ทรงห่วงใยกราดยิง โปรดเกล้าฯองคมนตรีเยี่ยมเหยื่อ/ยอดดับพุ่ง30รายเจ็บ58


เพิ่มเพื่อน    


    "ในหลวง-พระราชินี" ทรงห่วงใย ปชช.เหตุกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญแจกัน-ตะกร้าสิ่งของพระราชทานเป็นขวัญกำลังใจ พร้อมทรงรับผู้บาดเจ็บและศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ "บิ๊กแป๊ะ" นำทีมปิดล้อม "จ่าคลั่ง" กว่า 18 ชม. ก่อนวิสามัญฯ เสียชีวิตชั้นใต้ดินศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช "นายกฯ" บินลงพื้นที่สั่งถอดบทเรียนไม่ให้เกิดซ้ำรอย ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด 30 ราย บาดเจ็บ 58 คน เศร้า! 2 ตร.หน่วยอรินทราชถูกยิงดับขณะปฏิบัติหน้าที่ "สธ." ส่งจิตแพทย์เข้าดูแลสภาพจิตใจ
    ปฏิบัติการปิดล้อมจับกุม จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา อายุ 32 ปี  ทหารของหน่วยกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งก่อเหตุยิงผู้คนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก และหลบหนีเข้าไปที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา รวมทั้งการช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ภายในศูนย์การค้าดังกล่าว ตั้งแต่เวลา 15.30 น. วันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ต่อเนื่องจนถึงเวลา 09.30 น. วันที่ 9 ก.พ. ใช้เวลากว่า 18 ชั่วโมงจึงสามารถยุติลงได้ โดยคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฯ เสียชีวิต ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 27 ราย บาดเจ็บ 57 คน 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดค่ำคืนวันที่ 8 ก.พ. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 9 ก.พ. บรรยากาศบริเวณศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 เป็นไปด้วยความตึงเครียด มีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ โดยในเวลา 01.45 น เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ภายในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 จำนวนกว่า 50 คน ซึ่งส่วนใหญ่หลบซ่อนตัวอยู่บริเวณชั้นใต้ดินของห้าง โดยแต่ละคนมีสภาพสีหน้าอิดโรยรวมทั้งยังหวาดกลัว จนเจ้าหน้าที่ต้องให้กำลังใจบอกทุกคนปลอดภัยแล้ว 
    จากนั้นเวลา 02.30 น. เกิดเสียงปืนดังขึ้นภายในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ทำให้บรรยากาศบริเวณหน้าศูนย์การค้าซึ่งเจ้าหน้าที่กันพื้นที่เกิดความวุ่นวายเล็กน้อย มีการนำรถดับเพลิงเข้าไปในพื้นที่ ก่อนที่สถานการณ์จะเงียบลง
    เวลา 04.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารยังคงตรึงกำลังปิดล้อมศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราชไว้ โดยคนร้ายยังไม่ยอมจำนน และมีรายงานว่าคนร้ายยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ภายในศูนย์อาหารฟู้ดแลนด์ บริเวณชั้น LG ของศูนย์การค้าดังกล่าว พร้อมด้วยประชาชนที่ติดอยู่ข้างในอีกจำนวนหนึ่ง และยังมีเสียงปืนดังจากการปะทะกันเป็นระยะ
    พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์, พล.อ.สุนัย ประภูชะเนย์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ., พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 และนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประชุมวางแผนช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ข้างในอย่างเร่งด่วน โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมหาโดรนเพื่อนำไปบินหาจุดที่คนร้ายหลบซ่อนตัว เนื่องจากคนร้ายมีอาวุธสงคราม และมีทักษะในการใช้อาวุธเป็นอย่างดี ซึ่งหากเจ้าหน้าที่เผชิญหน้ากับคนร้ายอาจเกิดการประทะ และอาจเกิดอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ และประชาชนที่ติดอยู่ภายในห้างได้
    เวลา 07.30 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปเคลียร์ที่ชั้น G ของห้างเทอร์มินอล 21 โคราช หลังจากเหตุการณ์ปะทะเงียบสงบลงไปได้ 1 ชั่วโมง พบว่าในบริเวณดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ราย เป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ แต่ในขณะนี้ยังไม่สามารถลำเลียงศพของผู้เสียชีวิตออกมาได้
