หย่าศึกแป๊ะ-โจ๊ก ‘บิ๊กตู่’สั่งหยุดจ้อ หวั่น‘องค์กร’พัง!


เพิ่มเพื่อน    

 นายกฯ เตือน “บิ๊กแป๊ะ-บิ๊กโจ๊ก” รักษาองค์กร อย่าพูดผ่านสื่อจนเสียหาย โยนคณะ กก.วินัยสอบมือปล่อยคลิปเสียง "บิ๊กป้อม" โบ้ยไม่รู้เรื่อง เขาเป็นพี่น้องกันให้ไปคุยกันเอง ตร.แจงย้าย “พ.ต.อ.ไพรัตน์” มีเรื่องถูกร้องเรียนพฤติกรรมไม่เหมาะสมถามกลับออกมาช่วงนี้มีสัญญาณอะไร ทำไมไม่ร้องทุกข์ต่อ ก.ตร.

    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 14 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงปัญหาความขัดแย้งของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร) และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นเรื่องภายในของเขา ซึ่งตนได้ย้ำเตือนไปแล้วว่าต้องรักษาองค์กรของท่านด้วย เรื่องนี้มันอยู่ที่คนนั่นแหละ
    “ผมก็ต้องฟังผู้บังคับบัญชาที่เขารับผิดชอบโดยตรงชี้แจงมา และผมก็ให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ร้องเรียนมาต่างๆ เขามีคณะกรรมการวินัย คณะกรรมการกำลังพลทั้งหมด ถ้าใครไม่ได้รับความเป็นธรรมก็อุทธรณ์ได้ เขาก็มีคณะกรรมการอุทธรณ์ สามารถโอนย้ายได้หมด ผมไม่อยากให้มีการพูดผ่านสื่อ มันเสียหาย บางทีประชาชนก็เข้ามาตัดสินไปด้วยมันก็เสียทั้งหมด เพราะฉะนั้นต้องดูพฤติกรรมของแต่ละคนที่ออกมาร้องเรียนด้วยว่าเขามีพฤติกรรมอย่างไร เท่าที่ทราบก็มีปัญหาอยู่พอสมควร ดังนั้นอย่าเพิ่งไปตัดสินผิดถูกอะไรตอนนี้เลย”
    ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเคลียร์เรื่องนี้เองหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ผมจะต้องเคลียร์อะไรเล่า ผมเป็นใคร ผมเป็นใครล่ะ ผมเป็นนายกรัฐมนตรีใช่ไหม หน้าที่ผมคือสั่งการให้ผู้บังคับบัญชาไปตรวจสอบ ไปชี้แจง ไปหาข้อเท็จจริง หน้าที่ผมไม่ใช่หน้าที่ไปเคลียร์ เข้าใจไหม” 
    เมื่อถามว่า ถ้าในฐานะประธาน ก.ตร.จะต้องเข้าไปดูเรื่องนี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องภายใน ซึ่งเขามีคณะกรรมการ ก็ควรไปประชุมกันใน ก.ตร. เขามีคณะกรรมการตรวจสอบวินัย เขาก็จะชี้แจงเองว่าคนนี้เป็นอย่างไร พฤติกรรมที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีความผิดอะไรอยู่บ้างหรือไม่ และการออกมาร้องเรียนผิดวินัยหรือเปล่า แม้แต่การเอาเทปมาออกมันผิดหรือเปล่า มันบันทึกเสียงกันได้ไหม ใครเป็นคนเอาไปออก เขาสอบหมดนั่นแหละ เขากำลังตั้งคณะกรรมการสอบอยู่ ไม่เช่นนั้นก็วุ่นไปหมดทุกอย่าง
    ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์กับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ว่าไม่รู้เรื่องเลย และยังไม่ได้เจอกัน
    ผู้สื่อข่าวถามว่าจะต้องเรียกทั้งสองคนมาพูดคุยกันหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาเป็นพี่น้องกันคุยกันเองได้ เราไม่ต้องไปยุ่งกับเขาหรอก
    เมื่อถามว่าดูบรรยากาศกรุ่นๆ จะต้องไปเป็นกาวใจให้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องของพี่น้องกัน เขาคุยกันเอง คิดว่าไม่มีอะไร คงไม่ต้องถึงมือตน ให้เขาสองคนไปว่ากันเอง
