‘ต้นหอม’เคลียร์ดราม่า’มะตูม’ รับเป็นหนี้ก้อนโตที่สุดในชีวิต


เพิ่มเพื่อน    


 

          ไม่ว่าจะทำอะไรก็เป็นที่จับตามองตลอดสำหรับ ดีเจ.มะตูม-เตชินท์ พลอยเพชร ซึ่งก่อนหน้านี้เพิ่งเจอดราม่า #ตูมสนิท ถูกชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ล่าสุด ดีเจ.มะตูม ควง ดีเจ.ต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ถึงประเด็นดราม่า รวมทั้งการเป็นหนี้ก้อนโตที่สุดในชีวิต

          “ปีนี้ปีชง ตั้งแต่ต้นปี ก็ตั้งแต่วันเกิด คือตูมเกิดวันที่ 9 มกราคม พอตอนเที่ยงคืนปั๊บเข้าโรงพยาบาลเลย เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์บี หลังจากออกจากโรงพยาบาลปุ๊บก็ขึ้นทยานสู่ทวิตเตอร์ก็โดนแฮชแท็ก #ตูมสนิท มันเป็นแฮชแท็กที่มีมานานแล้ว

          ดราม่าตูมชี้แจงไปในไอจีแล้ว คือเรื่องของการใช้คำพูด มันเป็นเรื่องของส่วนเนื้องาน เวลาที่ตูมโดนดราม่า ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องส่วนตัว คือเรื่องของการไปปาร์ตี้ การไปถ่ายรูปกับเพื่อน การไปคอมเมนต์ แต่ครั้งนี้จากทางรายการ มันทำให้เราสำนึกผิดจนถึงทุกวันนี้ เสียดายจังเลย ไม่น่าพลาด ตอนนั้นเราทำไปเพราะความสนุก ทุกอย่าง อะไรก็ตามที่ตูมทำงานแล้วได้เงิน ตูมสนุกหมด ตูมรู้สึกว่าตูมเป็นเอ็นเตอร์เทนเนอร์ ตูมไม่ได้มาเป็นนักวิชาการอะไร ตูมไม่ได้มีความรู้ขนาดนั้น ตูมมาเพื่ออยากสร้างรอยยิ้ม เจตนาของเราคือความสุขอย่างเดียว แต่ถ้าคนที่รับไปอาจจะไม่พอใจ เราก็ขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วย

 

 

          ทำอะไรก็ผิด ไม่น้อยใจค่ะ เพราะจริงๆ แล้วมันเป็นบทเรียน มันสอนให้รู้ว่าในอนาคตมันต้องระวังมากขึ้น ถามว่ามีเครียดไหมก็มีถึงขนาดเราขอพักงานรายการนี้ก่อน เพื่อมาเช็กเทปย้อนหลังว่าเราสามารถปรับปรุงอะไรได้ไหม เพราะจริงๆเรายังอยากอยู่ เราไม่เจ็บปวดเวลาคนด่าเนื้องานแต่เราจะเจ็บปวดเวลาคนบอกว่าออกไปจากวงการซะ เพราะเรายังอยากอยู่ตรงนี้อยู่ เราเลยปรับปรุง     

          ส่วนกับพี่ต้นหอม พี่หอมเป็นคนเห็นเราตั้งแตแรก วันแรกที่ตูมมาเป็นพิธีกรรายการออนไลน์ แล้วพี่หอมเป็นแขก แล้ววันนั้นพี่หอมมีข่าวดราม่าด้วยนะ เราก็บอกว่า ทำไมวงการบันเทิงถึงเจอข่าวดราม่า เขาก็บอกว่าไม่ต้องห่วงเดี๋ยวมึงก็เจอ จนวันที่เจอเขาก็อยู่ข้างๆ”

 

 

          ด้านดีเจ.ต้นหอม เผยถึงเพื่อนสนิทว่า “เราบอกมะตูมเลย ดารามี 2 ประเภท ดาราคนรัก กับคนไม่เอ็นดู มึงอยู่ในโหมดคนไม่เอ็นดู ฉะนั้นไม่ว่าจะหยิบจับ ทำอะไรมึงผิดไปหมด เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่ตูมมีดราม่า หอมจะเป็นคนทบทวนว่าเกิดจากอะไร ตูมสนิท คนที่เกลียดมะตูม มะตูมทำผิดหรืออคติ ในวันที่แฮชแท็กเกิด มึงไม่ได้ผิดแต่เขาอคติ เพราะการที่มึงสนิทกับดาราหลายคนไม่ใช่เรื่องผิด แต่มันเป็นเรื่องน่าหมั่นไส้ ยังไงอะเราต้องแคร์คนทั้งประเทศแล้วเลิกคบกับเพื่อนแล้วรู้สึกว่าจริงใจหรอ ไม่จำเป็น ฉะนั้นสิ่งที่บอกมะตูมคือไม่ต้องอ่าน ถ้าอยากอ่านคอมเมนต์ให้เก็บคอมเมนต์ที่เขาสอนเราด้วยใจจริง”

 

 

