นายกฯ เป็นประธานพิธียกเสาเอกบ้านมั่นคงชุมชนริมคลองเปรมฯ “คืนบ้านใหม่ให้พี่น้อง คืนสายคลองให้ส่วนรวม”


เพิ่มเพื่อน    

 

คลองเปรมประชากร / พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  เป็นประธานพิธียกเสาเอกสร้าง ‘บ้านมั่นคง’ ชุมชนประชาร่วมใจ 2 ริมคลองเปรมประชากรเป็นชุมชนแรก  จากทั้งหมด 32 ชุมชนในเขตกรุงเทพฯ  และ 6 หมู่บ้านในเขต  จ.ปทุมธานี  รวมทั้งหมด 6,386 ครัวเรือน  เพื่อรื้อย้าย-สร้างบ้านใหม่  เปิดพื้นที่ให้ กทม.สร้างเขื่อนระบายน้ำคลองเปรมฯ ความยาว  27 กิโลเมตรเศษ  เผยแผนพัฒนาคลองเปรมฯ ทั้งระบบ  ดำเนินการในปี 2562-2570  เพื่อป้องกันน้ำท่วม   บำบัดน้ำเสีย  เชื่อมโครงข่ายคมนาคม  เพิ่มพื้นที่สีเขียว  และพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวชุมชนริมคลอง  ใช้งบเกือบ 18,000 ล้านบาท 

             

ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลองและการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมประชากรเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562   ซึ่งตามแผนงานหลักจะมีการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลองเปรมฯ และเพื่อป้องกันน้ำท่วม  ขณะที่ประชาชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำลำคลองและอยู่อาศัยในที่ดินราชพัสดุจะต้องรื้อย้ายบ้านออกจากแนวคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนเพื่อก่อสร้างบ้านใหม่  รวมทั้งหมด  32 ชุมชนในเขตกรุงเทพฯ  และ 6 หมู่บ้านในเขต จ.ปทุมธานี  รวมทั้งหมด 6,386 ครัวเรือน  โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดทำแผนงานรองรับด้านที่อยู่อาศัย   เริ่มดำเนินการที่ชุมชนประชาร่วมใจ 2  เขตจตุจักรเป็นชุมชนแรก 

 

นายกฯ ลงเสาเอกสร้างบ้านมั่นคงชุมชนประชาร่วมใจ 2

             

โดยในวันนี้ (13 มกราคม)  เวลา 14.00 น. พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  ได้เดินทางมาเป็นประธานในงาน “คืนบ้านใหม่ให้พี่น้อง  คืนสายคลองให้ส่วนรวม”  และเป็นประธานพิธียกเสาเอกสร้างบ้านมั่นคงหลังแรกให้แก่ชาวชุมชนประชาร่วมใจ 2    ที่รื้อย้ายบ้านเพื่อสร้างบ้านใหม่  รวมทั้งหมด 210 ครอบครัว  โดยมีพลเอกอนุพงษ์  เผ่าจินดา  รมว.มหาดไทย   นายจุติ  ไกรฤกษ์  รมว.พม.  พลเอกอภิรัชต์  คงสมพงษ์  ผบ.ทบ.  นายไมตรี  อินทุสุต  ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  และชาวชุมชนริมคลองประมาณ  500 คนให้การต้อนรับ

 

               

นายจุติ  ไกรฤกษ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  (พม.)  กล่าวว่า  คลองเปรมประชากรเป็นลำคลองสายหลัก 1 ใน 9 คลองที่ช่วยระบายน้ำในเขตกรุงเทพฯ  แต่สภาพปัจจุบันมีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองเป็นจำนวนมาก   ทำให้การระบายน้ำในคลองไม่มีประสิทธิภาพ   รัฐบาลที่ผ่านมาจึงมีนโยบายแก้ไขปัญหาการรุกล้ำลำคลอง  โดยเริ่มดำเนินการในคลองลาดพร้าวเป็นแห่งแรกในปี 2559   ส่วนคลองเปรมประชากรคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลองและการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมประชากรเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562   โดยจะมีการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำคอนกรีต   ระยะทางทั้งสองฝั่ง  27.20  กิโลเมตร   ดำเนินการโดยกรุงเทพมหานคร  ซึ่งขณะนี้ก่อสร้างเขื่อนฯ ช่วงแรกในเขตดอนเมือง  ระยะทาง 580 เมตรเสร็จแล้ว

