'ทอน-บุตร' ไม่กลัวนิติสงคราม เชื่อคดีเงินกู้พรรคไร้ความผิดเพราะคืนแล้วไม่มีกฎหมายห้าม


เพิ่มเพื่อน    

21 ม.ค.63- นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไม่ยุบพรรคว่า เราเห็นว่ากรณีนีไม่ควรเป็นคดีตั้งแต่แรก ผมยืนยันว่าพรรคไม่ได้มีความคิดล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สิ่งที่พวกเราคิดและทำนั้น คือ การรักษาระบอบประชาธิปไตย อันมี ให้มั่นคงและยั่งยืน เพราะระบอบประชาธิปไตยไม่มีที่ยืนให้การรัฐประหาร การรัฐประหารต่างหากที่เป็นการล้มล้างการปกครองฯ ดังนั้น จึงไม่ใช่ประชาชนและพรรคการเมืองที่คิดล้มล้างการปกครอง แต่เป็นกองทัพที่ก่อการรัฐประหารต่างหากที่ล้มล้างการปกครองฯ

นายปิยบุตร กล่าวว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรสัปดาห์นี้ ส.ส.ของพรรค ได้ยื่นญัตติเข้าไป คือ ขอให้สภาฯตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาแนวทางการป้องกันการรัฐประหาร เพราะเราเชื่อว่าประชาะปไตย จะยั่งยืนไม่ได้ หากยังตกในวงจรของการรัฐประหาร นอกจากนี้ ยังมีวาระในสภาฯเรื่องการเลื่อนการใช้กฎหมายภาษีที่ดินที่มีความเหลื่อมล้ำออกไป และญัตติเรายังมีญัตติสำคัญ คือ ผลกระทบจากฝุ่น 2.5 เราเดินหน้าทำงานอย่างสร้างสรรค์และเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยยื่นญัตติในสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นการยืนยันว่าเราเดินหน้าทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ต่อไป

"แม้วันนี้คำร้องยุบพรรคจะถูกยกออกไป แต่ก็ยังมีกระบวนการร้องยุบพรรคทำลายพรรคอนาคตใหม่อยู่ เราเชื่อว่าการร้องยุบพรรคและนิติสงคราม ไม่ใช่การทำให้ประชาธิปไตยยั่งยืนได้ มีแต่การเปิดพื้นที่ให้เข้ามาตามกระบวนการเท่านั้นถึงจะพาประเทศไปสู่อนาคตแบบใหม่ได้" นายปิยบุตร กล่าว

ด้าน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ขอขอบคุณที่ช่วยสนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ให้ก้าวมาถึงจุดนี้ พรรคจะเดินหน้าทำงานต่อไป ดังนั้น เราขอสัญญากับประชาชนว่า ขาหนึ่งการทำงานในสภาฯผมและส.ส.ของพรรค จะมุ่งมั่นทำงานในสภาอย่างมีคุณภาพตรวจสอบรัฐบาลอย่างแข็งขัน ในระยะกลาง 2-3 เดือนจะรณรงค์ในร่างกฎหมายหลายฉบับที่เราเสนอต่อสภาฯไป เช่น การยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เป็นต้น เราจะจริงจังและมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชน

"อีกด้านหนึ่งเราจะทำงานต่อเนื่องกับประชาชนนอกสภา แม้ผมจะไม่ได้เข้าสภาแล้ว แต่ผมจะเดินทางไปรับฟังปัญหาของประชาชน และเอาปัญหาของประชาชนมาฝากให้ส.ส.ไปผลักดันเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป จะทำให้ประชาชนเข้าใจถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะนำมาซึ่งสังคมแห่งการแลกเปลี่ยน ที่จะพาสังคมไทยออกจากความขัดแย้ง วันนี้ทุกคนเห็นแล้วว่าพวกเราทำงานหนักแค่ไหน วันนี้ขอบคุณประชาชนทุกคนที่มาสนับสนุนเรา การเดินทางนี้เพิ่งเริ่มต้นจากวันที่เราตั้งพรรคถึงวันนี้ยังไม่ถึงสองปี ยังมีหลายเรื่องที่เราอยากผลักดัน สัญญาจะว่าผลักดันนโยบายให้เป็นจริงและเป็นตัวแทนความฝันของประชาชนที่ต้องการเห็นประเทศไทยไปข้างหน้า ขอขอบคุณทุกกำลังใจ" นายธนาธร กล่าว 

นายธนาธร กล่าวว่า กิจกรรมทางสังคมที่เราไปเข้าร่วมอย่างกิจกรรมวิ่งไล่ลุง เราไมได้เข้าร่วมกิจกรรมนั้นเพราะมีความเกี่ยวข้องกับคดีนี้ แต่เราเข้าร่วมด้วยความบริสุทธิ์ใจ อย่างไรก็ตาม เรายืนยันว่าการชุมนุมเป็นสิทธิที่รองรับไว้ในรัฐธรรมนูญ 

เมื่อถามว่าจะมีการฟ้องกลับหรือไม่  นายปิยบุตร กล่าวว่า ยังไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้ แต่เชื่อว่าการร้องเรียนไปมา ไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อประชาธิปไตย ขอให้ยุติกระบวนการนิติสงครามเพื่อมาทำงานน่าจะดีกว่า ส่วนคดีเงินกู้ของพรรคนั้น เราพร้อมต่อสู้คดีเพราะการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ถูกต้อง ภายหลังคณะอนุกรรมการของกกต.ได้ยกคำร้องไปแล้วแต่กกต.ก็ยังดำเนินการต่อไป ซึ่งเราได้ฟ้องร้องเป็นคดีอาญาต่อกกต.แล้ว ขณะเดียวกัน จะร้องขอให่ศาลรัฐธรรมนูญเปิดการไต่สวนเพื่อเรียกเอกสารและพยานบุคคลเข้ามาพิจารณา

"การกู้เงินไม่มีกฎหมายห้าม เพราะมีหลายพรรคกู้เงิน เงินกู้ไม่ใช่ประโยชน์ และเงินกู้เราได้ทยอยคืนไปบางส่วนและเป็นเงินใช้เพื่อทำกิจกรรมของพรรคการเมือง จึงมั่นใจว่าเราไม่มีความผิด" นายปิยบุตร กล่าว 

เมื่อถามว่า ทางพรรคอนาคตใหม่จะมีดำเนินการแก้ไขข้อบังคับพรรคหรือไม่ นายปิยบุตร กล่าวว่า ในประเด็นนี้ทางพรรคยังไม่ได้มีการหารือกัน เพราะจากที่ได้รับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าเป็นหน้าที่ของนายทะเบียนพรรคการเมือง คือ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะต้องดำเนินการแจ้งมายังพรรคอนาคตใหม่ หากเห็นว่าข้อบังคับพรรคมีความไม่คลุมเครือหรือไม่ชัดเจน ดังนั้น ทางพรรคจะรอการพิจารณาของนายทะเบียนพรรคการเมืองก่อน. 


ปิยบุตร...... บ่อยครั้งนะ ที่เจ้าเลอะเลือน และเหลี่ยมเล่ห์ ศุกร์ ๒๑ กุมภา ศาลฯ จะวินิจฉัยคดีพรรคกู้เงิน พวกเจ้าก็พล่านจนหัวก่าย ถ้ามีหางก็คงพันกัน

พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์
"ออมสิน" ในปริศนา "เสี่ยสั่ง"
เรือสำราญ 'อย่าเป็นม้าอารี'
อย่าหลง 'รบอยู่กับคลื่น'