ก.ล.ต.แก้เกณฑ์ปลดล็อกเอสเอ็มอีระดมทุนผ่านตลาดทุน


เพิ่มเพื่อน    

23 ม.ค. 2563 น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำกับตลาดทุน (ก.ต.ท.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบเกณฑ์กำกับดูแลเปิดให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และสตาร์ทอัพ สามารถเข้าระดมทุนผ่านเครื่องมือในตลาดทุน ทั้งการระดมทุนตลาดแรก โดย ก.ล.ต. คาดว่าจะประกาศหลักเกณฑ์ ก่อนเริ่มบังคับใช้ได้ภายในไตรมาสแรกของปีนี้ ส่วนการจัดตั้งตลาดรองในการซื้อขายหลักทรัพย์ของเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ อยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์กำกับดูแลตลาดแรก เพื่อลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย ได้กำหนดให้บริษัทไม่ต้องขออนุญาต แต่ให้เปิดเผยข้อมูลสำคัญ ช่วยให้มีความสะดวกและรวดเร็ว ผ่อนปรนการเปิดเผยข้อมูลงบการเงิน และไม่ต้องจ้างที่ปรึกษาทางการเงิน (เอฟเอ) ส่วนแนวทางของมาตรการเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน โดยจำกัดประเภทผู้ลงทุน มุ่งเน้นผู้ที่มีความรู้ มีประสบการณ์  มีทรัพย์สินเพียงพอรองรับความเสี่ยงได้ แต่ผู้ลงทุนรายย่อยที่ต้องการเข้ามาลงทุนในบริษัทจำกัด จะกำหนดไว้ไม่เกิน 10 ราย ส่วน บมจ.ไม่เกิน 50 ราย หรือวงเงินระดมทุนทั้งหมด สัดส่วนรายย่อยไม่เกิน 20 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ยังมีมติเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ผ่านระบบคราวด์ฟันดิง กรณีมีผู้จองซื้อถึง 80% ของจำนวนเงินที่ตั้งไว้ โดยไม่ต้องยกเลิกการเสนอขาย หากได้ไม่ครบ 100% แต่ผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิง ต้องเปิดเผยและแจ้งเงื่อนไข ที่จะไม่ยกเลิกการเสนอขายให้ผู้ลงทุนทราบก่อนจองซื้อ เพื่อลดข้อจำกัดตามเกณฑ์เดิมที่กำหนดว่าหากได้เงินไม่ครบจำนวนที่ตั้งไว้ต้องยกเลิกการเสนอขาย ซึ่งหลักเกณฑ์ใหม่ดังกล่าวสอดคล้องกับการกำกับดูแลในต่างประเทศ 

นอกจากนี้  ยังเห็นชอบแนวทางการส่งเสริมให้บริษัทที่เสนอขายหุ้นต่อประชาชนดำเนินธุรกิจบนหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทที่จะเสนอขายหุ้นต่อประชาชน (ไอพีโอ) ต้องไม่เป็นบุคคลเดียวกัน คาดว่าจะมีผลใช้บังคับในปี 64 และกำหนดให้บริษัทจดทะเบียนและบริษัทที่จะไอพีโอ ต้องเปิดเผยข้อมูล ทั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตั้งแต่รอบปีบัญชีสิ้นสุด 31 ธ.ค.64 รวมทั้งการเคารพสิทธิมนุษยชน และการมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วย


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"