'เมียบิลลี่'ร้องขอความเป็นธรรม'อสส.'ความหวังสุดท้ายเล็งหาช่องขอพยานหลักฐานยื่นฟ้องเอง


เพิ่มเพื่อน    

                                (แฟ้มภาพ)

2 ก.พ.63 - น.ส.วราภรณ์ อุทัยรังษี ทนายความของ น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ภรรยาของ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ อายุ 31 ปี นักสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย กล่าวถึงกรณียื่นคำร้องต่ออัยการขอทราบเหตุผลสั่งไม่ฟ้องข้อหาฆ่าบิลลี่ ว่า ภายหลังจากที่ยื่นคำร้องไปเมื่อวันที่ 27 ม.ค. ขณะนี้ทางเรายังไม่ได้รับเอกสารชี้แจงผลการสั่งคดีของอัยการดังกล่าวแต่อย่างใด และอยู่ระหว่างการเขียนคำร้องขอความเป็นธรรมเพื่อยื่นต่อ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) โดยมีประเด็นหลักๆ หลายประเด็น อาทิ เรื่องพันธกิจของอัยการ และในส่วนคำพิพากษาศาลฎีกาเพชรบุรีที่เคยยกคำร้องขอให้ปล่อยตัวบิลลี่ ที่อัยการยังมองคลาดเคลื่อน ซึ่งเรากำลังทำคำร้องอยู่ คงยังมีหลายประเด็นที่จะส่งให้ อสส.พิจารณาถ้าเราทำเสร็จเร็วทันใน 1 สัปดาห์นี้ก็จะยื่นร้องขอความเป็นธรรมได้เลย ส่วนในวันพรุ่งนี้ (3 ก.พ.) ที่จะครบกำหนดฝากขังนายชัยวัฒน์ หากอัยการยื่นฟ้องในข้อหา ป.อาญา ม.157 ไปก่อน ก็จะยังไม่ไปคัดค้านการประกันตัว เราคงต้องรอขั้นตอนดีเอสไอเห็นแย้งไปและ อสส.ชี้ขาดก่อน

 น.ส.วราภรณ์ กล่าวว่า  ต้องรอให้สุดกระบวนการคือ ดูว่า อสส.ชี้ขาดออกมาเป็นอย่างไร ถ้าสุดท้ายชี้ขาดออกมายังไม่ฟ้องข้อหาที่เราเล็งไว้ เราก็ต้องยื่นฟ้องต่อศาลเอง แต่ก็เป็นที่ทราบว่าการฟ้องเอง ภาระจะตกมากับผู้เสียหายที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เราจะต้องไปขอสำนวนพยานหลักฐานทั้งจากดีเอสไอและอัยการมาพิจารณาทำสำนวนประกอบ

เมื่อถามกรณีที่ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ลงนามคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายห้นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมปัตตานี (ทสจ.) สำนักงานปลัดทส. ย้ายกลับไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (สบอ.) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช น.ส.วราภรณ์ กล่าวว่า คำสั่งย้ายนายชัยวัฒน์กลับครั้งนี้ทางฝั่งผู้เสียหายก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร เเต่หากเราพบว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์เข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือข่มขู่คนในพื้นที่หรือคนที่เกี่ยวข้อง ทางฝั่งผู้เสียหายหรือเครือข่ายชาวบ้านก็พร้อมจะยื่นหนังสือถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้พิจารณาเรื่องการโยกย้าย ในส่วนของมึนอตนก็ยังไม่ได้คุยเรื่องนี้ แต่ตนเองคิดว่ามึนอก็คงไม่สบายใจ

วันเดียวกัน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ผอ.ทสจ.) ปัตตานี อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ให้สัมภาษณ์กรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กำหนดนัดให้ไปรายงานตัวครบฝากขังครั้งสุดท้าย คดีฆ่านายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ว่า คดีดังกล่าวศาลกำหนดให้ ตนเองและกลุ่มผู้ต้องหารวม 4 คน เข้ารายงานตัวตั้งแต่เวลา 09.00 น. ซึ่งตนเองได้นัดกับนายพรชัย พฤกษ์พิชัยเลิศ ทนายความ และกลุ่มไว้แล้ว จะเดินทางไปถึงศาลตามนัด