    กระทั่งเวลา 09.00 น. ได้เกิดการปะทะกันขึ้นอีกครั้ง พร้อมทั้งมีรายงานออกมาว่าเจ้าหน้าที่สามารถวิสามัญฯ คนร้ายได้แล้ว รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทยอยลำเลียงคนเจ็บและผู้ติดค้างออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 
    เวลา 09.28 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เดินออกมาจากบริเวณด้านหน้าห้างเทอร์มินอล 21 โคราช ซึ่งในระหว่างเดินทางไปขึ้นรถตู้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า เหตุการณ์จบแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ส่วนรายละเอียดให้รอฟังคำแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังเดินทางลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมผู้บาดเจ็บ
9 โมงจนท.วิสามัญฯ จ่าคลั่ง
    ต่อมาเวลา 09.30 น. นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) และ นพ.นรินทร์รัชต์  พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวสรุปเหตุการณ์
     นายวิเชียรกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาห่วงใยผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ จึงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีทั้ง 3 ท่านมาเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลทั้ง 3 แห่ง และช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยจะมีการเชิญสิ่งของพระราชทานมาเยี่ยมคนเจ็บที่โรงพยาบาลต่อไป
    ส่วน พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ต้องขอแสดงความเสียใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนร้ายได้ปล้นปืนและรถของราชการออกมาก่อเหตุ กองทัพภาคที่ 2 จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติการดูแลประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บ และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนจนทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งในเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถวิสามัญฯ คนร้ายได้แล้ว
    พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าวว่า เหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด ตำรวจได้ปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนได้สำเร็จ โดยครั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร. ได้ลงมาควบคุมสั่งการพร้อมหน่วยปฏิบัติการพิเศษกว่า 10 หน่วย 
    "จากนี้จะเป็นการรวบรวมพยานหลักฐานในด้านคดี ให้ความเป็นธรรม และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต" พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าว
    ถามว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตหรือไม่ ผบช.ภ.3 กล่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยอรินทราชซึ่งเข้าปฏิบัติการครั้งนี้ถูกยิงเสียชีวิต
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการมี 2 นาย คือ ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา ผบ.หมวด (สบ 1) กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กก.ต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. และ ส.ต.ท.กฤษฎา การุณ สังกัดอรินทราช 26 
    มีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาทาง บช.น. ลงไปช่วยดูแลสิทธิประโยชน์ที่ผู้เสียชีวิตพึงจะได้รับ อย่าให้ขาดตกบกพร่อง และช่วยประสานงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับญาติผู้เสียชีวิต โดย ผบ.ตร.ได้แสดงความห่วงใยถึงกรณีดังกล่าว พร้อมทั้งกล่าวยกย่องเชิดชู ร.ต.อ.ตระกูล ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจนกระทั่งตนเองต้องมาเสียชีวิต
    สำหรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ ร.ต.อ.ตระกูลพึงจะได้รับ เบื้องต้นมีรายละเอียดดังนี้ เสนอพิจารณาเลื่อนขั้น 7 ขั้น 5 ชั้นยศ กรณีปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามโจรผู้ร้ายจนได้รับอันตรายถึงเสียชีวิต ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการให้บำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษ พ.ศ.2521 เงินช่วยเหลือจากกองทุนต่างๆ รวมเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ประมาณ 2,100,000 บาท ในส่วนของข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่รายอื่น ก็จะได้รับเงินช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์ต่างๆ
ทรงห่วงผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต
    ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยต่อการเกิดเหตุการณ์รุนแรงคนร้ายกราดยิงประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.อ.ชลิต  พุกผาสุข, พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เชิญแจกันดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์คนร้ายได้นำอาวุธไล่ทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ที่โรงพยาบาล 30 ราย ดังนี้ โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา 20 ราย, โรงพยาบาลกรุงเทพนครราชสีมา 4 ราย,  โรงพยาบาล ป.แพทย์ 1 ราย, โรงพยาบาลค่ายสุรนารี 4 ราย และโรงพยาบาลเซนต์แมรี 2 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บกลับบ้านแล้ว 25 ราย 
    ในการนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยไปกล่าวแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและญาติ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และทรงชื่นชมและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ อาสาสมัครกู้ภัย ตลอดจนแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์  
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ทรงรับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงรับศพผู้ที่เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ด้วย ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ผู้บาดเจ็บและญาติอย่างหาที่สุดมิได้
    ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะเดินทางถึง จ.นครราชสีมา ในเวลา 09.45 น. จากนั้นร่วมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่​ โดยมีพล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ รองนายกฯ,​ นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข​, พล.อ.อนุพงษ์​ เผ่าจินดา​ รมว.มหาดไทย,​ พล.อ.ชาญชัย​ ช้างมงคล​ รมช.กลาโหม, นายอธิรัฐ​ รัตนเศรษฐ​ รมช.คมนาคม​, ผู้บัญชาการทหาร,​ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ​, ผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วม​ ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ก่อนจะนำคณะ​ไป​เยี่ยมผู้บาดเจ็บ ญาติผู้เสียชีวิต และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน​ ที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี​ โรงพยาบาลกรุงเทพ​ราชสีมา และโรงพยาบาลมหาราช
    ทั้งนี้​ ช่วงหนึ่งนายกฯ ได้สอบถามอาการจากแพทย์และพยาบาล โดยแพทย์บอกคนไข้ปลอดภัยแล้ว ขณะที่นายกฯ กล่าวกับญาติผู้ที่ได้รับบาดเจ็บว่า ไม่ต้องกลัว ในทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำได้อยู่แล้ว สมัยก่อนทหารที่โดนยิงที่ไส้หมอยังช่วยได้
    จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาที่โรงพยาบาลมหาราช​ นครราชสีมา พร้อมแถลงภายหลังเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลมหาราชว่า ติดตามสถานการณ์และรับทราบรายงานสถานการณ์มาโดยตลอด​ ระยะแรกใช้กำลังหรือพื้นที่ดูแลสถานการณ์​ ดูแลความปลอดภัย​ และได้สั่งการผู้บังคับบัญชาแต่ละหน่วยงานให้ดูแลอย่างเต็มที่​ ทั้งตำรวจทหาร​ ผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อวันที่​ 8 ก.พ. ตนกังวลในเรื่องการใช้กำลัง​ กำชับให้ใช้มาตรการที่เหมาะสม คำนึงถึงประชาชน การทำงานไม่ใช่เราไม่มีประสิทธิภาพ​ แต่ต้องคำนึงถึงการช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัยมากที่สุด เพราะในอาคารมีซอกมุมจำนวนมาก
