‘บิ๊กตู่’สั่ง‘แป๊ะ’ล่าโจรโหดบอกไม่ได้จับเป็น-จับตาย


เพิ่มเพื่อน    

  "บิ๊กตู่" สั่ง ผบ.ตร.ลงพื้นที่ลพบุรี ล่าเดนมนุษย์ชิงทองแล้วฆ่า ระดมทีมสืบสวนฝีมือดีทั่วประเทศคลี่คลายคดี  บล็อกเส้นทางหลบหนี ช่วยกันตรวจสอบตำหนิรูปพรรณทองที่คนร้ายชิงไป มีสัญลักษณ์หรืออักษรที่เขียนว่า "aurora" กับ "อนันต์ 96.5%K" บริเวณตะขอ บอกไม่ได้จับเป็นหรือจับตาย ขึ้นกับสถานการณ์

    เมื่อวันที่ 11 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง จ.ลพบุรี ว่าสั่งการไปเรียบร้อยแล้ว และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ก็ลงพื้นที่ไปแล้ว เมื่อถามย้ำว่าจะมีการตรวจค้นสถานที่ราชการต่างๆ ด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เขาก็มีการสั่งการและระมัดระวังกันอยู่แล้ว
    เช้าวันเดียวกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ไป จ.ลพบุรี จากนั้นหลบกองทัพผู้สื่อข่าวที่ปักหลักรอหน้า สภ.เมืองลพบุรี ไปยังสถานีตำรวจท่องเที่ยวลพบุรี พร้อมเรียกทีมสืบสวน บช.ภ.1  นายตำรวจระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับคดี ร่วมประชุมที่ชั้น 3 เพื่อติดตามคดีและบัญชาการการติดตามไล่ล่าตัวคนร้ายรายนี้
     มีรายงานว่า ชุดสืบคดีชิงทองที่จังหวัดลพบุรีกำลังเร่งการทำงานอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ได้รับเบาะแสเกี่ยวกับคนร้ายเพิ่มมากขึ้น พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้เดินทางมาติดดามคดี และมอบหมายให้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนเร่งติดตามคนร้าย ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนจากหน่วยต่างๆ ระดมกำลังเข้าคลี่คลายคดี ทั้งจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองปราบปราม ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจภูธรภาค 1 ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี แบ่งการทำงานทั้งสอบพยานที่เกิดเหตุ ไล่ภาพกล้องวงจรปิดทั้งในห้าง 97 ตัว และตามเส้นทางที่คาดว่าจะหลบหนี 
    เบื้องต้นพบว่า คนร้ายขี่รถจักรยานต์ออกจากห้าง เลี้ยวขวาย้อนศรตรงไปทางโพธิ์ 9 ต้น ซึ่งเป็นจุดที่สามารถมุ่งหน้าไปยังจังหวัดสิงห์บุรีและจังหวัดอ่างทอง หรือจะย้อนกลับเข้าจังหวัดลพบุรีก็ได้ ระหว่างทางกล้องวงจรปิดค่อนข้างที่จะห่างไกลกัน จึงขอประชาสัมพันธ์ หากในวันเกิดเหตุใครที่ขับรถมาในเส้นทางนี้หรือใกล้เคียง ช่วงประมาณ 20.40 น. แล้วพบเห็นรถจักรยานยนต์ฟีโน่สีขาว-แดง ขอให้นำภาพจากกล้องหน้ารถมาให้ตำรวจเพื่อนำมาประกอบข้อมูลทางคดี
        ขณะเดียวกัน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเน้นย้ำให้ดูเส้นทางการหลบหนีและจุดแวะพัก เช่น ปั๊มน้ำมัน ที่คนร้ายอาจจะเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ยืนยันว่าขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างพิสูจน์ทราบบุคคลและกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง ส่วนจะจับเป็นหรือจับตายนั้นบอกไม่ได้ ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เพราะคนร้ายไม่ธรรมดา ผ่านการฝึกยิงปืนมาก่อน กลุ่มคนเล่นปืนมักจะรู้ว่าใครครอบครองและมีท่าทางลักษณะการยิงอย่างไรบ้าง ซึ่งอยู่ระหว่างสืบสวน ส่วนทองที่คนร้ายชิงไปมีน้ำหนัก 28 บาท เชื่อว่าคนร้ายจะเอาไปขาย จึงขอประชาสัมพันธ์ร้านทอง หรือใครที่รู้เบาะแส หรือรู้ว่าบุคคลใกล้ชิดของท่านเป็นคนก่อเหตุ ขอให้แจ้งตำรวจทันที
         นอกจากนี้ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ สามารถเก็บปลอกกระสุนได้หลายนัด ทำให้เชื่อว่าคนร้ายยิงมากกว่า 10 นัด อยู่ระหว่างตรวจสอบ
    ขณะที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงพื้นที่ติดตามคดีเปิดเผยว่า จากการติดตามจับกุมคนร้าย ทั้งการติดตามจากที่เกิดเหตุ ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว และพยานหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในที่เกิดเหตุ ส่งผลให้ในขณะนี้มีความชัดเจนแล้วในบางอย่าง เช่น ยานพาหนะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ คือรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาว-แดง ซึ่งรุ่นที่จำหน่ายในปี 2562 รูปร่างลักษณะคนร้ายที่สูง 166 ซม. มีลักษณะการเดินขากะเผลก รูปร่างผอม มีความเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธปืน
    พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า อาวุธปืนที่คนร้ายใช้ ขณะนี้มีความชัดเจนแล้ว ในทีมสืบสวนทราบแล้วว่าเป็นปืนชนิดใด ขนาดเท่าใด ซึ่งเมื่อทราบชนิด รุ่น ลักษณะของปืนแล้ว ก็จะสามารถจำกัดการค้นหากลุ่มเป้าหมายที่ครอบครองปืนดังกล่าวได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากข้อมูลที่ได้มากำลังเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวน
    สำหรับพฤติกรรมของคนร้าย พบจงใจที่จะเข้ามาชิงทองในปริมาณที่มาก แต่ปรากฏว่าทางร้านได้เก็บทองไปก่อนแล้ว เหลือเพียง 3 ถาด หรือเป็นจำนวน 28 บาท ตามที่คนร้ายได้ไป และลักษณะของคนร้ายเป็นการเข้ามาในลักษณะรีบร้อน จึงไม่สามารถกวาดทองที่เก็บอยู่ในลิ้นชักไปได้เพิ่ม รวมถึงได้ยิงคนที่ควบคุมถึงแก่ความตายไปแล้ว
    พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า ในส่วนตำหนิรูปพรรณทองที่คนร้ายจี้ชิงไปนั้น จะเป็นทองที่มีสัญลักษณ์หรืออักษรที่เขียนว่า "aurora" กับ "อนันต์ 96.5%K" บริเวณตะขอ ฉะนั้นหากพบเห็นทองคำจำนวนมากๆ ในลักษณะดังกล่าว หรือเทียบเท่าที่คนร้ายโจรกรรมไปจำนวน 28 บาท ขอให้แจ้งเบาะแสให้แก่ตำรวจเพื่อนำไปสู่การติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป
    ด้าน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่โซเชียลมีเดียตั้งข้อสังเกตว่าคนร้ายที่ก่อเหตุบุกปล้นร้านทอง จ.ลพบุรี มีลักษณะการแต่งกายและมีความชำนาญการใช้อาวุธปืนคล้ายทหารว่า ดูจากเหตุการณ์ก็มีแนวโน้มที่ทำให้คิดไปแบบนั้นได้ ซึ่งปัจจุบันคนหลากหลายอาชีพบางครั้งก็ยิงปืนแม่นกว่า และได้รับการฝึกในรูปแบบที่คล้ายกับทหาร ซึ่งก็มีแนวโน้ม แต่ขณะนี้ยังไม่เชื่อ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าเป็นคนในเครื่องแบบ ทั้งนี้ต้องรอการพิสูจน์ทราบจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ได้ให้หน่วยทหารในพื้นที่สนับสนุนการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่
    เมื่อถามว่า หากคนร้ายหนีเข้าไปในค่ายทหาร พร้อมให้ตรวจสอบหรือไม่ พล.อ.ณัฐพลยืนยันว่า เราพร้อมให้การตรวจสอบ เพราะ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. กำชับให้ทุกหน่วยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกเรื่อง หากเจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือมา.


 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"