          นอกจากนี้ทั้งคู่ยังยอมรับว่าเป็นหนี้ก้อนโตเพราะการทำธุรกิจ ซึ่งต้นหอมเผยว่า “เวลาคนถามเราบอกว่าเราเป็นหนี้ไม่เคยมีใครเชื่อเรา เพราะภาพลักษณ์บอสหอม บอสมะตูม โคตรรวย เรายอมรับว่าช่วงที่เราทำธุรกิจใหม่ๆ ธุรกิจเราขายดี ไปได้ดีจริงๆ แต่มาถึงจุดที่ธุรกิจออนไลน์มันล้ม แล้วเราเป็นบริษัทน้องใหม่ที่กำลังขึ้น มันเหมือนบริษัทยิ่งใหญ่มาล้ม ในขณะที่นี่ขึ้นกระแทกนี่เลยเต็มๆ แล้วกลายเป็นว่าเราเนี่ยหนักสุด ยิ่งขึ้นสูง กลายเป็นเวลาตกนี่คือเราแบกภาระหนี้สินจากการทำธุรกิจอาหารเสริมเยอะมาก หุ้นส่วนแต่ละคนก็แบกก็หลายสิบล้าน ตกใจแล้วก็ช็อกมากในช่วงที่เรารู้ว่านี่คือสิ่งที่เราต้องเคลียร์ใช่ไหม ช่วงแรกเครียดมาก เราก็ตั้งสติได้ประณีประนอมหนี้ คือไม่หนีนะแต่ขอเวลาในการเคลียร์ทั้งหมด ตอนนั้นก็ตั้งเป้าว่า 3-5 ปี ร้องห่มร้องไห้กันว่าจะทำยังไง

          กลัวมาก เราถามอย่างเดียวเลย หรือว่าไม่ทำแล้วอาหารเสริม ทำไมปัญหามันเยอะจังเลย ไหนจะโดนโจมตีต่างๆ แต่ทีนี้คือถ้าเกิดเราทำถูกต้องมาตลอด เราสู้ดิ เราทิ้งตัวแทนไม่ได้ แล้วเราต้องทำให้ตัวแทนมั่นใจ ถ้าเจ้าของยังไม่มั่นใจสินค้าตัวเองว่าถูกต้องหรือเปล่า แล้วใครจะมั่นใจ เราต้องออกมามีแอคชั่นว่าของเราถูกต้อง ก็เป็นตัวเล็กๆ ที่ออกไปต่อสู้กับสื่อที่โจมตีตอนนั้นเยอะมาก เพราะว่าพอเราเป็นบริษัทใหญ่ที่ล้ม ก็จะมีตัวที่ต้องการมาร์เก็ตแชร์จากเรา แต่ไม่ได้ เพราะเราเป็นดารา เสียงเราจะดังถ้าของเราดีทุกอย่างมีเปเปอร์ ช่วงนั้นก็ออกมาสู้รบปรบมือกันเยอะ มันก็จะมาเป็นระยะๆ แต่ว่าโอเคหนี้สินก็ต้องเคลียร์ ก็ต้องวางแผนแล้วว่าจะเอาเงินที่ไหนมาเคลียร์หนี้สิน

 

 

          ไม่เคยยืมใคร เพราะเราก็รู้สึกว่าเราไม่ชอบให้ใครยืมเหมือนกัน เรารู้สึกว่าปัญหาใครปัญหามัน ทุกคนมีปัญหาหมด บางคนจะมองว่าเรารวยมาขอยืมตังเราดีกว่า แต่ไม่รู้ว่าการที่เป็นคนรวยปัญหาอาจจะใหญ่กว่าคุณเยอะ เรารู้สึกว่าไม่อยากเอาปัญหาเราไปพึ่งกับคนอื่น สร้างเองทำเอง เคลียร์เอง ตอนนี้จากที่ตั้งเป้าไว้ 3 ปี ภายในปีเดียวเคลียร์หมดแล้ว เพิ่งหมดเมื่อเดือนที่แล้ว เป็นหนี้ก้อนโตที่สุดในชีวิตแล้วค่ะ เพราะว่า ณ ตอนนั้นกำลังสร้างบ้านอยู่ด้วย ตอนนั้นคิดเลยว่าบ้านจะเอายังไง ตัดงบเลย

          จริงๆ มันมีคนยื่นมือเข้ามา เข้ามาหาผลประโยชน์ก็มี ก็เจ็บอีก ก็โดนอีกอะไรอย่างนี้ ณ วันนี้ก็เลยถอยจากธุรกิจที่ใหญ่มากๆ แล้วลงมาสโคปที่เล็กลง เพราะว่าเราอาจจะเป็นธุรกิจน้องใหม่ที่เตรียมแต่แผน A ไม่ได้เตรียมแผน B เราไม่เคยรู้ว่าวันนึงธุรกิจออนไลน์จะล้ม ไม่มีแผนนี้อยู่ในหัวเลย พอมันเกิดขึ้นมันสอนให้รู้เลยว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้”


เดือดจริงๆ! สนามเลือกตั้งนายกฯ อบจ.เชียงใหม่เที่ยวนี้มันหยด ฟาดฟันกันซะยิ่งกว่าการเลือกตั้งระดับชาติทุกครั้งที่ผ่านมา อย่างนั้นเลย.... ก็...ถึงขั้นที่ ทักษิณ ชินวัตร ต้องลงมาเองก็แล้วกัน

หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"