ถ้าตรวจวินิจฉัยและรักษาได้รวดเร็ว. 


"ชาญวิทย์ เกษตรศิริ" จะอธิบายอย่างไร? ต่อข้อความที่โพสต์เฟซ........ ก่อนศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเมื่อวาน (๒๑ ม.ค.๖๓) ว่า

'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"
ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?
ยำใหญ่ “ใส่ไข่” นายกฯประยุทธ์