'ธนาธร' ชู '3 ป.' นโยบายอนาคตใหม่-พอเสียทีการเมืองป้ายสีทำลายแบบที่ทำกับ 'ทักษิณ'


เพิ่มเพื่อน    

21 มี.ค. 61 - นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท และหนึ่งในผู้ยื่นจัดจัดตั้งพรรคอนาคต  ให้สัมภาษณ์ THE STANDARD ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ช่วงหนึ่งนายธนาธร ตอบคำถามที่ว่าพอประกาศตัวพรรคออกมา สื่อจับตามอง ประวัติเริ่มถูกขุดคุ้ย มีหลายประเด็นที่คนหยิบออกมาเยอะแยะทำไม 10 กว่าวันไม่ตอบโต้เลย 

นายธนาธร  ถอนหายใจก่อนว่าจะพูดยังไงดี ตนไม่อยากเล่นการเมืองแบบนี้ การเมืองที่เล่นกันด้วยการสาดสี ป้ายร้ายกันเป็นการเมืองแบบเก่า ที่ไม่สร้างสรรค์ และตนพยายามที่จะไม่ออกมาพูดเรื่องนี้ เพราะรู้สึกว่ามันเก่า ไม่เลอะเทอะ

"สิ่งที่เราต้องการคือการเมืองที่สร้างสรรค์ พูดถึงรื่องอนาคตด้วยกันว่าเราจะไปข้างหน้าด้วยกันอย่างไร มันพอแล้วที่จะเล่นแบบนี้ เพราะตอนที่ทำลายคุณทักษิณ ก็ทำลายแบบนี้นะครับ พอเถอะหยุดสาด ใส่ร้ายป้ายสี   อะไรกันตรงนี้ แล้วเดินไปข้างหน้าคุยกันเรื่องอนาคต ว่าอนาคตที่ดีกว่านี้เป็นไปได้"นายธนาธร กล่าว

ผู้ดำเนินรายการถามว่า ไหนๆพูดถึงคุณทักษิณแล้ว คุณจะลบภาพอย่างไร เพราะคุณอากับคุณแม้จะห่างกัน แต่พอนามสกุลจึงรุ่งเรืองกิจ ยังไงก็ต้องถูกดึงเข้ามา คุณจะลบภาพเรื่องของนายทุน  และจะลบบางที่บางคนถึงขนาดว่าคุณเป็นนอมินีทักษิณ

นายธนาธร บอกว่า หนึ่ง ตนเจอคุณทักษิณตัวเป็นๆ ครั้งสุดท้ายและได้ถ่ายรูปด้วยกันเมื่อประมาณ 18 ปีก่อน มีอยู่วันหนึ่งคุณทักษิณไปเยี่ยมคุณพ่อ  ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งอยู่ที่โรงพยาบาล ก่อนคุณพ่อเสียไม่นานน่าจะประมาณ 1-2 เดือน ก็มีโอกาส ถ่ายรูปกับคุณทักษิณ และเจอกันครั้งสุดท้ายก็คือตอนนั้น

"ตอนนั้นผมน่าจะอายุประมาณ 23-24 ปี นั่นคือครั้งสุดท้ายที่ผมคุยกับคุณทักษิณ และเจอ   หลังจากนั้นก็ไม่มีการพูดคุยกันอีกเลย"นายธนาธร กล่าว

เขา กล่าวต่อว่า สอง ได้เจอคุณอา (สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) ปีละครั้งตามงานศาสนาของครอบครัว  ซึ่งเจอกันในแต่ละครั้ง ส่วนใหญ่ก็เป็นการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของกันและกัน แทบจะน้อยมากที่คุยการเมืองกันอย่างจริงจัง จำได้ว่าที่คุยการเมืองกันอย่างจริงจังครั้งสุดท้ายก็เมื่อสมัยที่คุณอาเป็นรัฐมนตรี และตนก็คัดค้านท่อก๊าซไทย-มาเลย์ แล้วเราก็เถียงกันหนักมาก ครั้งนั้นคือครั้งสุดท้ายที่คุยเรื่องการเมืองกับคุณอา ซึ่งมากกว่า 20 ปีที่แล้วที่คุยเรื่องการเมือง ยืนยันว่าคุณอาไม่ผลต่อการเล่นการเมือง

"ผมไม่ทราบว่าอุดมการณ์ทางการเมืองของคุณอาของผมเป็นยังไง แต่ผมคิดเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองของผม  การอยากเห็นสังคมที่ดีขึ้น การอยากเห็นอนาคตที่สดใสสำหรับคนไทยรุ่นต่อไป ผมคิดว่าผมยืนตรงนี้ชัด"

การให้สัมภาษณ์ของนายธราธร ยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือ กรอบนโยบายใหญ่ๆ ของพรรคอนาคตใหม่ ที่เรียกว่า 3 ป. คือ "ปลดล็อก ปรับโครงสร้าง เปิดโอกาส"

