22ขุนพลลากไส้ฝ่ายแค้น พท.ยํ้าเป้าหลัก'ประยุทธ์'


เพิ่มเพื่อน    

    "ป้อม" ออกตัว ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายเรื่องส่วนตัวจะไม่ตอบ "วิษณุ" ระบุ อนค.ถูกยุบยังอภิปรายและโหวตได้ ยกเว้นส.ส.ถูกตัดสิทธิ์ โฆษก พปชร.ยันสามมิตรสลายไปแล้วเหลือแต่พปชร.ที่เป็นหนึ่งเดียว ขู่ฝ่ายค้านจะโดนย้อนศรเสียเอง "แรมโบ้อีสาน" นัดทีม 22 อรหันต์ถกวอร์รูมสาวไส้ฝ่ายค้านวันอาทิตย์นี้  ขณะที่ พท.เตือน ถ้าใส่ร้ายบิดเบือนจะดำเนินการตาม กม. เผยถกเนื้อหาซักฟอกเรียบร้อยแล้ว มุ่งถล่ม "บิ๊กตู่" เป็นหลัก 
    เมื่อวันศุกร์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เขาถามมาเราก็ตอบไป เราตอบแต่เรื่องจริง ไม่ต้องใช้เทคนิคอะไร 
    ผู้สื่อข่าวถามถึงการสัมมนาคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ในวันที่ 22-23 ก.พ.นี้ จะมีการกำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ต้องกำชับอะไร ถามมาก็ตอบไป เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด ให้ ส.ส.ดำเนินการไป และตนก็อาจจะไปเยี่ยมเยียน ส.ส.ที่ร่วมสัมมนา แต่ยังไม่รู้ว่าเขาจะทำอย่างไร แต่เราจะเอาความจริงสู้ เพราะทุกคนมีความจริงทั้งนั้นที่จะตอบ เพราะไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ตนรู้ว่าทำอะไรบ้าง และไม่จำเป็นต้องเก็งข้อสอบ  
    เมื่อถามว่า หากมีการยั่วยุ ใช้เรื่องส่วนตัวมาอภิปราย จะรับมืออย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า หากอภิปรายในเรื่องส่วนตัวจะไม่ตอบ และตนจะไม่อารมณ์เสีย ถามมาดีๆ ก็ตอบไปดีๆ
     ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการหารือกับรัฐมนตรีและตัวแทนรัฐมนตรีที่ชื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อวันที่ 6 ก.พ.ว่า เราต่างเป็นหน้าใหม่กันทั้งนั้น เป็นมือใหม่หัดขับ ฉะนั้นจึงต้องให้นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาล มาช่วยอธิบายขั้นตอนธุรการ เนื่องจากเราทำไม่เป็น ซึ่งเนื้อหาที่แต่ละคนถูกอภิปรายคือของใครของมัน รับผิดชอบกันเอง ส่วนเรื่ององครักษ์ก็ไม่ได้มีการพูดคุยแต่อย่างใด และไม่ได้มอบหมายประธานวิปรัฐบาลไปดำเนินการอะไรเพิ่มเติม 
     นายวิษณุกล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าจะไปสัมมนาวันที่ 22-23 ก.พ.นี้ที่พัทยาหรือไม่ เพราะ 24 ก.พ.ตอนเช้ามีประชุมคณะรัฐมนตรี และในช่วงบ่ายมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลสามารถทำหน้าที่ประท้วงได้ เพราะมีหน้าที่แบบนี้ ไม่ถือว่าเป็นองครักษ์ ขณะเดียวกันฝ่ายค้านมีสิทธิ์ประท้วงหากรัฐมนตรีพูดจาวกวน
    ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เคยระบุว่าจะจับตาการอภิปรายของฝ่ายค้าน หากมีอะไรเกินเลยต้องดำเนินคดี นายวิษณุกล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งมีการบันทึกเทปอยู่ เกิดมีใครมาสะกิดว่าตรงนั้นตรงนี้เสียหายค่อยเอามาดูทีหลังก็ได้ มีรัฐมนตรีบางคนถามว่าถ้าเขาถามมาแล้วตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้อยู่ดีๆ ฝ่ายค้านไปขุดอดีตขึ้นมาเทคนิคในสภาทำกันอย่างไร เรื่องนี้มีโอกาสเกิดขึ้น เพราะฝ่ายค้านสามารถยกมาได้ทั้งจักรวาล จึงมีผู้แนะนำว่าถ้าตอบไม่ได้ก็บอกไปว่าไม่ทราบ จะไปตรวจสอบและแจ้งมาภายหลัง
