รักชาติยิ่งชีพ


เพิ่มเพื่อน    

 กระแสชังชาติที่มีคนพยายามใช้วาทกรรมครอบงำเยาวชนของเรานั้น เป็นปรากฏการณ์ที่น่าเป็นห่วง เพราะวาทกรรมที่ทำกันอยู่นั้นทำให้เยาวชนที่เชื่อและคล้อยตามวาทกรรมเหล่านั้น กลายเป็นคนไร้ราก ไม่เข้าใจว่าประเทศไทยมีวิวัฒนาการที่เติบโตได้อย่างมั่นคง และทำให้คนไทยอยู่ดีมีสุขกันได้อย่างไร เพราะวาทกรรมเหล่านั้นพูดแต่ปัญหาของประเทศ มีแต่เรื่องตำหนิประเทศไทยว่าไม่ดีอย่างนั้น ไม่ดีอย่างนี้ ในขณะที่ต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองไทย เขาชื่นชมเมืองไทย และมีคนต่างชาติที่เกษียณแล้วหลายชาติต้องการที่จะมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่เมืองไทย และคนไทยจำนวนมากที่ไปเที่ยวต่างประเทศมาหลายๆ ประเทศ มีความรู้สึกว่าประเทศไทยนี่แหละคือประเทศที่น่าอยู่ที่สุด แม้ว่าจะไม่ใช่ประเทศที่ดีพร้อม สมบูรณ์ไปทุกด้าน เรายังมีปัญหาที่ต้องแก้ไข มีประเด็นต่างๆ ที่จะต้องพัฒนา แต่ประเทศไทยเราไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดที่เราจะเรียกมาตุภูมิของเราว่ากะลาแลนด์

นอกจากการสร้างวาทกรรมชังชาติ ตำหนิสิ่งต่างๆ ที่เป็นอัตลักษณ์ของความเป็นไทยแล้ว ยังมีคนบางคนที่มีพฤติกรรมชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน ด้วยการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างประเทศ เรื่องที่พูดนั้นก็มีแต่เรื่องที่ตำหนิประเทศไทยหลายๆ ด้าน รวมทั้งการแสดงความไม่พอใจและไม่ไว้วางใจกระบวนการยุติธรรมของไทย พูดให้สื่อมวลชนในประเทศไทยยังไม่พอ ยังออกไปตระเวนให้สัมภาษณ์นอกประเทศ ด่าประเทศไทยให้คนต่างชาติฟัง กล่าวหาประเทศไทยว่ายังไม่มีความเป็นประชาธิปไตย และเชิญชวนชาวต่างชาติให้มาช่วยทำให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย เท่ากับเป็นการเชิญชวนให้คนต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทยเรา ตัวเองโดนคดี จะต้องไปรับฟังข้อกล่าวหา ก็ไปชวนชาวต่างชาติมาเป็นพยาน ทั้งๆ ที่คดีที่ตนเองโดนกล่าวหานั้นไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนอื่นที่เป็นเรื่องของสาธารณชน เป็นเพียงแค่เรื่องของตนเองเท่านั้น

คำพูดที่เสียดสีเย้ยหยันอัตลักษณ์และความเป็นไทยนั้น ไม่ควรจะออกจากปากของคนไทยที่มีความกตัญญูต่อแผ่นดิน หากมีสิ่งใดที่ไม่ดีไม่งาม เราก็มาช่วยกันคิดหาหนทางที่จะพัฒนาปรับปรุง ไม่ใช่มาสร้างวาทกรรมเย้ยหยันเสียดสีให้คนฟังที่คล้อยตามเกิดความรู้สึกชังชาติ ประเทศไทยเราเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรม เป็นประเทศที่มีราก แต่เมื่อมีคนพยายามจะครอบงำให้เยาวชนของเราเป็นคนไร้ราก เราควรจะตระหนักว่าต้นไม้ที่ไร้รากไม่สามารถยืนหยัดได้ฉันใด ประเทศที่ประชาชนเป็นคนไร้รากก็ไม่อาจจะดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนฉันนั้น แทนที่จะครอบงำให้เยาวชนเป็นคนไร้ราก ทำไมเราไม่ทำให้เยาวชนของเรามีสำนึกประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้งล่ะ เพราะสำนึกประวัติศาสตร์นั้นเป็นพื้นฐานของสำนึกความรักชาติ เพราะเยาวชนของเราจะได้เรียนรู้วีรกรรมของบรรพชนที่ทำให้ประเทศไทยของเราฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานาที่เราต้องเผชิญตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ถ้าหากเยาวชนของเราไม่มีสำนึกประวัติศาสตร์ ฟังแต่วาทกรรม อ่านแต่ข้อความใน Social media ของกลุ่มคนที่พยายามจะครอบงำเยาวชน เราก็ได้เห็นเยาวชนที่ชังชาติ และต้องการเปลี่ยนทุกอย่างที่พวกเขาเรียกว่าเป็น “ของเก่าที่ขัดขวางการพัฒนาประเทศ” และยอมรับสิ่งที่พวกเขามองว่า “เป็นของใหม่ที่จะมาเปลี่ยนประเทศให้ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า” โดยอาจจะไม่ได้พิจารณาให้รอบคอบว่า “ใหม่อาจจะไม่ดีกว่าเก่าเสมอไป”