    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.เดชา กัลยาวุฒิพงศ์ ผู้บังคับการกองทะเบียนพล (ผบก.ทพ.) พร้อมด้วย พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ร่วมกันแถลงหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ หลัง พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ รอง ผบก.อก.บช.ภ.9 ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤตมิชอบกลาง เซ็นคำสั่งแต่งตั้งจากรอง ผบก.จว.เพชรบุรี ไปดำรงตำแหน่งรอง ผบก.อก.บช.ภ.9
    โดย พล.ต.ต.เดชากล่าวว่า หลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจมีกฎหมายและระเบียบหลักเกณฑ์  กฎ ก.ตร.การแต่งตั้งปี 2561 สาระสำคัญวางหลักการแต่งตั้ง การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใดให้นึกถึงหน้าที่ความรับผิดชอบในการดูแลทุกข์สุขราษฎรเป็นสำคัญ ยึดหลักทุกพื้นที่ต้องมีข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติหน้าที่ ผู้มีอำนาจหน้าที่สามารถแต่งตั้งข้าราชการตำรวจไปดำรงตำแหน่งในลักษณะงานหรือพื้นที่ที่แตกต่างไปจากเดิมได้ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และการทำงานที่รอบด้าน กรณีของ พ.ต.อ.ไพรัตน์ เดิมที่ดำรงตำแหน่งรอง ผบก.จว.เพชรบุรี ในการแต่งตั้งวาระ 60 ส่วนวาระ 62 มีการแต่งตั้งเป็นรอง ผบก.อก.บช.ภ.9 เป็นการแต่งตั้งโดยการพิจารณาตามความเหมาะสมของผู้บังคับบัญชา จากการตรวจสอบเบื้องต้น พ.ต.อ.ไพรัตน์มีเรื่องร้องเรียนในเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายประการ การแต่งตั้งจึงเป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่กล่าวมาข้างต้น
    พล.ต.ต.เดชากล่าวต่อว่า การแต่งตั้งดำรงตำแหน่งครั้งสุดท้ายที่ไม่ครบ 2  ปี ตามกฎ ก.ตร.ไม่ได้กำหนดไว้แล้ว เป็นแนวทางที่ ผบ.ตร.วางหลักไว้ว่าการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ หากดำรงตำแหน่งไม่ครบ 2  ปี ให้มีเหตุผลความจำเป็นในการแต่งตั้งทุกราย การแต่งตั้งวาระต่างๆ ที่ผ่านมา มีการแต่งตั้งไม่ครบ 2 ปี ตามเหตุผลความจำเป็นต่างที่หน่วยเสนอมา และเมื่อการแต่งตั้งเสร็จสิ้นลง ตำรวจรายใดที่เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมให้ใช้สิทธิ์ในการร้องทุกข์ต่อ ก.ตร. ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 106
    ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ผบ.ตร.เป็นบุคคลสาธารณะดำรงตำแหน่งปีที่ 5 แล้ว พร้อมรับการตรวจสอบ การฟ้องร้องเป็นเรื่องธรรมดา พล.ต.อ.จักรทิพย์เป็นผู้นำองค์กร แต่อยากจะฝากสิ่งที่ พ.ต.อ.ไพรัตน์ไปสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในเรื่องการแต่งตั้งว่าตัวเองถูกกลั่นแกล้ง สื่อบางฉบับนำไปขยายความต่อ ย้อนถามกลับไปว่าความประพฤติของตัวเองที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2544 ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งสารวัตร (สว.) มีเรื่องการร้องเรียนหลายเรื่อง ปี 60 ถูกร้องเรียนเรื่องการเรี่ยไร ขายบัตรกิจกรรมดนตรีอ้างนำรายได้มาใช้งานของ ตร. ทำไมไม่พูดบ้าง เอาข้อเท็จจริงมาสู้กันดีกว่า การแต่งตั้งระดับรอง ผบก.-ผกก. มีตัวเลขทั้งการแต่งตั้งที่สูงขึ้น และโยกย้ายในระนาบเดียวกันประมาณ 2,500 ตำแหน่ง หลังจากคำสั่งมีผลวันที่ 13 ธ.ค. และให้ไปรายงานตัววันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา เวลาล่วงเลยมาแล้วกว่า 1 เดือน ทำไมเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม
    "มันมีอะไร มีการรอรับฟังสัญญาณอะไรหรือเปล่าถึงได้ออกมาช่วงนี้ ตั้งข้อสังเกตได้เลย ทำไมไม่พูดในสิ่งที่ตัวเองกระทำในครั้งเก่าๆ ผบก.ทพ.ได้พูดไว้แล้วว่าผู้มีอำนาจจะไม่ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ใช้อำนาจที่กฎหมายให้อำนาจไว้ ผบ.ตร.ไม่ได้รู้จัก พ.ต.อ.ไพรัตน์เป็นการส่วนตัว การแต่งตั้งผู้ที่แต่งตั้งก็จะนำข้อมูลมาประกอบพิจารณาไปตามเนื้อผ้า บางคนที่ทำผิดกฎหมายอาญาก็จะมีการแต่งตั้งไม่ให้ไปสัมผัสกับประชาชน คือถ้าให้ทำงานแล้วใช้อำนาจหน้าที่ในความไม่ชอบต้องมีการลงโทษทางการปกครองไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับประชาชนเป็นเรื่องปกติ การแต่งตั้งมีเหตุมีผล ถ้าไม่พอใจยังมีช่องทางการร้องทุกข์กับ ก.ตร."
    รองโฆษก ตร.กล่าวอีกว่า นับตั้งแต่มีคำสั่งแต่งตั้งระดับรอง ผบก.-ผกก. 2,500 ตำแหน่ง มีผู้ที่มาพบ ผบ.ตร.เพื่อทราบว่าทำไมถูกย้ายไม่ถึง 10 คน ผบ.ตร.ก็ได้เยียวยาให้ไปช่วยราชการหรืออะไรก็แล้วแต่ท่านก็ทำให้ ทำไม พ.ต.อ.ไพรัตน์ไม่ใช้ช่องทางเหล่านี้ มีวินัยหรือเปล่า แต่กลับไปเดินเปิดเผย แต่ก็เปิดไม่หมด ถามกลับว่าถ้า พ.ต.อ.ไพรัตน์มีผู้ใต้บังคับบัญชาแล้วปกครองไม่ได้ ไม่มีวินัย จะเดินหน้าอย่างไร ที่ผ่านมา ผบ.ตร.ก็เคยถูกย้ายก็ไม่ได้มีการร้องเรียนอธิบดีแต่อย่างใด เป็นพระก็ต้องสวด เป็นตำรวจก็ต้องย้าย เป็นเรื่องปกติ เชื่อว่าทุกคนรับได้
    ผู้สื่อข่าวถามว่า การร้องเรียนครั้งนี้มีการโยงกับเหตุการณ์ลอบยิงรถ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เพื่อเล่นงาน พล.ต.อ.จักรทิพย์หรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ พ.ต.อ.ไพรัตน์ไปร้องต่อศาลถึงการปฏิบัติหน้าที่มิชอบของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เมื่อเป็นประเด็นของ 2 บุคคล แล้วไปเอา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์มาเกี่ยวข้องทำไม จะเกิดความสับสน คนละเรื่องกัน ขณะนี้ ผบ.ตร.เหลือเวลาอีก 8 เดือน ต้องเร่งสางคดี ทำงาน ตนได้รับมอบหมายขานรับขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลดูและชีวิตประชาชน.

 

 


แท้จริงแล้ว....โลกพระศรีอาริย์อยู่แค่ปลายจมูกเท่านั้นเองแต่คนโง่มักมองไม่เห็น!เพราะมักมองให้พ้นปลายจมูกตัวเองพรรคพลังประชารัฐ กำลังกลิ้งอยู่บนปากเหว  

"การเมืองพรรค-การเมืองหมอ"
"มายาประชาธิปไตยเลือกตั้ง"
พปชร.ที่ 'อยู่เป็น-อยู่ไม่เป็น'
"การเมืองวันที่ไม่มีประยุทธ์"
เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"