ผู้จัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ อธิบายว่า 1.ปลดล็อก คือการปลดล็อกเงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่ให้ประชาชนลืมตาอ้าปากไม่ได้ อย่างเช่น การให้สัมปทานก็ดี กฎระเบียบต่างๆ ที่ไม่เอื้อต่อการสร้างธุรกิจใหม่ๆก็ดี  กฎระเบียบที่ปิดกั้นคนรุ่นใหม่ ชัดๆ เช่น เรื่องเหล้า-เบียร์ หรือการส่งออกข้าว นี่เป็นเรื่องตลก ที่ะชาวนาไม่สามารถส่งออกข้าวได้โดยตรง เราอยากปลดล็อกตรงนี้

"เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีคนเสนอเยอะแล้ว แต่ไม่มีคนทำ เพราะคนที่กล้าทำตรงนี้ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเยอะมาก แต่ผมว่ากฎหมายกฎระเบียบ พวกนี้ปิดโอกาสให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ ดังนั้นเราจำเป้ฯต้องปลดล็อกมันกับอีกอย่างคือการที่เราต้องขออนุญาต ต้องขอสัมปทาน มันเปิดโอกาสให้เกิดการทุจริต "

เขายกตัวอย่าง ธุรกิจชิ้นส่วนรถยนต์ของตน ว่า มันไม่มีกฎหมายห้ามการส่งออก ถ้าอยากส่งออก ตนทำได้พรุ่งนี้เลย แต่มันมีธุรกิจอีกเยอะแยะมากมายที่ติดปัญหาตรงนี้ เพราะฉะนั้นปลดล็อกมันเสีย

2.ปรับโครงสร้าง หมายถึงการกระจายอำนาจ คิดว่ามันมีพลังที่จะกลายเป็นคลื่นลูกที่ 3 ของสังคมเลย  คลื่นลูกที่ 1 ของสังคมไทยคือทฤษฎีการผลิตในประเทศเพื่อลดการนำเข้า ต่อมาช่วงทศวรรษ 2520 มันมีทฤษฎีใหม่ก็คือการผลิตเพื่อการส่งออก

"แต่ผมคิดว่าคลื่นใหม่คือคลื่นการเติบโตของท้องถิ่น ซึ่งศักยภาพของมันถูกกดทับมหาศาลอยู่ ณ ปัจจุบัน ถ้าเราสามารถกระจายอำนาจ ให้ท้องถิ่นคิดเอง ทำเอง บริหารตัวเองทั้งด้านการเงิน การคลัง การศึกษา ดิน น้ำ ลม ไฟ จะเกิดการระเบิดอย่างมโหฬาร ของพลังการผลิตและความคิดสร้างสรรค์ในประเทศ"

นายธนาธร กล่าวว่า 3.เปิดโอกาส เราคิดถึงอะไรเยอะแยะไปหมด เช่น เรื่องเกม ถามว่าอุตสาหกรรมเกมมันสำคัญอย่างไร อุตสาหกรรมเกมมันสามารถต่อยอดไปใน The next big thing หรืออุตสาหกรรมอนาคตได้ เช่น AI หรือ VR ถามว่ามันสำคัญอย่างไร  ยกตัวอย่างง่ายมาก ประกวดเลย จัดประกวดแนวเกม ไม่ใช่ประกวดทำเกมนะ เขียนเรื่องราวของเกมแล้วประกวดกัน ใครได้ที่ 1 ก็ไปจ้างคนที่ออกแบบเกมที่เก่งที่สุดในโลกมา สมมติทีมหนึ่งต้องใช้คนสร้าง 50 คน เราไปจ้างคนที่เก่งที่สุดในโลกมา 25 คน แล้วเอาคนไทยที่เก่งที่สุด 25 คนไปร่วมสร้างด้วยเพื่อเรียนรู้จากเขา

พอเกมนี้เสร็จก็จัดแข่งขันกันทั่วประเทศ เอาให้ใหญ่ไปเลย พอมีคนเข้ามาเล่นเกมก็จะเกิดดีมานด์ คือเกิดการผลักดันภาคการผลิต แล้วเกมมันก็ต้องมีวิวัฒนาการ ก็ต่อยอดเอา ผมว่าเรื่องพวกนี้ทำได้....

"วันที่มีการเปิดให้พูดเรื่องนโยบายอย่างเต็มตัว เราจะมาพูดในรายละเอียดกัน เรามีนโยบายหลายด้าน แต่ทุกด้านจะมาวิ่งเข้ากรอบ 3 ป. นี้" ผู้จัดตั้งพรรคอนาคตใหม่  ระบุ.


ไม่อยากให้เครียด...... และบีบรัดตัวเองจนแทบกระดิกตัวไปทางไหนไม่ได้กันอย่างนั้นเลยครับ! กรณี ประเทศเราให้เกียรติ "บุคคลคณะทูต" ด้วย "อภิสิทธิ์ทางการทูต" ในการเข้าประเทศ

ทดสอบสถานการณ์ 'รอบ ๒'
บันทึก 'มหาประชายินดี' ไทย
'ธนาธรกับการจารกรรม'
ลับแล "เมืองไทย" ในดรามา
ลิงในวิถีที่เหนือคณะก้าวหน้า
'เมย์เดย์..เมย์เดย์' คนเห็นผี!