หึ่ง!บิ๊กเพื่อไทยหม่ำกล้วย 900 ล้าน แลกหลบซักฟอกรัฐมนตรี


เพิ่มเพื่อน    

แฟ้มภาพ

17 ม.ค.63 - รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า ความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลในรัฐบาลประยุทธ์ ขณะนี้มี 5รัฐมนตรี จะถูกพรรคเพื่อไทยยื่นอภิปรายแน่นอน 

ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายดอน ปรมัติวินัย รมว.ต่างประเทศ 

ทีรายงานว่าในการประชุมพรรคเพื่อไทยเมื่อ 14 ม.ค. ได้มีส.ส.ลุกขึ้นสอบถามความชัดเจนจาก แกนนำพรรคเพื่อไทยว่า เหตุใดการอภิปรายครั้งนี้ ส.ส.ถึงยังไม่รู้เลยว่า จะอภิปรายรัฐมนตรีคนใด เรื่องอะไรบ้าง ซึ่งผิดปกติต่อการอภิปรายมาก 

แกนนำพรรคที่อยู่ในห้องประชุมชี้แจงกลับมาเพียงว่า "ที่ยังไม่แจ้งเพราะว่ากลัวข้อมูลรั่วไหลออกไป แต่ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้มากแล้ว"

แหล่งข่าว เผยว่า ส.ส.หลายคน แจ้งความจำนงที่จะขอยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพราะมีข้อมูลหลักฐานที่มากพอ เกี่ยวข้องกับการล็อกสเปกให้กับบริษัทประชาสัมพันธ์แห่งหนึ่งที่เป็นคนใกล้ชิด มีการสั่งการไปยังหน่วยงานต่างๆ 

อีกทั้งมี ส.ส.อีกบางส่วน ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การอภิปรายครั้งนี้ ไม่ควรจะมุ่งเน้นไปที่ รัฐมนตรีในส่วนของพรรคพลังประชารัฐเพียงอย่างเดียว ควรจะพุ่งเป้าไปที่รัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ที่มีกระแสข่าวทางลบออกมามาก และมีข้อมูลในทางลึก จึงอยากให้ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย  

“แม้จะมีการเสนอความเห็นจากส.ส.ให้ใส่ชื่อรัฐมนตรีทั้ง 2 คน เข้าไปเพิ่มเติม ได้เข้าไปพูดคุยนอกรอบกับแกนนำพรรคบางคน แต่ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนกลับมา ทำให้ส.ส.รู้สึกผิดหวัง เนื่องจากเข้าใกล้เวลาที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว และกลัวว่าท้ายที่สุดทั้ง พล.อ.ประวิตร นายศักดิ์สยาม จะไม่มีชื่อที่จะถูกอภิปรายในที่สุด ทำให้ส.ส.ได้จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงสิ่งที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย เคยโพสต์เฟซบุ๊กไว้ และยังไล่เช็กข่าวถึงที่มาที่ไปจนทราบว่า 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีบางคนในพรรคพลังประชารัฐและพรรคร่วมรัฐบาล ที่เคยมีชื่อจะถูกอภิปราย พยายามต่อสายมาถึงแกนนำพรรคเพื่อไทยที่รู้จักสนิทสนม ต่างฝ่ายต่างส่งตัวแทนไปพูดคุย มีการยื่นหลักประกันไว้เบื้องต้น 

เช่น ได้ให้โครงการรับเหมาก่อสร้างมูลค่าสูงถึง 900 ล้านบาท ผ่านคนสนิทแกนนำพรรคเพื่อไทยคนหนึ่ง เพื่อเป็นการซื้อใจพร้อมกับฝากย้ำมาด้วยว่า เพื่อรักษาแนวร่วม ขณะที่อีกรายได้รับปาก ตำแหน่งหน้าที่การงานสูงขึ้น ดีขึ้น ให้กับเครือญาติแกนนำพรรคเพื่อไทยอีกคนหนึ่งเช่นกัน แลกกับการไม่ถูกอภิปรายไว้วางใจ"

นอกจากนี้ยังมี นักเจรจาคนหนึ่ง เป็นตัวกลางประสานงานมายังพรรคเพื่อไทย เพื่อทำให้ข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อันเกี่ยวพันไปถึงบริษัทนายทุนยักษ์ใหญ่คนหนึ่งเพื่อให้น้ำหนักเบาลง.


"การดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องอาศัยรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายกําหนดแหล่งที่มาไว้ตามมาตรา ๖๒

ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์