    ส่วนกรณีหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่(อนค.) 21 ก.พ.นี้ ส.ส.อนค.จะอภิปรายหรือลงมติได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ได้ เพราะแม้ว่าจะถูกยุบพรรคเขาก็สามารถหาพรรคใหม่สังกัดได้ภายในกี่วันที่กำหนด หรือระหว่างที่ยังหาไม่ได้ก็ยังเป็น ส.ส.อยู่ สมาชิกภาพยังอยู่ ดังนั้นยังโหวตลงมติได้ยกเว้นคนที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เหมือนกรณีของนางศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ ที่แม้ออกมาแล้วยังสามารถโหวตได้ 
สามมิตรสลายไปแล้ว
    นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีกลุ่มสามมิตรนัด ส.ส.ทานข้าวกว่า 40 คน โดยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเพราะกลัวเก้าอี้รัฐมนตรีจะหลุดหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ตนเคยเป็นโฆษกกลุ่มสามมิตรมาก่อน ทราบเรื่องนี้ดี และนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร.ก็ชวนตนไปด้วย แต่เนื่องจากตนติดธุระจึงไม่ได้ไป ซึ่งการนัดทานข้าวก็เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะ ส.ส.ในกลุ่มสามมิตรมีประสบการณ์อย่างโชกโชน ไม่ว่าจะเป็นนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม หรือนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เพราะต่างรู้ไส้รู้พุงฝ่ายค้านดี จึงได้นัดทานข้าวเพื่อหารือในการช่วยเตรียมข้อมูลสนับสนุนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ไม่ได้มีการต่อรองอะไร เพราะทุกอย่างลงตัวแล้ว รัฐมนตรีทุกคนก็ทำงานดี ตั้งใจทำงาน และเพิ่งทำงานมา 7 เดือนเท่านั้น ยังมีงานที่ต้องทำต่ออีกมาก
    "ขณะนี้กลุ่มสามมิตรได้สลายไปแล้ว มีเพียงพรรคพลังประชารัฐที่เป็นหนึ่งเดียว ส่วนที่ ส.ส.มากันเยอะนั้น เพราะต่างให้เกียรติและเคารพนายสุริยะและนายสมศักดิ์ เพราะทั้ง 2 ท่านเป็นกันเอง เข้าใจ ส.ส.ดี ทำให้ ส.ส.ส่วนใหญ่ให้ความเคารพ พรรคพลังประชารัฐมีความเป็นเอกภาพ และได้รับการดูแลอย่างดีจาก พล.อ.ประวิตร ดังนั้น แกนนำทุกคนจึงรักใคร่กัน และจะช่วยดูแลการอภิปรายอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ระบบการบริหารภายในพรรคนั้น นายอุตตมและนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค สามารถประสานได้กับทุกกลุ่ม รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ดังนั้นระวังว่าฝ่ายค้านอาจจะถูกย้อนศร โดนอภิปรายเสียเองก็ได้" นายธนกรกล่าว 
    ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้นัดแนะประชุมทีมวอร์รูม ที่เป็นอดีตรัฐมนตรี อดีตส.ส.นักการเมืองที่เคยสังกัดพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย จำนวน 22 คน หรือ 22 อรหันต์ มาประชุมร่วมกัน หารือเตรียมข้อมูลของฝ่ายค้านเพื่อให้ ส.ส.พปชร.ได้ตอบโต้อภิปรายสวนหมัดฝ่ายค้านในสภาในช่วงวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทุกท่านที่มาร่วมประชุมวอร์รูมล้วนมีข้อมูลของพรรคฝ่ายค้านที่ในอดีตเคยทำความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนมากมายอย่างไร และหาข้อมูลตรวจสอบข้อมูลบรรดา ส.ส.ผู้อภิปรายของพรรคฝ่ายค้านที่เคยมีประวัติด่างพร้อยในอดีตอย่างไร 
    "นอกจะคอยป้อนข้อมูลให้กับบรรดา ส.ส.พปชร.แล้ว ทีมวอร์รูม 22 อรหันต์ที่อยู่นอกสภาจะคอยแถลงข่าวตอบโต้ฝ่ายค้านในกรณีใส่ร้ายป้ายสี ขุดคุ้ย แต่งเรื่องสร้างเรื่องอันเป็นเท็จ ปั้นน้ำเป็นตัวใส่ร้ายป้ายสีนายกรัฐมนตรีและคณะ ซึ่งเรายืนยันว่าฝ่ายค้านต้องอภิปรายอยู่ในกรอบการบริหารงานของรัฐบาล 7 เดือนที่ผ่านมา ไม่ควรที่ย้อนกลับไปอภิปรายเรื่องในอดีตยุครัฐบาล คสช. ไม่งั้นเราก็จะย้อนแถลงตอบโต้ในยุคอดีตรัฐบาลทักษิณ ไทยรักไทยและยุครัฐบาลพลังประชาชนสมชาย และยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์เช่นกันว่าใครมีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนเสียหายต่อประเทศชาติประชาชนย้อนศรกลับฝ่ายค้านเช่นกัน" 
"สุภรณ์"เปิดตัว22อรหันต์
    นายสุภรณ์ระบุว่า ทีมวอร์รูมทั้ง 22 อรหันต์ จะมีการนัดประชุมกันในวันอาทิตย์ที่ 16 ก.พ. เวลา 09.00 น. ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ มี 22 คน ได้แก่ 1.นายสุภรณ์ 2.นายจำลอง ครุฑขุนทด 3.นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล 4.นายอำนวย คลังผา 5.นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา 6.นายทวี สุระบาล 7.นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ 8.นายสิทธิชัย จรูญเนตร 9.นายฉลอง เรี่ยวแรง 10.นายเวียง วรเชษฐ์ 11.นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ 12.นายภิรมย์ พลวิเศษ 13.นายธีระยุทธ วานิชชัง 14.นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ 15.นายพิกิฏ ศรีชนะ 16.นายทศพล เพ็งส้ม 17. นายเอกภาพ พลซื่อ 18.นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ 19.นายรณฤทธิชัย คานเขต 20.นายประนอม โพธิ์คำ 21.นายวัชระ กรรณิการ์ และ 22.นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช
     ขณะที่นายโกศล ปัทมะ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวตอบโต้นายสุภรณ์ว่า นายสุภรณ์เคยได้ดี มีตำแหน่งสมัยอยู่พรรคไทยรักไทย จนถึงพรรคเพื่อไทย มาวันนี้เมื่อมีขั้วอำนาจใหม่ก็กระโดดไปอยู่ คนแบบนี้น่าเชื่อถือหรือไม่ประชาชนรู้ดี การเลือกตั้งที่ผ่านมาก็ไม่ได้รับเลือกเข้าสภา ถ้าเขามีข้อมูลจริงคงนำมาใช้ตอนหาเสียงและได้กลับเข้าสภา 
