บันทึกหน้า4


เพิ่มเพื่อน    

      www.thaipost.net อิสรภาพแห่งความคิด ..ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีเหตุการณ์บานปลายสำหรับอีเวนต์การเมือง ที่หลายคนจับจ้องกันมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว กับงาน "วิ่งไล่ลุง" เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ณ สวนวชิรเบญจทัศน์ หรือสวนรถไฟ ที่ภายในงานมีนักการเมืองพรรคฝ่ายค้านมาร่วมปรากฏตัวตามคาด โดยเฉพาะกับพรรคอนาคตใหม่ ที่มีชื่อปรากฏตามสื่อก็เช่น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อบครอบครัว, นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่, นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคอนาคตใหม่, นายณัฐชา บุญไชอินสวัสดิ์ รองโฆษกพรรคอนาคตใหม่, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายวิญญู วงสุรวัฒน์ ดารานักแสดง, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ, สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง อดีตผู้สมัคร ส.ส.สอบตก พรรคประชาธิปัตย์ เป็นต้น

      ..ฝ่าย "ธนาธร" เปิดประเด็นแสดงความเห็นทางการเมืองระหว่างร่วมกิจกรรมดังกล่าวว่า เชื่อว่าปี 63 จะเห็นการชุมนุมของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่เรียกร้องประชาธิปไตย กลุ่มที่ต้องการเห็น รธน.ฉบับใหม่ ที่เป็นของประชาชน กลุ่มเรียกร้องปัญหาที่ดินและประมง และย้ำว่าคงได้เห็นการชุมนุมของประชาชนออกมามากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะได้เห็นในปี 63 โดยระบุตอนหนึ่งว่า "ม็อบมีมานานแล้ว ซึ่งปลายปี 62 ก็มีทั้งม็อบประมง สมัชชาคนจน ดังนั้น สิทธิในการแสดงออกของประชาชนในที่สาธารณะอย่างสันติ ไม่ใช้ความรุนแรง เป็นสิทธิอันชอบธรรมของระบอบประชาธิปไตย อย่าไปกลัว" ส่วนคดียุบพรรคอนาคตใหม่ในวันที่ 21 มกราคม เรื่องล้มล้างการปกครองฯ ที่ณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องไว้ ทางหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่พูดดักทางไว้ว่า "จิตวิญญาณของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และความยุติธรรมก็ยังคงมีอยู่ ดังนั้น การยุบพรรคไม่ช่วยอะไร อยากให้เผด็จการทราบว่าวิธีเดียวที่จะทำได้คือการปล่อยให้ประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประเทศ"

      ...มีไล่ลุงก็ต้องมี เชียร์ลุง ที่จัดวันเดียวกัน กับงานเดินเชียร์ลุง จัดกันที่ใจกลางเมืองเช่นกันคือ สวนลุมพินี โดยเริ่มตั้งแต่เช้าและสิ้นสุดช่วง 09.30 น. ที่ก็มีประชาชนมาร่วมกิจกรรมแสดงออกเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์กันจำนวนมากเช่นกัน ภายในงานมีโต้โผใหญ่เปิดตัวมาคือ น.ส.หฤทัย ม่วงบุญศรี หรืออุ๊ นักร้องชื่อดัง ที่แสดงท่าทีการเมืองชัดเจนว่า "ไม่เอาธนาธร ต้านอนาคตใหม่ สกัดชังชาติ" โดยเธอกล่าวตอนหนึ่งระหว่างร่วมกิจกรรมไว้ว่า "มาเดินแสดงพลังให้กำลังใจ พล.ประยุทธ์ และสะท้อนให้นักการเมืองชั่วให้รู้ว่าพวกเราไม่ยินยอมให้กระทำอะไรที่ไม่ชอบ อาทิ การไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่พวกเราเห็นว่านายกฯ ดำรงตำแหน่งตามขั้นตอนถูกต้อง รวมทั้งการแก้ไข รธน.ที่ผ่านประชามติของประชาชน 16 ล้านเสียง เราไม่เห็นด้วย ทั้งนี้พวกเราพร้อมจะออกมาแสดงพลังตลอดเวลา หากอนาคตเกิดเห็นไม่ชอบขึ้น และไม่กลัวว่าจะเกิดม็อบชนม็อบเพราะนักการเมืองชั่วน่ากลัวกว่า และอยากให้นักการเมืองบางกลุ่มหยุดล้างสมองเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้แล้ว"

       ..ทั้งหลายทั้งปวง บางฝ่ายประเมินว่า ทั้งงานไล่ลุงและเชียร์ลุง มันแค่การเปิดฉาก ชิมลาง วัดกระแส เช็กเรตติ้ง ระหว่างฝ่ายหนุน-ฝ่ายต้านรัฐบาลประยุทธ์ ของจริง หากสถานการณ์จะบานปลายจริงๆ ต้องรอให้มันสุกงอมมากกว่านี้ หากจะต้องมีการทำการเมืองบนท้องถนนกันจริงๆ โดยหากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่ได้มีจุดอะไรที่พลิกผัน ก็ยากที่จะมีแนวร่วมประชาชน มาร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม เพราะเวลานี้อารมณ์ความรู้สึกคน ห่วงปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องชีวิตตัวเองมากกว่า หลายคนเบื่อหน่ายกับการชุมนุมทางการเมืองเต็มทน เว้นแต่มีประเด็นสาธารณะที่ประชาชนเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ คนในสังคมมีอารมณ์ร่วมสูง แบบนั้นการชุมนุมทางการเมืองใหญ่ถึงจะเกิดขึ้นได้ แต่ทั้งหลายทั้งปวง ทุกฝ่ายก็ไม่ควรประมาท หลีกเลี่ยงความขัดแย้งการเผชิญหน้าไว้เป็นดีที่สุด โดยเฉพาะรัฐบาลประยุทธ์และพรรคร่วมรัฐบาล ต้องไม่ทำในสิ่งที่ประชาชนเห็นว่าไม่ถูกต้องชอบธรรม มีปัญหาอะไรก็แก้ไป ตามวิถีทาง ยึดหลักกฎหมายเป็นที่ตั้ง ถ้าทุกอย่างเดินไปตามนี้ โอกาสเกิดม็อบ เกิดการชุมนุมการเมืองใหญ่ๆ มันก็ยากจะจุดติด.


"เคอร์ฟิว"! ตั้งแต่ ๔ ทุ่ม-ตี ๔ "ทั่วประเทศ" ตั้งแต่วันนี้ (๓ เม.ย.) เป็นต้นไป ไปถึงไหน? ถึงเมื่อ คณาจารย์แพทย์ บอกนายกฯ ว่า

เมื่อ 5-12 เข้ามาแทน 7-11
"โรงหมอ-กระทรวง"ร่วมโรค
ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'