               

“ส่วนการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวชุมชนริมคลองเปรมฯ  โดยเฉพาะด้านที่อยู่อาศัย  จะเปลี่ยนจากผู้ที่เคยรุกล้ำคลองมาเป็นผู้อยู่อาศัยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย   โดยกรมธนารักษ์จะให้เช่าที่ดินในระยะยาว  หน่วยงานต่างๆ ร่วมสนับสนุน  เช่น  กรมส่งเสริมสหกรณ์ช่วยชุมชนจัดตั้งสหกรณ์เพื่อเป็นกลไกในการบริหารจัดการโครงการ  การประปา  การไฟฟ้า  สนับสนุนสาธารณูปโภค   สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย   โดยให้ชุมชนบริหารจัดการ  เมื่อก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จ  กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ จะสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิต  เพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป”  รมว.พม.กล่าว

               

 

ทั้งนี้พื้นที่ริมคลองเปรมประชากรในเขตกรุงเทพฯ  มีชุมชนปลูกสร้างบ้านเรือนทั้งหมด 32 ชุมชน  อยู่ในเขตจุตจักร   หลักสี่  และดอนเมือง  ส่วนอีก  6 หมู่บ้าน  อยู่ในตำบลหลักหก  อ.เมือง  จ.ปทุมธานี  รวมทั้งหมด  3,683  ครัวเรือน   โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  จะสนับสนุนงบประมาณผ่านสหกรณ์เคหสถานที่ชุมชนจัดตั้งขึ้นครัวเรือนละ 147,000 บาท เพื่อก่อสร้างสาธารณูปโภค  อุดหนุนการสร้างบ้าน   และงบสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย  วงเงินครัวเรือนละไม่เกิน 360,000 บาท  ผ่อนชำระ 20 ปี  อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4%  โดยคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น 3,514.46 ล้านบาท   แยกเป็นงบสนับสนุนประชาชนกลุ่มเป้าหมาย 1,215.50 ล้านบาท  และเงินกู้เพื่อปลูกสร้างบ้าน  2,298.96 ล้านบาท  เริ่มดำเนินการในปี 2563-2565

 

นายกฯ ย้ำให้ทุกคนช่วยกันพัฒนาคลองเพื่ออนาคตของลูกหลาน

 

พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า  ชุมชนประชาร่วมใจ 2  ถือเป็นชุมชนแรกในคลองเปรมประชากรที่มีการพัฒนา  จากเดิมที่ชุมชนอยู่อาศัยอย่างไม่ถูกต้อง   รัฐบาลก็ทำให้พี่น้องได้เช่าที่ดินอย่างถูกต้อง  เป็นบ้านที่ถูกกฎหมาย   โดยมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ  เพื่อสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัย   เพื่อให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยทุกคนภายในปี 2579   และนอกจากจะดำเนินการพัฒนาในคลองเปรมประชากรและคลองลาดพร้าวแล้ว  ต่อไปก็จะพัฒนาคลองสายอื่นในกรุงเทพฯ รวมทั้งหมด 9 คลองด้วย

 

 

