'กายฟิต-จิตดี-มีออม' หลักเตรียมพร้อมก่อนเกษียณ


เพิ่มเพื่อน    


การเตรียมตัวเข้าสู่ผู้สูงวัยแต่เนิ่นๆ เป็นเรื่องที่สำคัญ “มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย” ร่วมกับ “สถาบันคีนันแห่งเอเชีย” สานต่อโครงการ “ไฟเซอร์ รู้-เฒ่า (เท่า)-ทัน-สุข” (Pfizer Healthy Aging Society) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ระดมนักวิชาการและนักปฏิบัติการด้านสุขภาพระดับประเทศร่วมให้ความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อนำไปสู่ “กายฟิต-จิตดี-มีออม”

(ภญ.ศิริวรรณ ชื่นชมสกุล)


เริ่มจาก ภญ.ศิริวรรณ ชื่นชมสกุล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย กล่าวว่า “ขณะนี้สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุขและคุณภาพชีวิต ถือเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันในการเตรียมความพร้อม จะรอให้เป็นหน้าที่ของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ ทั้งนี้ ใน พ.ศ.2564 ประเทศไทยจะมีประชากรที่อายุเกิน 60 ปีมากกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ซึ่งจะกลายเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) ซึ่งผู้สูงวัยจะไม่สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ หากไม่มีการเตรียมพร้อมสู่สูงวัยล่วงหน้า โดยความสำคัญของการเตรียมความพร้อมสู่สูงวัยนั้นสะท้อนให้เห็นได้จากแผนผู้สูงอายุแห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ.2545-2564) แต่จากการประเมินผลการดำเนินงานตามแผนฉบับนี้ซึ่งประเมินโดยวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ.2555 พบว่าประเทศไทยยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ในยุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อมของประชากรเพื่อวัยสูงอายุที่มีคุณภาพ กล่าวคือ การดำเนินการสัมฤทธิผลไปได้เพียงร้อยละ 28.6 เท่านั้น
“มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทยให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ทุกช่วงวัยของชีวิต และเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมในการเป็นผู้สูงวัยที่มีคุณภาพ จึงได้ร่วมกับสถาบันคีนันแห่งเอเชียดำเนินโครงการ “ไฟเซอร์ รู้-เฒ่า (เท่า)-ทัน-สุข” (Pfizer Healthy Aging Society) รณรงค์เตรียมความพร้อมของวัยก่อนสูงอายุที่เน้นการทำงานแบบต่อเนื่อง สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ในด้านการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคนในทุกช่วงอายุ (Good Health and Well-Being) โดยเป้าหมายสูงสุดของโครงการคือ การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ ความรู้ความเข้าใจเชิงสุขภาพ สำหรับกลุ่มเป้าหมายซึ่งคือประชากรกลุ่มวัยก่อนสูงอายุ ให้เป็นผู้นำและบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Agents) ปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเป้าหมายให้เป็นพฤติกรรมสุขภาพเชิงบวก สร้างรูปแบบการเตรียมตัวเข้าสู่วัยสูงอายุแบบองค์รวมที่มีความยั่งยืน และสามารถประยุกต์และปรับใช้กับบริบทของสังคมไทยได้
    ภาพรวมของการดำเนินโครงการจะเชื่อมโยงการทำงานทั้งระดับประเทศและชุมชน เพื่อเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของอาสาสมัครสาธารณสุข ประชากรก่อนวัยสูงอายุ และวัยสูงอายุ ในด้านความรู้เรื่องสุขภาพและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ การรณรงค์ (Promotional Campaigns) การสร้างความตระหนักในเรื่องการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพดี และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และวิถีชีวิต รวมทั้งการติดตาม ประเมินผลโครงการ และการถอดบทเรียนไปใช้
    “ทั้งนี้ เรามองว่าหากรอให้ถึงอายุ 60 ปีอาจจะไม่ทันสำหรับการเตรียมตัวเข้าสู่วัยเกษียณ ดังนั้นการเริ่มหันมาดูแลตัวเองในทุกมิติ ภายใต้หลักการ “กายฟิต จิตดี มีออม” ตั้งแต่วัย 45ปี จะทำให้ผู้สูงอายุสามารถช่วยเหลือและพึ่งพาตัวเองโดยไม่เป็นภาระของสังคม แต่ขณะเดียวกันยังสามารถนำสิ่งที่ได้จากการลงมือทำจริงนั้นไปช่วยเหลือสังคม หรือบอกต่อคนวัยเดียวกันได้ค่ะ”

(อาจารย์ศิริวรรณ อรุณทิพย์ไพฑูรย์)