    "การจะตั้งวอร์รูม รวบรวม ส.ส.สอบตกมาแฉพรรคเพื่อไทย มองว่าไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะข้อมูลต่างๆ คงนำเรื่องเก่ามาบิดเบือนสร้างวาทกรรมใส่ร้ายพรรคเพื่อไทย เชื่อว่าประชาชนมีวิจารณญาณรู้ว่ารัฐบาลใดบริหารแล้วประชาชนกินดีอยู่ดี หรือทำให้ประชาชนยากลำบาก ดังนั้นเขาคงไม่หลงเชื่อคำพูดของนายสุภรณ์ ถ้านายสุภรณ์ใส่ร้ายพรรคเพื่อไทย ใช้ข้อมูลบิดเบือนจนเกิดความเสียหาย พรรคจะรวบรวมหลักฐานดำเนินการทางกฎหมายต่อไป" นายโกศลกล่าว    
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พรรคพลังประชารัฐเตรียมวางแผนตั้งองครักษ์พิทักษ์ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าความกลัวทำให้เสื่อม เพียงเพื่อจะปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ให้รอดพ้นจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ วุ่นวายกันทั้งพรรค สะท้อนเสถียรภาพพรรคร่วมรัฐบาลวิกฤติหนัก พรรคที่ไม่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เตรียมวางเฉย ลอยแพไม่ช่วย พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนจะทำการเมืองน้ำเน่า ขู่อภิปรายกลับฝ่ายค้าน สารพัดกลุ่มองครักษ์ที่ตั้งขึ้นมา คงต้องอภิปรายกันเองก่อนว่าใครอยู่มุ้งไหน กลุ่มไหน เอาบิลรายชื่อไปเบิกที่ใคร วางบิลเบิกอย่างไรไม่ให้ซ้ำซ้อน นี่คือภาพสะท้อนว่าการปฏิรูปการเมืองไม่มีอยู่จริง มือใครยาวสาวได้สาวเอา ฝ่ายค้านถาม รัฐบาลก็ตอบ พล.อ.ประยุทธ์ กลัวอะไรกับการตรวจสอบของตัวแทนประชาชน 
    “ฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ไม่ใช่ให้รัฐบาลมาขู่อภิปรายกลับฝ่ายค้าน คนพวกนี้คิดว่าจะทำตัวน่าเกลียดอย่างไรก็ได้ เคารพประชาชนให้มาก ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา อย่าทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายการเมืองในวังวนน้ำเน่ามากไปกว่านี้เลย" นายอนุสรณ์กล่าว
ถกเนื้อหาซักฟอกเรียบร้อย
    น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้คณะทำงานร่วมฝ่ายค้านพูดคุยกับผู้ควบคุมเนื้อหาของทุกพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดเรียงเนื้อหาและผู้อภิปราย คาดว่าในสัปดาห์หน้าคงแล้วเสร็จ และจากที่ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเชื่อมั่นในข้อมูลและเนื้อหาที่จะใช้อภิปรายว่าจะสามารถทำให้ประชาชนเห็นข้อบกพร่องผิดพลาดของรัฐบาลได้อย่างแน่นอน ตัวเลขผู้อภิปรายอยู่ที่ประมาณ 30 คน โดยส่วนใหญ่จะพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นหลัก 
    เมื่อถามถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดีกู้เงินของพรรคอนาคตใหม่ น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า เชื่อว่าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้อภิปรายและเนื้อหาที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้คงไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากคณะทำงานร่วมได้หารือกับผู้อภิปรายที่อาจได้รับผลกระทบจากคำวินิจฉัยไว้แล้ว โดยเตรียมแผนสำรองเผื่อกรณีฉุกเฉินเอาไว้ เช่น นำข้อมูลที่จะอภิปรายมอบให้กับสมาชิกพรรคที่ยังสามารถทำหน้าที่ได้ไปดำเนินการต่อ จึงเชื่อว่าการอภิปรายของพรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีเนื้อหาครบถ้วนและมีคุณภาพเหมือนเดิมทุกประการ 
     นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝ่ายรัฐบาลออกมาโจมตีและห้ามฝ่ายค้านพูดเรื่องเก่า อยากให้ไปอ่านญัตติให้ดี เขียนครอบคลุมไว้ รวมไปถึงผู้อภิปรายต้องอภิปรายตามข้อกล่าวหาเท่านั้น ห้ามอภิปรายนอกประเด็น ดังนั้นผู้อภิปรายจะอยู่ในเนื้อหาเท่านั้น ส่วนการอภิปรายจำเป็นต้องแตะเรื่องเก่าหรือไม่ ก็ไม่จำเป็น ยกเว้นว่าเป็นผลสืบเนื่องมาจนก่อให้เกิดปัญหาในปัจจุบัน ส่วนกรณีที่ฝ่ายรัฐบาลมีการเตรียมตั้งองครักษ์พิทักษ์รัฐบาลนั้น ไม่เป็นกังวล ฝ่ายค้านมุ่งในการอภิปรายที่เป็นเนื้อหาสาระ ไม่นอกประเด็นตามญัตติที่ยื่น ดังนั้นถ้าฝ่ายค้านอยู่ในกรอบข้อบังคับ เชื่อว่าประชาชนจะได้ประโยชน์จากการอภิปรายในครั้งนี้ 
     "การอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้จะพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหลัก ส่วนรัฐมนตรีท่านอื่นๆ ก็ว่ากันตามข้อมูลที่มีอยู่ เพราะเป้าใหญ่คือ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งนี้ มีหลักฐานพิสูจน์ได้ การอภิปรายครั้งนี้จะมีหลักฐานชัดเจน ทั้งการทุจริต เอื้อประโยชน์ให้นายทุนใกล้ชิดรัฐบาลที่ส่งผลให้ประเทศเสียหายนับแสนล้านบาท ฝ่ายค้านจะชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของรัฐบาลที่ส่งผลให้ประเทศฯล้มเหลวในที่สุด” นพ.ชลน่านกล่าว
    นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่ม นปช. กล่าวว่า การตั้งทีมต่างๆ ขึ้นมาของแต่ละฝ่าย ตั้งแต่ทีม อ.ส.ว. ทีมดาวยั่ว เหล่านี้ เป็นการสร้างสีสันและแก้ปัญหาภายในพรรค เพราะทุกคนก็รู้ว่าหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จะมีการปรับ ครม. ดังนั้นคนที่จะมีโอกาสเป็นรัฐมนตรีทั้งหลายก็ต้องโชว์บทบาท รวมถึงคนที่เป็นรัฐมนตรีก็ต้องโชว์บทบาทเพื่อไม่ให้ถูกปรับออก จึงต้องแสดงกันอย่างเต็มที่ เพราะพรรค พปชร.อยู่ได้เพราะ 3 ป. หากวันหนึ่ง 3 ป. ต้องถอยออกจาก พปชร. สภาพของพรรค พปชร.ก็จะบ้านแตกสาแหรกขาด ดังนั้นเขาก็รู้ว่าการปรับ ครม.ครั้งนี้อาจเป็นการปรับครั้งสุดท้ายก็ได้ ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือส่วนที่เป็นเนื้อหาของฝ่ายค้านในการอภิปราย ไม่ควรใช้วิธีการยิงกราด คือไปอภิปรายรัฐมนตรีคนอื่นที่ไม่มีชื่อในการอภิปราย เพราะเท่ากับไปเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีคนอื่นลุกขึ้นมาชี้แจงแทน ดังนั้นวิปฝ่ายค้านจะต้องล็อกเป้า ไม่เกิน 6 คนตามที่กำหนดไว้.


"เคอร์ฟิว"! ตั้งแต่ ๔ ทุ่ม-ตี ๔ "ทั่วประเทศ" ตั้งแต่วันนี้ (๓ เม.ย.) เป็นต้นไป ไปถึงไหน? ถึงเมื่อ คณาจารย์แพทย์ บอกนายกฯ ว่า

เมื่อ 5-12 เข้ามาแทน 7-11
"โรงหมอ-กระทรวง"ร่วมโรค
ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'