“โครงการนี้เป็นโครงการที่มีความสำคัญ  เป็นโครงการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ที่จะทำให้คูคลองมีความสะอาด  มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน   โดยให้ทุกฝ่าย  ทุกหน่วยงานช่วยกันขับเคลื่อน  ร่วมมือกันพัฒนา  เหมือนกับคลองลาดพร้าว  ทำให้บ้านน่าอยู่มีความสวยงาม  ซึ่งต่อไปชุมชนจะต้องทำเรื่องท่องเที่ยว  ทำเรื่องอาชีพ  และเรื่องสิ่งแวดล้อม  และให้ปลูกต้นไม้  มีสถานที่ให้เด็กได้พักผ่อน  มีที่ค้าขาย   และให้ทุกคนช่วยกันดูแลคลอง  เพื่ออนาคตของลูกหลานต่อไป”  พลเอกประยุทธ์กล่าวย้ำ

               

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ เนื้อที่ 10 ไร่เศษ  และมอบใบอนุญาตก่อสร้างบ้านจำนวน 210  หลังให้แก่ผู้แทนชุมชนประชาร่วมใจ 2  ส่วนการก่อสร้างบ้านจะเริ่มสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 20 หลัง  ใช้เวลาประมาณ 8 เดือน  หลังจากนั้นจะทยอยสร้างในเฟสต่อไป  รวมทั้งชุมชนอื่นๆ ที่มีความพร้อมก็จะทยอยรื้อย้ายเพื่อก่อสร้างบ้านใหม่ภายในปีนี้

 

 นายกฯ มอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุให้แก่ชาวชุมชน

 

ชุมชนประชาร่วมใจ 2 ถือเป็นชุมชนแห่งแรกในคลองเปรมประชากรที่ชาวชุมชนร่วมใจกันรื้อบ้านออกจากแนวคลองเพื่อให้รัฐบาลดำเนินการพัฒนาคลองเปรมฯ ทั้งระบบ  โดยก่อนหน้านี้หน่วยงานต่างๆ  เช่น  พอช.  กองทัพภาคที่ 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  กรุงเทพมหานคร  กรมธนารักษ์  กรมส่งเสริมสหกรณ์  สำนักงานเขตต่างๆ  และหน่วยงานในท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี  ได้ร่วมกันจัดเวทีประชุมสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชน   โดยมีชุมชนที่เข้าร่วมทั้งหมด  32 ชุมชนในเขตกรุงเทพฯ  และ 6 หมู่บ้านในเขต จ.ปทุมธานี  รวมทั้งหมด 6,386 ครัวเรือน

             

ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาคลองเปรมฯ ทั้งหมดนี้  จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ  และปรับผังชุมชนเพื่อก่อสร้างบ้านและชุมชนใหม่ในที่ดินเดิม  โดยชุมชนจะต้องรวมตัวกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์เคหสถานเพื่อให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลและร่วมกันบริหารจัดการโครงการ  โดยทำสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์อย่างถูกต้อง  เปลี่ยนสถานะจากผู้บุกรุกเป็นชุมชนที่เช่าที่ดินอย่างถูกกฎหมาย  ระยะเวลาเช่าช่วงแรก 30 ปี  ในอัตราค่าเช่าผ่อนปรน

             

ส่วนรูปแบบบ้านมีหลายขนาดเพื่อให้ชาวชุมชนได้ร่วมออกแบบและเลือกให้ตรงกับความต้องการ  ส่วนใหญ่เป็นบ้านแถว  เช่น  บ้านแถวชั้นเดียว  ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร  ราคา 290,000 บาท  ผ่อนชำระเดือนละ 1,500 บาท  บ้านแถวสองชั้น  ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร  ราคา 450,000 บาท  ผ่อนชำระเดือนละ 2,600 บาท  บ้านแถวสองชั้น  ขนาด 5 X 6 ตารางเมตร  ราคา 450,000 บาท  ผ่อนชำระเดือนละ 2,600 บาท   ระยะเวลาผ่อนชำระ 20 ปี

 

เปิดแผนพัฒนาคลองเปรมฯ ทั้งระบบ

 

คลองเปรมประชากรมีความยาวทั้งหมด 50 กิโลเมตรเศษ  เป็นคลองที่รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าให้ขุดในปี พ.ศ.2413  เพื่อเป็นคลองลัดเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าด้วยกัน   เริ่มจากคลองผดุงกรุงเกษม  กรุงเทพฯ-ปทุมธานี-พระนครศรีอยุธยา  สภาพปัจจุบันคลองเปรมประชากรมีปัญหาการรุกล้ำคลองเป็นจำนวนมาก  ชุมชนริมคลองส่วนใหญ่มีสภาพความเป็นอยู่ที่แออัด  มีปัญหาขยะและน้ำเสีย  สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม  อีกทั้งสิ่งก่อสร้างรุกล้ำคลองเป็นอุปสรรคในการระบายน้ำ 

 

ทั้งนี้แผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลองและการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมประชากรจะใช้ระยะเวลา 9   ปี (พ.ศ.2562-2570มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ทั้งชุมชนและเมือง  พัฒนาด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ   โดยการออกแบบวางผังพื้นที่ริมคลองให้องค์ประกอบต่างๆ  มีความสอดคล้องกัน  ได้แก่ การพัฒนาที่อยู่อาศัย   การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ  การจัดระบบสาธารณูปโภคและผังเมือง   การปรับปรุงภูมิทัศน์  การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจชุมชน   แผนพัฒนาจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ  ล้อ (รถยนต์) – ราง (รถไฟ-รถไฟฟ้า)– เรือ – ทางจักรยาน   และแผนพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชุมชน   ฯลฯ

 

โดยแยกเป็น  1. โครงสร้างพื้นฐาน ระยะเร่งด่วน ปี 2562 – 2565 จำนวน 4 โครงการ  วงเงิน 4,448 ล้านบาท  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ  ป้องกันน้ำท่วมและบำบัดน้ำเสียคลองเปรมประชากรทั้งระบบ  ตั้งแต่กรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยา 

 

โดย กทม. จะก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำจากถนนเทศบาลสงเคราะห์–สุดเขต กทม. ระยะทาง 27.2 กิโลเมตร วงเงิน 3,443 ล้านบาท

 

กรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองเปรมประชากรจากคลองบ้านใหม่ – คลองรังสิตประยูรศักดิ์  วงเงิน 980 ล้านบาท  (ขณะนี้อยู่ในระหว่างศึกษาและออกแบบ)

 

กรมชลประทานดำเนินการขุดลอกคลองเปรมประชากรในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ – คลองเชียงรากน้อย ระยะทาง 15.3 กิโลเมตร วงเงิน 16 ล้านบาท และขุดลอกคลองเปรมประชากรในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากคลองเชียงรากน้อย – สถานีสูบน้ำเปรมเหนือบางปะอิน ระยะทาง 8.1 กิโลเมตร วงเงิน 9 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม  นอกจากการสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองเปรมฯ ดังกล่าวแล้ว  กรุงเทพมหานครยังมีโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองเปรมประชากร  จะดำเนินการในปีงบประมาณ 2562-2566 วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 10,000 ล้านบาท  เป็นการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ  เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำในพื้นที่เขตดอนเมือง  เขตหลักสี่  เขตบางเขน  เขตจตุจักร  ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 109 ตารางกิโลเมตร  เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่  รวมถึงยังช่วยรับน้ำฝนที่ระบายในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ข้างเคียง คือ  นนทบุรีและปทุมธานี และสามารถสูบน้ำกลับเพื่อเจือจางน้ำเสียในคลองเปรมประชากรได้อีกด้วย

รวมงบประมาณที่ใช้ในโครงการทั้งหมด  ดังนี้  1.การพัฒนาที่อยู่อาศัย  3,514.46 ล้านบาท   2. การสร้างเขื่อนระบายน้ำ  และขุดลอกคลอง  รวม 4,448 ล้านบาท  และ 3.อุโมงค์ระบายน้ำ  ประมาณ  10,000 ล้านบาท  รวมงบประมาณทั้งหมด 17962.46 ล้านบาท

 


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'