ลุ้นอีกคดี 21 ม.ค.2563 ฎีกาพิพากษา “สรยุทธ” คดีค่าโฆษณา อสมท


เพิ่มเพื่อน    

      วันอังคารหน้า 21 ม.ค.2563 เราคงจำกันได้ดีแล้วว่า เป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคอนาคตใหม่ ข้อหาล้มล้างการปกครอง แต่ขณะเดียวกันก็มีอีก 1  คดีสำคัญ ที่มีการนัดอ่านคำพิพากษาในวันดังกล่าวเช่นกันอย่างบังเอิญ คือการนัดของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในเวลา 10.00 น. อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.313/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด หรือนางชนาภา บุญโต พนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท, บริษัท ไร่ส้ม จำกัด โดย น.ส.อังคนา วัฒนมงคลศิลป์ และ น.ส.สุกัญญา แซ่ลิ่ม ในฐานะ กรรมการผู้จัดการ บจก.ไร่ส้ม, นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรรายการข่าวชื่อดัง และกรรมการผู้จัดการ บจก.ไร่ส้ม และ น.ส.มณฑา ธีระเดช พนักงาน บจก.ไร่ส้ม เป็นจำเลยที่ 1-4

                กรณีทำให้ อสมท เสียหาย จากการละเว้นไม่แจ้งการชำระค่าโฆษณาส่วนเกินจำนวน 138 ล้านบาท ของรายการ "คุย คุ้ย ข่าว" ระหว่างปี 2548-2549 ที่ บจก.ไร่ส้ม และนายสรยุทธจัดดำเนินรายการ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่าคดีเบี้ยวค่าโฆษณา อสมท โดยพวกจำเลยถูกฟ้องในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 8, 11

                คำฟ้องบรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2548 - 28 เม.ย.2549 ต่อเนื่องกัน นางพิชชาภา จำเลยที่ 1 ได้จัดทำคิวโฆษณารวม ในรายการ “คุย คุ้ย ข่าว” ซึ่งก่อนออกอากาศ นางพิชชาภาใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บค่าโฆษณาเกินเวลา จาก บจก.ไร่ส้ม จำนวน 17 ครั้ง ทำให้ บมจ.อสมท เสียหาย 138,790,000 บาท และยังได้เรียกรับเอาเงิน 658,996 บาท จากจำเลยที่ 2-4 เพื่อเป็นการตอบแทนที่นางพิชชาภาไม่รายงานการโฆษณา ซึ่งเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยหน้าที่ และเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ บมจ.อสมท โดยมีจำเลยที่ 2-4 เป็นผู้สนับสนุนช่วยเหลือ ให้ความสะดวกในการกระทำผิด และมอบเช็คธนาคารธนชาติ สาขาพระราม 4 สั่งจ่ายเงินให้นางพิชชาภา เหตุเกิดที่แขวง-เขตห้วยขวาง กทม.

                คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ก.พ.2559 ให้จำคุกนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ 6 กระทง กระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 30 ปี, ปรับ บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 กระทงละ 20,000 บาท รวม 6 กระทง ปรับทั้งสิ้น 120,000 บาท, นายสรยุทธ จำเลยที่ 3 และ น.ส.มณฑา จำเลยที่ 4 จำคุก 6 กระทง กระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวมจำคุกคนละ 20 ปี แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 จึงให้จำคุกนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 20 ปี ส่วนนายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา จำเลยที่ 3-4 จำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญาจำเลยทั้งสาม สำหรับ บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 เหลือค่าปรับ 80,000 บาท

                ขณะที่ต่อมา ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2560 จากนั้น “สรยุทธ” กับพวกจำเลยได้ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์คนละ 4 ล้านบาท เพื่อขอประกันตัวสู้คดีในชั้นฎีกา ซึ่งศาลฎีกาได้พิจารณาและมีคำสั่งการประกันตัวถึงศาลอาญาคดีทุจริตฯ โดยพิเคราะห์คำร้องและหลักทรัพย์ในการประกันตัวของจำเลยแล้วเห็นว่า คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ในชั้นนี้จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวพวกจำเลย ให้ยกคำร้อง จึงมีการส่งพวกจำเลยไปคุมขัง ทำให้วันนั้นเป็นวันแรกที่ “สรยุทธ” อดีตพิธีกรเล่าข่าวชื่อดังอันดับ 1 ของประเทศ ต้องเข้าเรือนจำด้วยกรรมเก่า

                แต่นับว่ายังโชคดี ที่ในวันที่ 12 ก.ย.2560 “สรยุทธ” กับ “มณฑา” จำเลยที่ 3-4 ได้รับการประกันตัวออกจากเรือนจำ ด้วยหลักทรัพย์คนละ 5 ล้านบาท จากการได้รับอนุญาตฎีกา ด้วยการใช้ช่องทางตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ที่ให้สิทธิจำเลยขออนุญาตฎีกา โดยให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษา หรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกา หรืออธิบดีกรมอัยการ (ตำแหน่ง “อัยการสูงสุด” ในปัจจุบัน) ลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาว่ามีเหตุอันควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัย ก็ให้รับฎีกานั้นไว้พิจารณาต่อไป โดยในส่วนของ “พิชชาภา” จำเลยที่ 1 ต่อมาก็มีรายงานว่าได้รับการประกันตัวเช่นเดียวกัน ทั้งสามจึงได้รับอิสรภาพชั่วคราวในการสู้คดีชั้นศาลฎีกา ถึงบัดนี้เวลาก็ผ่านมากว่า 2 ปีแล้ว

                ดังนั้น ในวันที่ 21 ม.ค.ที่จะถึงนี้ “สรยุทธ” กับพวกจำเลย จะเดินทางมาศาลครบหรือไม่ ในการนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาครั้งนี้ ที่ดูแล้วไม่ง่ายในการรอด จากที่ผ่านมาพวกจำเลยสู้คดีในศาลอุทธรณ์มากกว่า 10 ประเด็น คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ก็ยังยืนโทษตามศาลชั้นต้น ในนัดนี้ พวกจำเลยจะมีเหตุล้มป่วยจนต้องขอเลื่อนนัด หรือทำใจกลับเข้าเรือนจำ หรือช่องทางใดให้รอด ต้องดูกันต่อไป. 

นายชาติสังคม

 


"การดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องอาศัยรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายกําหนดแหล่งที่มาไว้ตามมาตรา ๖๒

ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์