อว.หารือ20 คณบดีคณะแพทย์ -ผอ.รพ.รร.แพทย์  ซักซ้อมรับมือโคโรนาไวรัส 


เพิ่มเพื่อน    


3ก.พ.63-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับคณบดีคณะแพทยศาสตร์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลของโรงเรียนแพทย์จากทั่วประเทศ กว่า 20 หน่วยงาน ใน "การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนา" ว่า การประชุมในครั้งนี้ เป็นการเตรียมความพร้อมของโรงเรียนแพทย์ที่อยู่ภายใต้ อว.ทั้งหมด โดยมีคณะแพทยศาสตร์จำนวน 23 แห่ง โรงพยาบาลมีจำนวนเตียงกว่า 14,475 เตียง และมีแพทย์ พยาบาลที่มีประสบการณ์ มากกว่า 23,758 คน ซึ่งเบื้องต้น ทุกแห่งมีความพร้อมในการบริการจัดการ เฝ้าระวัง คัดกรองไวรัสโคโรนา ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลผู้ป่วย เครื่องมืออุปกรณ์ ห้องคัดแยก ในการดูแลผู้ป่วยและรับมือกับโรคดังกล่าว นอกจากนั้น ที่ประชุมได้มีการหารือถึงการดำเนินการงานวิจัยเพื่อขับเคลื่อนด้านการแพทย์ สาธารณสุข และสุขภาพ ซึ่งที่ผ่านมามีหลายเรื่องมีความก้าวหน้าและดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม แต่ตอนนี้ได้มีการจัดตั้งศูนย์สนับสนุนการวิจัยทางคลินิกระดับประเทศ จะเป็นการทำงานร่วมกันของคณะแพทยศาสตร์ทั่วประเทศ เพื่อตอบโจทย์ด้านการแพทย์ การวิจัย อันนำไปสู่การพัฒนาประเทศ

นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า ตนได้มอบหมายให้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลักในการดำเนินการด้านการวิจัยและวิชาการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยจะดำเนินการใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลทางวิชาการที่เกี่ยวข้องโดยเครือข่ายนักวิจัยและอาจารย์มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ การจัดให้มีศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการวิจัยและวิชาการ เพื่อเชื่อมโยงการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานอื่นๆ รวมทั้งการขับเคลื่อนให้เกิดการวิจัยเชิงรุกเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาของประเทศ โดย วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยพิเศษและเร่งด่วน ซึ่งการบูรณาการการทำงานอย่างเร่งด่วนของหน่วยงานทั้งใน อว. และนอก อว. จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ว่าประเทศไทยพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในทุกกรณีได้อย่างแน่นอน

ด้านนพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า บทบาทของ อว.ในการเตรียมความพร้อมรองรับการติดเชื้อไวรัสโคโรนา มี 3 ประเด็น คือ 1.การดูแลนักศึกษา ซึ่งทาง อว.ได้ประกาศมาตรการให้ทุกมหาวิทยาลัยดูแลนักศึกษาต่างชาติมาเรียนยังประเทศไทย โดยเฉพาะนักศึกษาจีน และนักศึกษาไทยที่เรียนอยู่ในประเทศจีน โดยต้องดูแลสุขภาพของนักศึกษา เช็คว่านักศึกษาเดินทางกลับมาวันไหน อย่างไร มีนักศึกษากี่คน ชื่ออะไร และเดินทางมาจากประเทศไหน เมื่อนักศึกษาจีนหรือไทยที่กลับมาจากประเทศจีนต้องดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในการเฝ้าระวัง คัดกรอง ส่วนนักศึกษาไทยที่อยู่ประเทศจีนได้ติดต่อสำนักงานผู้ช่วยฑูต ประเทศจีนดูแลนักศึกษาไทย 2.การดำเนินการวิชาการ และการบริหาร ได้ซักซ้อมความเข้าใจ พบว่า กลุ่มโรงเรียนแพทย์มีความพร้อมทั้งในแง่บุคลากร การวินิจฉัยต่างๆ และเครื่องมืออุปกรณ์ มีการเตรียมการรับมือป้องกันไวรัสโคโรนาอย่างดี และ 3.ได้มีการสนับสนุนองค์ความรู้และงานวิจัยโดยร่วมมือกับเครือข่ายต่างๆ ใน 5 เรื่องสำคัญ คือ 1.การศึกษาตัวเชื้อและลักษณะทางพันธุกรรมของไวรัส โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม 2.การศึกษาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อความเข้าใจของกรแพร่กระจายของ 3.วิธีการวินิจฉัยและชุดตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคได้แม่นยำ รวดเร็ว 4.การวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อความเข้าใจด้านระบาดวิทยาระดับโมเลกุลและการติดตามการเปลี่ยนแปลงของเชื้อ และ 5.การพัฒนายาและวัคซีนที่ใช้ในการควบคุมและป้องกัน


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"