    ด้านอาจารย์ศิริวรรณ อรุณทิพย์ไพฑูรย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ปรึกษาโครงการไฟเซอร์ รู้-เฒ่า (เท่า)-ทัน-สุข กล่าวว่า “โครงการนี้ดำเนินงานในระยะแรกสำเร็จไปแล้ว จากความร่วมมือในการสร้างเครือข่ายทั้งจากภาครัฐ เอกชน และชุมชน โดยสามารถสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งทั้งในระดับประเทศและท้องถิ่น ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงานโครงการในระยะที่ 2 
“การที่ประเทศไทยจะเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ที่มีคุณภาพได้นั้น จะต้องไม่มีปัญหาด้านสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ Non-Communicable Diseases (NCDs) ประชากรของประเทศควรได้รับการเตรียมตัวตั้งแต่ก่อนสูงวัย (Pre-senior) หรือตั้งแต่อายุ 45 ขึ้นไป ให้มีความพร้อมตั้งแต่ด้านสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ แต่จากการสำรวจข้อมูลด้านสุขภาพของประชากรก่อนสูงอายุ ของกลุ่มตัวอย่างในกรุงเทพมหานครในช่วงปลายปีที่ผ่านมา พบว่ายังมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อโรค NCDs เพราะร้อยละ 86 ชอบกินเนื้อติดมันและเครื่องใน ร้อยละ 51 ติดเครื่องดื่มรสหวาน ในขณะที่ร้อยละ 74 ขาดความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 52 ขาดความรู้เรื่องโรคหัวใจ และมีร้อยละ 30 ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงแล้ว เป็นต้น จากข้อมูลเหล่านี้ทำให้ตระหนักได้ว่า ความรู้เป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ทุกคนเป็นผู้สูงวัยที่มีคุณภาพ จึงออกแบบโครงการให้เป็น Knowledge-based project สำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักที่อายุระหว่าง 45-59 ปี” 

(สุภาพร มหาพลตระกูล)


ขณะที่นางสุภาพร มหาพลตระกูล ผู้จัดการโครงการไฟเซอร์ รู้-เฒ่า (เท่า)-ทัน-สุข จากสถาบันคีนันแห่งเอเชีย กล่าวว่า “การจัดกิจกรรมอบรมเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ ไฟเซอร์ รู้-เฒ่า (เท่า)-ทัน-สุข ที่ จ.อุบลราชธานี ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่มีความสำคัญ โดยมีกลุ่ม Change Agents ซึ่งเป็นกลุ่มจิตอาสาเข้าร่วมอบรมกว่า 120 คน อาทิ บุคลากรด้านสาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) และบุคลากรด้านการศึกษาที่มีความมุ่งมั่นที่จะทำงานพัฒนาชุมชน มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชุมชน และมีอิทธิพลทางความคิดต่อชุมชน ผู้เข้าอบรมทั้งหมดได้เข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับสุขภาพองค์รวมและสุขภาพทางการเงิน เพื่อสร้างเสริมทัศนคติและปรับพฤติกรรมสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความพร้อมที่จะสูงวัยอย่างอยู่ดีมีสุข โดยคาดหวังให้เกิดการส่งผ่านความรู้ความเข้าใจดังกล่าวไปสู่ชุมชนของตน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมคนไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ”

(ณัฐธภัสสร วงศาสุข)


ปิดท้ายกันที่ ณัฐธภัสสร วงศาสุข ผู้อำนวยการ รพ.สต.ตำบลเพียเก้า ผู้ที่เข้าร่วมการอบรม บอกว่า “ความรู้ที่ได้ในวันนี้ชอบเรื่องการเตรียมตัวการเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ อย่างเรื่องของการออมเงิน เพราะตอนนี้อายุ 52 ปีแล้ว เหลืออีก 8 ปีจะเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ เมื่อพี่อายุ 60 ปี เราต้องมีเงินพร้อมในการดูแลตัวเอง ที่ผ่านมาพี่เก็บสะสมโดยหักเงินเดือนเข้าสหกรณ์ออมทรัพย์เดือนละ 5 พันบาท ตอนนี้ได้ 2 ล้านบาทแล้ว และอีกส่วนหนึ่งก็ออมโดยวิธีการซื้อที่ดินเอาไว้ให้ลูก ส่วนเงินที่เก็บก็เอาไว้เพื่อตัวเอง เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ส่วนด้านร่างกายหรือสุขภาพ พี่จะทำตามหลัก 3 อ. 2 ส. โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อาหาร อารมณ์ ออกกำลัง ส่วน 2 ส. คือ ไม่สูบบุรี่ และสุรา ซึ่งการอบรมในครั้งนี้ก็คิดว่ามีประโยชน์ โดยจะใช้ดูแลคุณแม่วัย 82 ปี และบอกต่อกับคนในชุมชนที่พี่ดูแลพวกเขาค่ะ”.   


บอกก่อน.....ผมไม่รู้จริงๆ ว่า "พรรคพลังประชารัฐ" เขาเล่นอะไรกัน?รัฐบาลกำลังไปได้ดีจู่ๆ ก็เล่นเกมชิงเก้าอี้ "หัวหน้าพรรค" โดย กก.บห. "เกินกึ่งหนึ่ง" รวมหัวกัน ยื่นหนังสือลาออก เมื่อวาน (๑ มิ.ย.๖๓)เป็นผลให้คณะกรรมการบริหารพรรค "พ้นตำแหน่ง" ทั้งคณะ ต้องเลือกตั้ง กก.บห.กันใหม่ทั้งหมด ภายใน ๔๕ วัน!

"การเมืองวันที่ไม่มีประยุทธ์"
เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'