ไม่ได้เข้าสภา!'ธนาธร'เปิดซักฟอกข้างนอกตามไล่ซัดงบกลาโหม


เพิ่มเพื่อน    

13 ม.ค.63-ที่ห้องประชุมวิวัฒนไชย อาคารไทยซัมมิท พรรคอนาคตใหม่(อนค.)จัดงานเสวนาวิชาการ  “อนาคตงบประมาณไทย อนาคตใหม่ประชาชน” โดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. กล่าวในหัวข้อ ภาพรวมและสิ่งที่ไม่มีโอกาสได้พูดในสภาตอนหนึ่งว่า งบประมาณต้องเป็นกลไกที่ต้องใช้แก้ปัญหาหลัก พรรคอนาคตใหม่  เราสรุปได้ว่าประเทศไทยมีปัญหาอยู่ 5 ข้อ ได้แก่ 1.ความเหลื่อล้ำทางเศรษฐกิจ 2.สภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ 3.การใช้งบไม่มีประสิทธิภาพ 4.ระบบรัฐราชการรวมศูนย์ และ 5.ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่ลดน้อยลงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในโลก ซึ่งเราต้องแก้ 5 เรื่องนี้ให้ได้

 นายธนาธรกล่าวว่า ในปี 2562 อุตสาหกรรมการผลิตลดลงต่ำกว่า 65% ซึ่งเป็นครั้งที่ 4 นับแต่ปี 2551 ที่ประเทศไทยต้องเผชิญ ส่งผลให้การลงทุนขอภาพเอกชนไม่เกิดขึ้น นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 557 เป็นต้นมา การเบิกจ่ายงบทุนภาครัฐลดน้อยลงทุกปี ปีล่าสุดเบิกจ่ายไปได้เพียง 58% หมายความว่าเม็ดเงินที่เอาไปหมุนไม่ได้ถูกนำไปใช้อย่างจริงจัง นอกจากนั้นเรายังเห็นการบริการที่ย่ำแย่ อันนำไปสู่ควาเหลื่อมล้ำ อย่างศูนย์ดูแลเด็กเล็กที่หลายแห่งมีสภาพย่ำแย่ ขณะที่งบนักเรียนต่อหัวไม่เพิ่มขึ้นเลยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เราปรับฐานในปี 2553 ให้งบนักเรียน ป.6 ต่อหัวที่ 10,503 บาท แม้สภาพเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น แต่รัฐก็ไม่ปรับงบในส่วนนี้ขึ้นตามด้วย เช่นเดียวกับปัญหาน้ำแล้งซ้ำซาก หรือปัญหาน้ำท่วม อย่างในจังหวัดพิษณุโลก ที่เจอทั้ง 2 ปัญหาในแต่ละปี โดยมีงบประมาณในการแก้ปัญหาเพียง 234 ล้านบาทต่อปี

“หากเราดูงบการลงทุน 660,000 ล้านบาท หากเราตัดการลดทุนที่เป็นอาคารที่พักของข้าราชการ โต๊ะเก้าอี้ หรือ การลงทุนทั่วไปออกไป ร้อยละ 58% จำนวน 3.8 แสนล้านบาท โดยเราเหลือการลงทุนเพื่อการพัฒนาจริงๆ เพียงร้อยละ 42% ที่ 2.8 แสนล้านบาทเท่านั้น หมายความว่างบส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกใช้เพื่อนำไปพัฒนาประโยชน์ส่วนร่วมแต่อย่างใด”

หัวหน้าพรรค อนค. กล่าวว่า งบประมาณคือตัวแทนความฝัน สิ่งที่เราเห็นในงบปี 2563 คือ 1. จัดสรรนโยบายเพื่อให้กลุ่มผู้มีอำนาจครองอำนาจได้ 2.ซื้อความภักดีของเครือข่ายที่ยึดโยงกับขั้วอำนาจ ซึ่งแทบจะไม่ได้ยึดโยงกับการพัฒนาประเทศเลย ดังนั้นเราจำเป็นต้องมีความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหา มีอำนาจ และมีฐานคิดใหม่ในการจัดสรรงบประมาณ

 "ผมขอเสนอฐานคิดใหม่ 4 ข้อเพื่อแก้ปัญหา 1.ตัดงบดำเนินการที่ไม่ตอบสนองความต้องการของประเทศออก โดยใช้หลัก zero-based Budgeting คือ ทุกโครงการต้องตั้งจาก 0 ไม่ใช้ตั้งจากงบประมาณปีที่ผ่านมา อย่างกระทรวงกลาโหมในโครงการซื้อเรือดำน้ำ 36,000 ล้านบาท หรือโครงการยกเลิกพลทหารบริการ งบ 13,000 ล้านบาท หรือกระทรวงศึกษาธิการ อย่าง การศึกษาเพื่อความมั่นคง 333 ล้าบาทหรือ สานพลังประชารัฐด้านการศึกษา และพัฒนาผู้นำจำนวน 333 ล้านบาท เป็นต้น"

นอกจากนี้ การพัฒนาอุตสาหกรรมรถไฟ ในส่วนของระบบที่เราสามารถทำได้ เว้นแต่บางเรื่องที่ยังต้องอาศัยจากต่างประเทศอย่าง ระบบช่วงล่างของรถไฟ หรือระบบ อาณัติสัญญาณ ส่วนที่เหลือ อย่าเรื่องการจำหน่ายตั๋ว หรือตัวราง ซึ่งเราสามารถลงทุนเองได้ นอกจากเป็นการช่วยยกระดับการคมนาคม แล้ว ยังเป็นการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ และสร้างงานให้กับคนในประเทศอีกด้วย 2.การกระจายอำนาจและงบประมาณจากส่วนกลางไปสู่ส่วนท้องถิ่น3.เปลี่ยนโครงการเมกะโปรเจกต์เป็นโครงการขนาดเล็ก เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ที่หลากหลาย 4.สวัสดิการอนาถาที่พิสูจน์ความยากจนต้องเป็นสวัสดิการถ้วนหน้า โดยการใช้งบที่จัดสรรใหม่มาใช้ในส่วนนี้

“เรามีทรัพยาการเพียงพอ 3.22 ล้านบาทต่อปี 2.6 แสนล้านบาทต่อเดือน 8.9 พันล้านบาทต่อวัน 370 บาทต่อชั่วโมง เท่ากับทุกๆนาทีในแต่ละปีเรามีงบประมาณ 6 ล้านบาทในการจัดสรร ”


ไม่อยากใช้คำว่า "เคยบอกไปแล้ว" ในการเขียนหนังสือ แต่วันนี้ "จำเป็น" ขออนุญาตซักครั้ง คือหลังจากเหตุ "ผีน้อย" เกิดเป็น "กรณีศึกษา" ขึ้นแล้ว

ประเทศไทย 'ยังไงๆ ต้องรอด'
เคอร์ฟิว "เซฟก่อนตายจริงๆ"
เมื่อ 5-12 เข้ามาแทน 7-11
"โรงหมอ-กระทรวง"ร่วมโรค
ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'