เยาวชนจะต้องได้รับการปลูกฝังให้ภูมิใจในความเป็นไทย ชื่นชมวีรกรรมของบรรพชน และจะต้องซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของบูรพกษัตริย์ของไทยที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการธำรงความเป็นเอกราชมาจนถึงปัจจุบัน และจะต้องเข้าใจว่าสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นมีความสำคัญกับประเทศไทยเพียงใด เยาวชนทั้งหลายจะต้องรู้ว่าสถาบันหลักของไทยเรา ทั้งชาติ ศาสน์ กษัตริย์นั้น คือสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยของเราธำรงความเป็นเอกราช มีพัฒนาการสู่ความเจริญ ทำให้เรามีมาตุภูมิที่อยู่กันมาหลายชั่วคนได้อย่างยั่งยืน เยาวชนควรได้รับการปลูกฝังให้รู้จักคิด วิเคราะห์ และแยกแยะ เพื่อให้เห็นว่าในขณะที่ประเทศอื่นๆ หลายประเทศรอบประเทศไทยเราจะต้องตกเป็นอาณานิคมของประเทศตะวันตก แต่ประเทศไทยเราหลุดพ้นมาได้เพราะอะไร และความเจริญต่างๆ นั้นพระมหากษัตริย์ของไทยในราชวงศ์จักรี ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 มาจนถึงรัชกาลปัจจุบันนั้น ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอะไรกับคนไทยบ้าง

ประเทศไทยเราผ่านร้อนผ่านหนาว เจอกับอุปสรรคจากภัยภายนอกมาตลอดระยะเวลาของการมีประเทศไทย แต่บูรพกษัตราธิราชเจ้าทรงมีพระปรีชาสามารถในการนำพาประเทศให้หลุดพ้นจากภัยพิบัติต่างๆ ร่วมกับบรรพชนของเรา ที่ได้เสียสละแรงกายแรงใจ พลีชีพเพื่อปกป้องประเทศไทยเอาไว้ให้ลูกหลานได้อยู่อย่างร่มเย็น และประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้า มีความโดดเด่นในเวทีโลกในหลายๆ ด้านอย่างน่าภาคภูมิใจ

เยาวชนตระหนักรู้ในเรื่องเหล่านี้บ้างหรือไม่ มีใครบอกเล่าเรื่องเหล่านี้ให้เยาวชนได้รับรู้และซาบซึ้งบ้างหรือไม่ มีคนปลูกฝังความรักชาติให้เยาวชนเราบ้างหรือไม่ นักการเมือง? พ่อแม่? ครูบาอาจารย์? นักศาสนา? นักประวัติศาสตร์? สื่อสารมวลชน? ถ้าหากไม่มีใครทำหน้าที่เล่าเรื่องราวของประเทศที่น่าภาคภูมิใจ แล้วปล่อยให้ผู้นำลัทธิชังชาติครอบงำให้เยาวชนของเราชิงชังความเป็นไทย โหยหาการเปลี่ยนแปลง โดยไม่ได้พินิจพิเคราะห์ให้ดีว่าคนที่พวกเขาหลงใหลนั้นกำลังจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยเราไปในทิศทางใด มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็น “การพัฒนา” หรือมันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็น “ความเสื่อม” เราจะปล่อยให้เยาวชนของเรากระหายความเปลี่ยนแปลงจนพร้อมที่ยอมเสียเลือดเนื้อ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามความต้องการของผู้นำลัทธิชังชาติกระนั้นหรือ เราจะไม่เปรียบเทียบให้เยาวชนของเราเห็นว่าประเทศไทยเรามีดีกว่าอีกหลายประเทศในโลกบ้างเลยหรือ เรายังคงปล่อยให้เยาวชนของเราถูกครอบงำด้วยเรื่องราวของลัทธิชังชาติโดยไม่คิดจะทำอะไรกันเลยหรือ อย่านิ่งเฉยแล้วปล่อยให้ประเทศไทยต้องเสื่อมถอยจนสูญเสียอัตลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ที่ดีงามของประเทศ

เราคือคนไทยที่ควรภูมิใจในความเป็นไทย เราคือคนไทยที่ต้องกตัญญูต่อแผ่นดินไทย เราคือคนไทยที่ต้องช่วยกันพัฒนาประเทศไทยให้เจริญพัฒนาทัดเทียมอารยประเทศในโลก นักการเมือง พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ นักการศาสนา และสื่อมวลชน ต้องตระหนักว่าเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่จะต้องช่วยกันปลูกฝังให้เยาวชนเป็นคนรักชาติ และไม่คล้อยตามวาทกรรมของกลุ่มคนชังชาติที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยด้วยความคิดที่มุ่งทำลายสถาบันหลักของประเทศ. 


วิบากกรรม...."หมอเหวง" เพิ่งฝ่าสายฝนออกจากคุก ได้ ๒ วัน วานนี้กระเตง "ป้าธิดา" ไปเป็นเพื่อน ขึ้นศาลสืบพยานคดีชุมนุมปี ๒๕๕๒ สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ๑๑ ปีแล้วซินะ ยังวนเวียนอยู่กับคุก 

ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'
'วาทะนายกฯ ที่ต้องบันทึก'
'มึงเขียน-กูล้ม' ไม่เชื่อลอง!
'ธนาธร-ปิยบุตร' ออกศึก