ศธ.คิดวิธีใหม่ ให้สถาบันการเงินเจ้าหนี้ครู ช่วยคิดวิธีปลดหนี้ แล้วออกเป็นข้อกำหนดร่วมกัน


เพิ่มเพื่อน    

ชัย

4ก.พ.63-นายอนุชา บูรพชัยศรี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (เลขาฯ รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมแก้ไขปัญหาหนี้ครู ว่า ตนได้หารือร่วมผู้แทนจากธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูแห่งประเทศไทย ซึ่งที่ประชุมได้มีข้อสรุปร่วมกันว่า ให้สถาบันการเงินแต่ละแห่งไปจัดทำมาตรการการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยให้ออกมาเป็นทิศทางในการแก้ปัญหารูปแบบเดียวกัน เพื่อลดการผ่อนชำระหนี้ของครู ทั้งนี้ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกันอีกครั้ง ว่า จะมีมาตรการใดบ้างที่จะยึดใช้แก้ปัญหาต่อไป  ส่วนประเด็นคำสั่งศาลปกครองกลางพิพากษาเรื่องการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการครู เพื่อชำระหนี้ว่าเงินเดือนสุทธิหลังจากการหักชำระหนี้แล้วต้องเหลือไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 นั้น ที่ประชุมพบว่าแต่ละธนาคารไม่รู้ว่าครูแต่ละคนมีหนี้อยู่ที่ไหน และเท่าไรบ้าง ส่งผลให้การจะหักเงินให้อยู่กรอบไม่เกินร้อยละ 70 ของเงินเดือนนั้น ไม่สามารถดำเนินการได้ ดังนั้นที่ประชุมจึงมอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เป็นผู้รวบรวมข้อมูลแหล่งเงินของกู้ครูทั้งหมด เสนอให้คณะกรรมการพิจารณา
           
นายอนุชา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนยังได้มอบหมายให้นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัด ศธ.ส่งหนังสือไปถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อขอความชัดเจนในเรื่องการดำเนินการหักเงินเดือนร้อยละ 70 ของเงินเดือนครู เนื่องจากขณะนี้ มีสถาบันการเงินหลายแห่งทำหนังสือให้ผู้กู้ยินยอมให้มีการหักเงินเดือน เพื่อชำระหนี้เกินร้อยละ 70  ทั้งนี้ การแก้ปัญหาดังกล่าวที่ประชุมเห็นว่าควรจะมีการจัดลำดับความสำคัญ โดยจะเลือกแก้ปัญหาให้กับกลุ่มครูที่เป็นหนี้วิกฤตในระยะแรกก่อน ส่วนระยะสองที่จะมาวางแนวทางแก้ปัญหาหนี้ทั่วไปของครู ขณะเดียวกันตนยังได้มองถึงการวางมาตรการป้องกันการก่อหนี้ในอนาคต เช่น การนำเงินโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และ โครงการสวัสดิการกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) มาใช้ค้ำประกันเงินกู้ ซึ่งถือว่าผิดวัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน ซึ่งตนคิดว่าควรจะมีการทบทวนโครงการนี้ใหม่ด้วยเช่นกัน


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'