อพท. ผนึกภาคีปั้นสุพรรณบุรีเป็นเมืองแห่งดนตรีของยูเนสโก เตรียมเสนอเข้าชิงปี 64


เพิ่มเพื่อน    

     

 

     วันที่ 22 ม.ค.-  นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.เปิดเผยว่า จากการจัด “อบรมเชิงปฏิบัติการวัฒนธรรมดนตรี-นาฏศิลป์อาเซียนฯ” ที่มหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุพรรณบุรี วันที่ 21-22 ม.ค. อพท.มีแนวคิดที่จะผลักดันสุพรรณบุรีให้ได้เข้าร่วมเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์แห่งดนตรีขององค์การยูเนสโก (UNESCO) ภายในปี 2564 ต่อจากภูเก็ตที่เป็นเมืองแห่งอาหาร เชียงใหม่เป็นเมืองแห่งหัตถกรรม ศิลปะพื้นบ้าน สุโขทัยเป็นเมืองแห่งหัตถกรรม ศิลปะพื้นบ้าน และกรุงเทพเป็นเมืองแห่งดีไซน์ เริ่มด้วยการจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้ถึงการเดินทางเข้าสู่เป้าหมายการเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์แห่งดนตรีของยูเนสโก เชิญผู้รู้และผู้เชี่ยวชาญทางด้านดนตรีและนาฏศิลป์จากประเทศในอาเซียนมาจัด “อบรมความรู้เชิง ปฏิบัติการวัฒนธรรมดนตรี-นาฏศิลป์อาเซียนในภูมิภาค พ.ศ.2563”  (Workshop ASEAN Music & Dance Connectivity 2020) เพื่อสร้างความรู้ให้แก่ครูและบุคลากรด้านดนตรีและนาฏศิลป์ของไทย เมื่อครูและบุคลากรด้านดนตรี นาฏศิลป์ได้เรียนรู้จะนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดให้แก่เยาวชนต่อไป เกิดเป็นความยั่งยืน เป็นเวทีของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านดนตรีของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน
    นายทวีพงษ์ กล่าวต่อว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นการสร้างความรับรู้ให้แก่ภาคีเครือข่ายในกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการผลักดันยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนจังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อเข้าร่วมเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์แห่งดนตรีของยูเนสโก เมื่อ จ.สุพรรณบุรีเข้าเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ฯ จะมีประเทศสมาชิกและภาคีเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์จากทั่วโลกกว่า 80 ประเทศ เดินทางหมุนเวียนมาจัดกิจกรรม ประชุม สัมมนา ศึกษาดูงาน และทำกิจกรรมต่างๆ ของกลุ่มสมาชิก โดยประเทศไทยและ จ.สุพรรณบุรี จะถูกบรรจุในปฏิทินกิจกรรมขององค์การยูเนสโกว่า ในแต่ละปีมีกิจกรรมอะไรบ้าง ปัจจุบันประเทศในภูมิภาคเอเชียและเอเชียแปซิฟิกที่เป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโกด้านดนตรี เช่น  อินโดนีเซีย อินเดีย จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี เป็นต้น ขณะที่ความพร้อมของจ.สุพรรณบุรี นอกจากฐานทุนทางวัฒนธรรมดนตรีและเพลง ยังมีความสะดวกเรื่องการเดินทาง ซึ่ง อพท. มีหน้าที่บูรณาการให้ทุกคนทุกภาคีในสุพรรณบุรีเป็นหนึ่งเดียว และมีความพร้อมผลักดันการพัฒนาเมืองสุพรรณบุรีให้เป็นเมืองแห่งดนตรี สามารถยกระดับไปสู่เมืองการเข้าร่วมเป็นเครือข่ายเมือง สร้างสรรค์แห่งดนตรีขององค์การยูเนสโกได้อย่างสมบูรณ์
    “ เดิมสุพรรณบุรี มีเทศกาลเพลงฉ่อย เพลงแหล่ เพลงอีแซว อยู่แล้วในระดับท้องถิ่น แต่เมื่อเสนอไปให้ยูเนสโกช่วงปีที่ผ่านมา ปรากฏว่า เรายังขาดองค์ประกอบอีกหลายด้าน จะต้องมีความหลากหลายทางดนตรีมากกว่านี้ มีการส่งเสริมดนตรีร่วมสมัยในจังหวัดหรือส่งเสริมให้เกิดการผสมผสานดนตรีขึ้นในพื้นที่ สร้างบรรยากาศทั้งหมดให้เป็นเมืองแห่งดนตรีจริงๆ เช่น ทุกสุดสัปดาห์จะร้องเล่นดนตรีตามจุดต่างๆ โดยมีคนสุพรรณไปนั่งฟังหรือชม เพราะสุพรรณฯ มีทั้งนักร้องดัง มีสถานที่ มีโรงละครแห่งชาติ ภายใน 1-2 ปีนี้ เราต้องผลักดันให้เกิดความพร้อมเพื่อที่จะส่งเข้าชิงเมืองดนตรีกับยูเนสโกในปี 2564” นายทวีพงษ์ กล่าว 
    ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า   ในอนาคตมีความมุ่งหวังต้องส่งเสริมให้เกิดสตาร์ทอัพเกี่ยวกับธุรกิจดนตรีให้เกิดขึ้นในสุพรรณบุรี กระตุ้นให้เกิดมหกรรมดนตรี นำเสนอเอกลักษณ์ของพื้นที่ว่า มีศิลปินกำเนิดที่จังหวัดนี้หลายคน รวมทั้งผลักดันให้เกิดการนำเพลงพื้นบ้าน ดนตรีพื้นบ้าน ผสมผสานเข้ากับดนตรีสมัยใหม่ นำเพลงฉ่อยผสานดนตรีสากลตามความเหมาะสม ขณะที่หน่วยงาน บริษัท องค์กรเครือข่ายดนตรีต้องมองเห็นความสำคัญของสุพรรณบุรีอยากจัดงานดนตรีที่สุพรรณบุรี ต้องทำให้ได้ ตั้งเป้าไปให้ไกลเหมือนอย่างปูซาน  อดีตผลักดันให้เป็นเมืองแห่งภาพยนตร์ ตอนนี้โด่งดังเท่าเทศกาลหนังเมืองคานส์แล้ว

 

 

 


เฮ้อ..... เราจะต้องนับหัวคนป่วย-คนตายเป็น "ปฏิทินรายวัน" กันอีกนานมั้ยเนี่ย? พูดแล้วก็เหงาใจนัก! แต่ไม่น่ะ....

'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก
โควิด-๑๙ 'ภาคนรก-สวรรค์'