'ธนาธร'ยื่นคำร้องสอบพยานเพิ่มคดีแฟลซม็อบอ้างเหมือนนายกฯพบปชช.ไม่ผิดพรบ.ชุมนุม


เพิ่มเพื่อน    

 
7ก.พ.6-เมื่อเวลา 9.00 น. ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 6 (ปทุมวัน) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมนายไพรัฎฐโชติก์ จันทรขจร อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 5 นครปฐม, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักกิจกรรมทางการเมือง, นายธนวัฒน์ วงค์ไชย หรือบอล แกนนำวิ่งไล่ลุง และ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ในฐานะผู้ต้องหาเดินทางมารายงานตัว ตามที่อัยการนัดฟังคำสั่งคดีจัดแฟลชม็อบบริเวณสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน หน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2562 โดยนายธนาธร กล่าวว่า วันนี้ตนกับผู้ต้องหาอื่นเดินทางมากับผู้ต้องหาอื่นเพื่อรับฟังคำสั่งอัยการว่าจะส่งฟ้องสู่ชั้นศาลหรือไม่ เราต่อสู้คดียืนยันเรื่องความเป็นธรรม ความบริสุทธิ์ใจของเรา

 ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนหน้านี้มีการโจมตีว่านายธนาธรไม่แจ้งการชุมนุมก่อน เป็นการจงใจทำผิดกฎหมายเพื่อปลุกระดมหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมรวมตัวกัน การแสดงออกทางการเมือง เป็นสิทธิชอบธรรมของพ่อแม่พี่น้องประชาชน เรายืนยันในสิทธิของเราตรงนี้

เมื่อถามกรณีหากอัยการสั่งไม่ฟ้อง จะมีการชุมนุมต่อหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า ฟ้องหรือไม่ฟ้องกับการรณรงค์ทางการเมืองเป็นคนละเรื่องกัน อย่างที่กล่าวหลายครั้งว่าเราไม่ถอยไม่ทนกับอำนาจที่ไม่ยุติธรรม ตนยกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าเราตั้งใจต่อสู้กับอำนาจที่สืบทอดมาจากการรัฐประหารจริงๆ คือ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้ยื่นญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการต่อต้านการทำรัฐประหารในอนาคต ซึ่งมีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง พรรคอนาคตใหม่จริงจังในการต่อสู้เพื่อสร้างประชาธิปไตยที่ยั่งยืนให้ประเทศไทย เราต่อสู้ทั้งในสภาและในบริบทอื่น

ภายหลังเข้านายธนาธรพร้อมกลุ่มผู้ต้องหาเข้าพบอัยการเสร็จสิ้นแล้ว นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของนายธนาธร เปิดเผยว่า วันนี้อัยการยังไม่มีคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง เนื่องจากมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม เพราะบางประเด็นในสำนวนยังมีหลักฐานไม่เพียงพอ จึงกำหนดนัดสั่งคดีไปเป็นวันที่ 17 มี.ค. นี้ เวลา 10.00 น. โดยคดีนี้นายธนาธรยื่นคำร้องขอความเป็นธรรม ขอให้สอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีก 4 ปาก ประกอบด้วยกลุ่มที่ได้ไปพบปะกับนายธนาธรในวันที่รวมตัวจัดกิจกรรม และนักวิชาการด้านกฎหมาย

นายกฤษฎางค์ กล่าวต่อว่า เป็นการให้สอบใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.การรวมตัวดังกล่าวไม่ได้เป็นไปตามคำนิยามชุมนุม ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 การไปพบปะดังกล่าวจึงไม่จำเป็นต้องแจ้งหรือขออนุญาตเจ้าพนักงานตามกฎหมาย และเป็นการพบปะนั้นเทียบได้กับการที่นายกรัฐมนตรีไปพบกับประชาชนในที่ต่างๆ 2.พ.ร.บ.ชุมนุมฯ กำหนดห้ามจัดชุมนุมใกล้กับเขตพระราชฐานไม่เกิน 150 เมตร ซึ่งฝ่ายผู้ต้องหาได้แจ้งให้เจ้าพนักงานไปวัดระยะทางแล้ว แต่ไม่มีการวัดระยะทางให้ชัดเจน ซึ่งบริเวณดังกล่าวอยู่ในระยะที่กฎหมายกำหนดไว้ และ 3. กรณีที่จะกล่าวหาว่าเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกรวมตัวแล้วไม่เลิกนั้น ก็ปรากฏว่าไม่มีการแจ้งจากเจ้าพนักงาน ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะสอบสวนเสร็จภายในวันที่ 17 มี.ค.นี้ หรือไม่

ด้าน น.ส.ณัฏฐา เปิดเผยหลังรายงานตัวว่า ในส่วนของตนและเพนกวิน จะยื่นคำร้องขอความเป็นธรรม ด้วยการยื่นคำให้การเพิ่มเติมต่ออัยการต่างหากจากประเด็นของนายธนาธรด้วย ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่าที่ตน เพนกวิน และบอล ถูกดำเนินคดีจากเหตุการณ์ดังกล่าวก็เป็นช่วงที่เกิดก่อนการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ประมาณ 1 สัปดาห์ ขณะที่เจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.ชุมนุมฯ ที่ให้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ก็เพื่อให้มีการดูแลและอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยให้กับประชาชน ซึ่งบริเวณสถายวอล์กที่เกิดเหตุก็ไม่ได้เกิดความวุ่นวายหรือเหตุรุนแรง ขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกระจายกำลังดูแล และสำหรับคดีนี้ถือเป็น 1 ใน 6 คดีที่ตนถูกคดีมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบริเวณโดยรอบสำนักอัยการคดีศาลแขวง 6 (ปทุมวัน) มีกำลังเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบจากสถานีตำรวจในท้องที่ สน.บางรัก, สน.พระราชวัง กับ สน.พลับพลาไชย กระจายกำลังดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่สำนักงานอัยการ เนื่องจากเกรงว่าจะมีมวลชนเดินทางมาติดตามการสั่งคดีและให้กำลังใจ


"บ้านเมืองไทย" ก็เหมือนตะกร้าตอนไปจ่ายตลาด ไม่ได้มีของที่ต้องกิน-ต้องซื้อยัดลงตะกร้าอย่างเดียว ฉะนั้น...... อย่าไปจดจ่ออยู่กับเรื่องใด-เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะจนจับเจ่า ชีวิตจะเฉาเปล่าๆ

"กระมิด-กระเมี้ยนอยู่ทำไม"?
'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส