สังคมไทยที่เราเริ่มไม่รู้จัก


เพิ่มเพื่อน    

      ในเมื่อความเจริญเติบโตด้านวัตถุ...นับวันมันยิ่งเติบโตยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ด้านจิตใจกลับไม่ได้โตตาม หยุดโต หรือเผลอๆ อาจถอยหลังกลับไปซะอีกต่างหาก เหตุร้าย เหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความลั่นเลื่อน สะเทือนขวัญ กลางเมืองโคราช เมื่อช่วงวันเสาร์หรือวันมาฆบูชาที่ผ่านมา เลยกลายเป็นเหตุการณ์ระดับโลกไปจนได้...

                                                           -----------------------------------------------------

      เรียกว่า...สำนักข่าวต่างประเทศกระแสหลักแทบทุกสำนัก ต่างหันมาเกาะติด หันมาหยิบเอาคลิปวิดีโอที่ใครต่อใครเอามาโพสต์ มาแชร์ ถึงเหตุการณ์ที่ คนร้าย ผู้มีอาชีพเป็นทหาร ก่อเหตุยิงใครต่อใครไม่เลือกหน้า ด้วยสาเหตุ หรือด้วยแรงจูงใจใดๆ ก็ตาม กลางเมืองโคราช มาเผยแพร่กันแบบปากต่อปาก ชนิด ไวรัลทหารคลั่ง กลายเป็นกระแสข่าวกลบข่าวเรื่อง ไวรัสอู่ฮั่น ไว้ชั่วคราวเอาเลยถึงขั้นนั้น...

                                                             ----------------------------------------------------

      ยิ่งคนร้ายที่ว่าดันเล่น เฟซบุ๊ก เป็นซะอีกต่างหาก การ ทำร้าย ทำลายผู้อื่น อย่างโหดเหี้ยม อำมหิต แบบ ยิงไป-โพสต์ไป รวมทั้งการฉวยโอกาสหยิบเอาเหตุการณ์เหี้ยมๆ ที่ว่า มาใช้ในการ  กล่าวร้าย ระหว่างใครต่อใครก็แล้วแต่ เลยกลายเป็นสิ่งที่ สวนทาง กับ คติธรรม ที่ประมุขสูงสุดของพุทธศาสนาในเมืองไทย สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพิ่งประทานไว้ให้แก่คนไทยไปหมาดๆ หรือทรงขอบิณฑบาต ไม่ให้กล่าวร้าย และ ไม่ให้ทำร้าย ซึ่งกันและกัน...

                                                              ---------------------------------------------------

      พูดง่ายๆ ว่า...ขนาด พระ มาเอง ก็ดูจะ เอาไม่อยู่ แล้ว สำหรับกระแสความเป็นไป ไม่ว่าในสังคมไทย หรือสังคมโลก ก็แล้วแต่ ที่มันไหลไปในทาง สวนทาง กับ ธรรมะ ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ อะไรที่แม้เคยเกิดขึ้นในสังคมโลก แต่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เลยในสังคมไทย ทุกวันนี้...ก็เริ่มปรากฏให้เห็นไม่ต่างไปจากระลอกคลื่น ที่ค่อยๆ ขยายวงแผ่ออกไปในโลกที่แคบเข้าๆ โลกที่ถูกเชื่อมต่อ โยงใย ถึงกันและกันได้ทั่วกันทั้งหมด บรรดาความโหดเหี้ยม อำมหิต ความรุนแรง ที่มักปรากฏอยู่แต่ในหนังฝรั่งฮอลลีวูด หรือในเกมวิดีโอ ที่ไม่ได้เป็นเรื่องจริงแม้แต่น้อย อีกทั้งเป็นอะไรที่ไม่ได้สอดคล้องกับบุคลิก อุปนิสัย คนไทย หรือกับ ความเป็นไทย มาแต่อ้อน แต่ออก แต่นับวันมันชักกลายเป็นสิ่งที่สามารถสอดแทรก เข้ามาผสมกลมกลืน กับวิถีทางและอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนไม่ว่าในบ้านเรา หรือบ้านอื่น เมืองอื่น ได้มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ...