นายชัยวัฒน์ ระบุด้วยว่าส่วนที่อัยการจะแจ้งคำสั่งคดีที่สั่งฟ้องตนเองกับกลุ่มในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในช่วงวัน-เวลาดังกล่าวหรือไม่ ยังไม่ทราบชัดเจน ซึ่งเข้าใจว่าหากอัยการจะยื่นฟ้องข้อหาดังกล่าวก่อนตามที่ปรากฏเป็นข่าวเรื่องการสั่งคดีนั้น ตนเองและทนายความกับกลุ่มก็พร้อมอยู่ที่ศาล โดยที่ผ่านมายังไม่ได้รับคำสั่งฟ้องจากเป็นทางการจากอัยการ (พนักงานอัยการคดีสำนักงานคดีพิเศษ 1) เพียงแต่ทราบเรื่องราวทั้งหมดจากที่ปรากฏเป็นข่าวเท่านั้น อย่างไรก็ดีพรุ่งนี้จะเดินทางไปรายงานตัวต่อศาลตามนั้น ส่วนเรื่องการให้ความเห็นต่อการสั่งคดีของอัยการนั้น ขอทราบรายละเอียดอย่างเป็นทางการให้ชัดเจนและขอให้เสร็จสิ้นกระบวนการรายงานตัวทางศาลก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ นายชัยวัฒน์ถูกกล่าวหาร่วมกับนายบุญแทน บุษราคำ พนักงานพิทักษ์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.) สาขาเพชรบุรี ผู้ต้องหาที่ 2 (เมื่อเดือน ก.ย. 2562 มีคำสั่งย้ายให้ไปปฏิบัติราชการ สบอ.4 สาขาสุราษฎร์ธานี) , นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศพนักงานพิทักษ์ป่า สบอ.3 (เมื่อเดือน ก.ย. 2562 มีคำสั่งย้ายให้ไปปฏิบัติราชการ สบอ.1 สาขาสระบุรี) ผู้ต้องหาที่ 3 และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ ลูกจ้างชั่วคราว ผู้ต้องหาที่ 4 ในความผิดรวม 8 ข้อหา 

1.ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น หรือร่วมกันฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดการกระทำอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ 2.ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายฯ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 3.ร่วมกันมีอาวุธข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอม หรือยอมจะให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายฯ 4.ร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยมีอาวุธปืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดฯ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 5.ร่วมกันโดยทุจริตหรือเพื่ออำพรางศพ หรือสภาวะแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไฟ

6.ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดเบียดบังทรัพย์นั้นไปเป็นของตนเองหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต 7.ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบข่มขืนใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้ หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น 8. ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และร่วมกันเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

โดยอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 ที่มาสำนวน การสอบสวนของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แล้ว ให้สั่งฟ้องเพียงข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ,83 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542  มาตรา 123/2 ,172 จากกรณีที่นายชัยวัฒน์จับกุมนายบิลลี่ที่อ้างว่าเก็บน้ำผึ้งป่าแล้วไม่ดำเนินคดี โดยในส่วนของกลุ่มลูกน้องนายชัยวัฒน์ 3 คนก็ให้สั่งฟ้องในข้อหา เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ส่วนข้อหาอื่นอีก 7 ข้อหา เช่น ฆ่าผู้อื่น , กักขังหน่วงเหนี่ยว คณะทำงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องโดยขณะนี้กระบวนการอยู่ระหว่างการพิจารณาของอธิบดีดีเอสไอที่จะทำความเห็นว่า จะเห็นด้วยกับคำสั่งฟ้องของอัยการดังกล่าว หรือมีความเห็นแย้ง ซึ่งหากมีความเห็นแย้งก็จะต้องส่งสำนวนและความเห็นนั้นกลับมาให้นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด พิจารณาพื่อมีคำสั่งชี้ขาดเป็นขั้นตอนสุดท้ายตามกฎหมายต่อไป.
 


โรงเรียนเปิดเทอมเมื่อวาน (๑ ก.ค.๖๓) ท่านเห็นอะไร? ทุกคนจะบอก..... เห็นเด็กนักเรียนไปโรงเรียน เห็นรถติด เห็นเด็กอนุบาลร้องไห้ เห็นผู้ปกครองอุ้มลูก-จูงหลานไปส่งโรงเรียน

อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"
วิบากแห่งกรรม ๑๓ ปี
สำนึกรักจาก ผบ.และอดีต ผบ.ทบ.
มรดก ๘๘ ปีคณะราษฎร