อว."ผนึกคณะแพทย์ทั่วประเทศขับเคลื่อนตั้งองค์กรวิจัยแห่งประเทศไทย ทำคลินิกวิจัยแห่งชาติ


เพิ่มเพื่อน    

4ก.พ.63-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้หารือร่วมกับคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยทุกแห่งทั่วประเทศ จำนวน 23 แห่ง เกี่ยวกับการโครงการจัดตั้งองค์กรเพื่อการวิจัยแห่งประเทศไทย (TCRE) เนื่องจากการแพทย์และการสาธารณสุขของไทย มีศักยภาพระดับโลก มีองค์ความรู้ บุคลากรมีความสามารถ ซึ่งโรงเรียนแพทย์ของเราเป็นพลังมหาศาลที่จะตอบโจทย์ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศ และเป้าหมายการเป็นเมดิคับฮับ หรือศูนย์กลางการแพทย์และการสาธารณสุขในภูมิภาค ซึ่งเรื่องนี้เป็นนโยบายที่ตนผลักดันมาตลอด 3 ปี ตั้งแต่เป็น รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จนเป็น รมว.อว. และได้หารือกับคณะแพทย์ศาสตร์หลายครั้งจนขณะนี้โครงการดังกล่าวค่อนข้างเป็นรูปธรรมมากขึ้นแล้ว ทั้งนี้ตนได้มอบหมายให้นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ผนึกกำลังทุกคณะ

ด้านนพ.ปิยะมิตร กล่าวว่า จากการหารือคณบดีและผู้แทนคณะแพทยศาสตร์ ทั่วประเทศ เพื่อจัดศูนย์สนับสนุนการวิจัยทางคลินิกระดับประเทศ เป็นศูนย์ที่สนับสนุนการวิจัยทางคลินิกโดยแต่ละคณะแพทยศาสตร์ จะทำงานร่วมกันเสมือนหนึ่งเป็นจุดเดียวกัน เพื่อทำให้เกิดการสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมการแพทย์และสาธารณสุขที่สำคัญ 3 ด้านคือ 1.การผลิตวัคซีนและยาชีววัตถุ 2.วัสดุและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งเราต้องการให้เกิดนวัตกรรมและการสร้างวัสดุและอุปกรณ์ทางการเแพทย์ให้เกิดขึ้น 3.การสร้างสารสกัดจากสมุนไพรเพื่อผลิตยาและเวชสำอางค์ ซึ่งเป็นโครงการสำคัญของ รมว.อว.ที่จะให้เกิดอุตสาหกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีการวิจัยทางคลินิกรองรับ ซึ่งการวิจัยทางคลินิกที่ผ่านมาในอดีตเป็นการวิจัยที่แต่ละคณะแพทย์จะมีศูนย์วิจัยทางคลินิกของตนเอง และคนต่างทำ การที่จะทำให้ศูนย์สนับสนุนการวิจัยทางคลินิกระดับประเทศ ก็จะเป็นการรวมศูนย์วิจัยทางคลินิกของคณะแพทย์เข้ามาทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยที่มีการทำงาน บริหารจัดการร่วมกับภาคเอกชน ซึ่งขณะนี้มีภาคเอกชนที่เสนอตัวเข้ามาร่วมทุนตั้งบริษัทจัดตั้งศูนย์วิจัยทางการแพทย์ คือ ธนาคารกรุงเทพ

“ในการสร้างศูนย์นี้ก็จะทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว เช่น เมื่อมียาใหม่เกิดขึ้นจากการคิดค้นของคณะแพทย์ใดคณะหนึ่ง ก็สามารถทำให้เกิดการวิจัยทางคลินิกขึ้นพร้อมๆ กันในคณะแพทย์ต่างๆ และทำให้เกิดข้อสรุปที่รวดเร็ว และนำมาซึ่งการนำไปใช้ทางคลินิกได้อย่างรวดเร็ว โดยจะร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ซึ่งจะทำให้การขึ้นทะเบียนยาได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้เป็นนโยบายของ รมว.อว.ที่ต้องการให้เกิดอุตสาหกรรมทางสุขภาพและการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพในประเทศอย่างรวดเร็ว”นพ.ปิยะมิตร กล่าว
 


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"