'หมอหนู'ยันยิ่งตรวจแล้วยิ่งเจอผู้ป่วยเยอะไม่ได้ล้มเหลว ในทางการแพทย์เท่ากับมีประสิทธิภาพ


เพิ่มเพื่อน    

28 ม.ค. 63- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา หลังจากพบผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มอีก 6 รายว่า ตนได้รายงานการพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมให้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมแล้ว โดยผู้ป่วย 8 รายแรก ถือว่าอาการหายแล้ว เดินทางกลับไปแล้ว 3 คน อยู่ระหว่างเตรียมกลับอีก 2 คน ส่วนอีก 3 คน ผลตรวจมีเชื้อเป็นลบ แต่ยังรอการตรวจซ้ำเพื่อยืนยันว่าหายจริง ซึ่งเรามีประวัติเก็บไว้เรียบร้อยแล้ว และยังอยู่ในข่ายที่เราต้องควบคุมดูแลและเฝ้าระวัง

“ขอชี้แจงว่า ยิ่งตรวจแล้วยิ่งเจอเยอะ ไม่ได้เป็นความล้มเหลว แต่ในทางการแพทย์ ยิ่งพบคนป่วย เท่ากับมีประสิทธิภาพในการหาคนป่วย และเชื้อชนิดนี้ยังไม่รุนแรงเท่ากับไวรัสซาร์ส และ ไวรัสเมอร์ส ยังอยู่ในวิสัยที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อยู่ ส่วนคน 6 ที่พบใหม่ เดินทางมาจากอู่ฮั่น เป็นคณะทัวร์เดียวกัน ซึ่งถือว่าปลอดภัยเมื่ออยู่ในมือแพทย์แล้ว และเราทราบว่าใครอยู่ที่ไหนบ้าง”นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า นายกฯได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคอุบัติใหม่แห่งชาติ ที่มีตนเป็นประธาน นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องร่วม เป็นรองประธาน ขณะที่กรรมการ ประกอบด้วยข้าราชการประจำ และผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และการควบคุมโรคระบาด เข้ามาช่วย โดยคณะกรรมการชุดนี้จะกำหนดนโยบายให้เกิดการร่วมมือหากต้องมีการประสานงานข้ามกระทรวง และยังเป็นการสนับสนุนผู้ที่อยู่ในระดับปฏิบัติการให้เกิดความมั่นใจในการทำงาน พร้อมกำกับการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยนายกฯ ย้ำว่า การดูแลรักษาเพื่อมนุษยธรรมสำคัญที่สุด ตรงนี้อาจมีงบฉุกเฉิน เพื่อให้การบริหารสถานการณ์เป็นไปได้โดยสมบูรณ์ และเกิดความปลอดภัยมากที่สุด ยืนยันว่ากระทรวงสาธารณสุขเอาอยู่ ทีมงานเราเป็นหนึ่งเดียวกัน ทำงานกันด้วยความเข้าใจ เป็นกำลังใจให้กัน มั่นใจว่าจะรักษาสถานการณ์ไปได้ ขอเพียงอย่าดุด่าอะไรที่ไม่สร้างสรรค์ แนะแนวและตำหนิได้ แต่ต้องมีเหตุผล

ผู้สื่อข่าวถามว่า กระทรวงสาธารณสุขประเมินสถานการณ์ระยะการแพร่บาดจะอยู่นานเพียงใด นาย อนุทิน กล่าวว่า จากการพูดคุยกับคณะทำงานวางกรอบไว้ประมาณ 6 เดือน ซึ่งสมัยของไวรัสซาร์ส และไวรัสเมอร์ส เรากำหนดเวลาไว้ 9 เดือน แต่ขณะนี้ประเทศต้นทางมีมาตรการปิดเมืองจะทำให้การควบคุมโรคในประเทศไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น และจากการประชาสัมพันธ์ของเรา ที่ประสานไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ให้แจ้งข้อมูลหากมีการตรวจพบมาที่ศูนย์ปฏิบัติการของกระทรวงสาธารณสุข

เมื่อถามว่า กรณีที่มีการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนและมีค่าใช้จ่าย รัฐบาลจะดูแลอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้เรายังดูแลอยู่ ยังไหว งบประมาณยังพอมี ต้นทุนเกินได้ถือว่าเป็นการรักษาเพื่อมนุษยธรรม คนไทยไม่ต้องกังวล เพราะอยู่ภายใต้การรักษาประกันสุขภาพอยู่แล้ว ส่วนคนจีนตอนนี้ ให้การรักษาภายใต้หลักมนุษยธรรม เราก็ให้การรักษาเขา เพราะการรักษาคนจีน ก็เพื่อไม่ให้แพร่ต่อ กระทรวงสาธารณสุขเป็นกระทรวงที่ต้องดูแลสุขภาพคนที่อยู่ในประเทศไทย ไม่เฉพาะคนไทยอย่างเดียว หากเราเจอใครป่วยเราต้องรักษาก่อน เรื่องค่ารักษาค่าเรียกเก็บได้เราก็ต้องเก็บ แต่ถ้าเก็บไม่ได้ เราถือว่าเป็นต้นทุนที่ไม่ให้คนไข้ออกไปเพ่นพ่านทำให้เกิดการระบาดโรคให้คนในประเทศของเรา.


เห็นเขาล่ารายชื่อ....... คัดค้าน "ยุบอนาคตใหม่" กันครึกโครมตามโซเชียลมีเดีย ผมก็พลอยคึกตามไปด้วย

จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์
"ออมสิน" ในปริศนา "เสี่ยสั่ง"
เรือสำราญ 'อย่าเป็นม้าอารี'
อย่าหลง 'รบอยู่กับคลื่น'
'โคราช' สะท้อน 'บทบาท สส.'
ได้อะไร 'ในเสีย' ที่โคราช?