ศูนย์บริการโลหิต สภากาชาดไทย ออกประกาศมาตรการป้องกันเลือดที่ได้รับบริจาคปนเปื้อนเชื้อโคโรนาไวรัส


เพิ่มเพื่อน    

30ม.ค.63-ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย  ออกประกาศเรื่อง มาตรการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่            2019 ทางโลหิต ฉบับที่ 1 โดยศาสตราจารย์กิตติคุณ  นายแพทย์ชัยเวช นุชประยูร ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทยรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย ความว่า


ตามที่มีการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และมีรายงานพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจากต่างประเทศนอนพักรักษาอาการที่โรงพยาบาลในประเทศไทยอีกทั้งมีการยืนยันแล้วว่าเชื้อสามารถติดต่อ จากมนุษย์สู่มนุษย์ได้ดังนั้นเพื่อให้งานบริการโลหิตของประเทศไทยเป็นไปอย่างเพียงพอปลอดภัยและป้องกันมิให้รับบริจาคโลหิตจากผู้มีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทยจึงกำหนดให้มีมาตรการเกี่ยวกับการรับบริจาคโลหิตดังต่อไปนี้ 


1 .มาตรการงดรับบริจาคโลหิตชั่วคราวจากผู้ที่มีความเสี่ยง  ต่อการได้รับเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 
    1.1 .ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคไวรัสสายพันธุ์ใหม่งดบริจาคโลหิต 14 วันนับตั้งแต่วันที่เดินทางออกมาและไม่มีอาการผิดปกติใดๆ( แนะนำให้งดบริจาคโลหิต 14 วันเพื่อเว้นระยะความปลอดภัย 1 เท่าของระยะเวลาฟักตัวของเชื้อไวรัส สายพันธุ์อื่นในร่างกายที่มีรายงานแล้ว 2 ถึง 10 วันขณะที่ยังไม่มีรายงานระยะฟักตัวของเชื้อตัวใหม่นี้ )
    1.2 ผู้ได้ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อโคโรนาไวรัสให้งดบริจาคโลหิตเป็นเวลา 28 วันหรือ 4 สัปดาห์ นับตั้งแต่ตรวจพบเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่และหรือหายป่วยโดยไม่มีอาการใดๆหลงเหลืออยู่ (แนะนำให้งดบริจาคโลหิต 4 สัปดาห์เพื่อเว้นระยะความปลอดภัย 1 เท่าของระยะเวลาการพบเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์อื่นในโลหิต 2-16 วัน
    1. 3 ผู้ที่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัสงดบริจาคโลหิตเป็นเวลา 28 วันหรือ 4 สัปดาห์)
2 มาตรการเรื่องการให้ข้อมูลการเจ็บป่วยหลังบริจาคโลหิตและการเรียกคืนโลหิตและส่วนประกอบโลหิต
    2.1 ภายใน 14 วันหลังบริจาคโลหิตหากผู้บริจาคโลหิตได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ให้ผู้บริจาคโลหิตญาติ หรือ โรงพยาบาลที่ทำการรักษาแจ้งให้หน่วยงานที่ให้บริการโลหิตได้แก่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติภาคบริการโลหิตแห่งชาติหรือโรงพยาบาลที่รับบริจาคโลหิตทราบทันที

    2.2 หน่วยงานที่ให้บริการโลหิต ต้องมีแนวทางปฏิบัติในการรับข้อมูลข่าวสาร จากผู้บริจาคโลหิตแล้วดำเนินการกักกันหรือเรียกคืนโลหิตและส่วนประกอบโลหิต จากผู้บริจาคโลหิตครั้งนั้นๆที่ยังอยู่ในคลังและยังไม่ได้ให้ผู้ป่วยกลับคืนเพื่อการวินิจฉัยและทำลาย 
    2.3 โรงพยาบาลต้องมีระบบ เฝ้าระวัง ความปลอดภัยของโลหิตที่ให้แก่ผู้ป่วย(Thermovigilance System และติดตามผู้ป่วยที่ได้รับโลหิตจากผู้บริจาคโลหิตที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 
    

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"