                                                                     -----------------------------------------------

      ความบ้า ความคลั่ง ความสติแตก รวมไปถึงความเมามันซ์ซ์ซ์ จากการได้เป็น ใครบางคน ไม่ว่าจะเลว หรือดี ชั่ว-ไม่ชั่ว มันเลยทำให้ ความเป็นปกติ อันมีความหมายเดียวกันกับคำว่า ความมีศีล-มีธรรม นั่นแหละ เลยแทบหายเกลี้ยง!!! สังคมไทยหรือ ความเป็นไทย ที่ใครต่อใครเคยรู้จักและคุ้นเคย  นับวัน...ชักเป็นสิ่งที่จำหน้า-จำตา แทบไม่ค่อยจะได้ และทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่แทบไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องบ้าน เรื่องเมือง เรื่องของทัศนคติและค่านิยมทางสังคม หรือเป็นแค่เรื่องของคนบ้า คนคลั่ง เฉพาะแค่ตัวบุคคลเท่านั้น แต่มันก็ออกจะสะท้อนให้เห็นอะไรบางอย่าง ที่แปลกหู แปลกตา ออกไปเอามากๆ สำหรับสังคมไทย หรือความเป็นไทย เท่าที่เคยรู้จักและคุ้นเคย...

                                                                     --------------------------------------------------

      ซึ่งการอยู่ในสังคมที่เราคิดว่าเรารู้จักและคุ้นเคย...แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว เรากลับไม่ได้รู้จักอย่างเราคิดว่ารู้ หรืออะไรก็ตามที่เราเคยคุ้นเคย มันกำลังเปลี่ยนแปลงไปโดยเราเองแทบไม่ได้รู้ตัว อันนี้...ต้องเรียกว่า ถือเป็น สังคมอันตราย หรือสังคมที่กำลังเต็มไปด้วย ความเสี่ยง เอามากๆ เพราะความไม่รู้ หรือความไม่ชัดเจนต่อความเป็นไปในสังคมในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือเรื่องที่แทบไม่ได้เกี่ยวกับบ้าน กับเมือง เอาเลยแม้แต่น้อย แต่สุดท้าย...มันอาจลุกลาม บานปลาย ไปถึงเรื่องบ้าน เรื่องเมือง กันจนได้  ตราบใดที่เรายังไม่พยายามที่จะทำความรู้จักกับสภาวะแวดล้อมแห่ง ความเปลี่ยนแปลง ให้ลึกซึ้ง ถึงแก่น กันจริงๆ...

                                                                     -----------------------------------------------------

      ภายใต้กระแสแห่งความเปลี่ยนแปลง อันสุดแสนจะวิปริต ผิดเพี้ยน ในโลกทุกวันนี้...ไม่ว่าสังคมใดก็แล้วแต่ ล้วนหนีไม่พ้นที่ต้องเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดของ เชื้อโรคทางความรู้สึก ที่อาจหนักหนา สาหัส ซะยิ่งกว่า เชื้อไวรัส ธรรมดาไม่รู้กี่สิบ กี่ร้อยเท่า และถ้าหากไม่รู้ หรือไม่ชัดเจน ต่อต้นสายปลายเหตุ ต่อกระบวนการวิวัฒนาการ หรือการกลายพันธุ์เหล่านี้ โอกาสที่มันจะก่อให้เกิดความขาดตกบกพร่อง ต่อ ภูมิคุ้มกันทางสังคม ย่อมมีความเป็นไปได้เสมอๆ ยิ่งในสังคมที่มีลักษณะเป็น สังคมเปิด ด้วยแล้ว ถ้าหากไม่เร่งค้นคว้าหา วัคซีนตัวใหม่ ที่จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แข็งแกร่งยิ่งไปกว่าเดิม ยังหวังอาศัยสิ่งที่เคยรู้จักและคุ้นเคย อาศัยเพียงแค่ ความเป็นไทย ที่เคยแก้ได้สารพัดโรค เผลอๆ อาจ เอาไม่อยู่ ขึ้นมาในวันหนึ่ง-วันใด ก็เป็นได้...

                                                                      ----------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Peter Howard...“We have become industrial and technical  giants but we have remained moral and spiritual pigmies. - คนในยุคปัจจุบัน ได้กลายเป็นยักษ์ใหญ่ทางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี แต่ในทางจริยธรรมและจิตใจแล้ว เรายังเป็นแค่คนแคระ..."

                                                                       ---------------------------------------------------


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"