    "เมื่อคืนผมติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งคืน ​มีคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องดูแลสถานการณ์ มีการดำเนินการตามขั้นตอนในทุกระดับดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ให้มากที่สุด มั่นใจในเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย และต้องไม่มีสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก​ เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    นายกฯ​ กล่าวว่า​ ขณะนี้ได้มอบหมายกรมสุขภาพจิตเข้ามาดูแลครอบครัวและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ​ รวมทั้งผู้ที่สูญเสียทั้งหมด​ เรื่องนี้เป็นความเป็นความตายของมนุษย์​ ของประชาชน​ ของเจ้าหน้าที่ ตนต้องดูแลคนทั้งประเทศ​ แล้วการที่มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาสังเกตการณ์ ​เพราะมีความห่วงใย​ ขอร้องสื่อต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่สักนิด เพื่อสร้างความเข้าใจทั้งในและต่างประเทศ​ นอกจากนี้​ เมื่อเช้าวันเดียวกันได้สั่งการไปเรียบร้อยแล้วในระดับผู้บังคับบัญชา ต้องมีความเตรียมพร้อม เพราะมีความเป็นห่วงทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน เราจะทำสะเปะสะปะไม่ได้ ​ขั้นตอนการดำเนินการ เมื่อสถานการณ์ในพื้นที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต้องรับผิดชอบก่อน จากนั้นจึงได้ประสานขอกำลังจากฝ่ายทหารเข้ามาช่วย และมีเจ้าหน้าที่ที่มีคุณสมบัติเฉพาะลงมาปฏิบัติหน้าที่ เพราะคนร้ายมีอาวุธร้ายแรง
สรุปเสียชีวิต 30 เจ็บ 58 คน
    "ขอขอบคุณแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง​ ขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันบริจาคโลหิต​ ถือว่าได้ทั้งบุญและกุศล​ วันนี้สิ่งสำคัญที่สุดทุกคนต้องมีบทเรียน​ แม้จะเคยผ่านสถานการณ์มาหลายครั้ง​ แต่ไม่เคยรุนแรงแบบนี้ ทุกอย่างคาดการณ์ไม่ได้​ แต่เราต้องเตรียมให้พร้อม วันนี้ครั้งนี้ถือว่ารับมือได้ดี ส่วนการช่วยเหลือดูแลจะเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์​มาดูแลให้​ ทั้งผู้ที่สูญเสียและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ" นายกฯ กล่าว
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในส่วนผู้เสียชีวิตมีจำนวน 27 ราย นับรวมทั้งเจ้าหน้าที่ ประชาชน และผู้ก่อเหตุ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 57 ราย กลับบ้านแล้ว 25 แอดมิต 32 ในจำนวนนี้ต้องเข้ารับผ่าตัด 12 ราย และกำลังผ่าตัดอยู่ 8 ราย (ผ่าตัดสมอง 2 ราย) 
    "การเสียชีวิตทั้งหมดมาจากกระสุนของผู้ก่อเหตุ ไม่ได้มาจากกระสุนของเจ้าหน้าที่ โดยการปฏิบัติหน้าที่ ทุกหน่วยงานได้ร่วมการทำงานแบบบูรณาการ และยึดตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก และยึดเอาความปลอดภัยเป็นตัวตั้ง" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    นายกฯ กล่าวช่วงท้ายว่า เราต้องร่วมมือและเผชิญสถานการณ์ไปด้วยกัน​ ทั้งภาครัฐและเอกชน ยืนยันรัฐบาลดูแลประชาชนทุกคน และดูแลแก้ไขทุกปัญหา อย่างเรื่องเศรษฐกิจตนก็รับฟังผู้ที่ติติง แต่อยากให้ดูว่า 5 ปีทำอะไรมาแล้วบ้างแล้ว คงมีโอกาสพูดกันในสภา ตนไม่มีปัญหา​ พร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริง ที่สำคัญขอร้องไม่อยากให้ประชาชนถูกแยกออกเป็นฝักเป็นฝ่าย อย่าให้ใครมาบิดเบือน ที่ผ่านมาเห็นแล้วว่าตนดูแลคน ทุกๆ ฝ่าย​ งบประมาณก็ลงไปช่วยเหลือในทุกๆ จังหวัด
    นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "ประยุทธ์ จันทร์โอชา Paryut Chan-o-cha" ระบุว่า “เมื่อเหตุการณ์ได้ยุติ เกิดความสูญเสียด้วยกันทุกฝ่าย ก้าวต่อไปคือเราต้องเยียวยาและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งร่างกายและจิตใจ ร่วมกันถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีสติ มีน้ำใจ ที่สำคัญเราต้องร่วมมือ และมีความเข้าใจกันและกัน ผมขอขอบคุณทุกคน ทุกฝ่ายที่ร่วมมือร่วมใจมาตลอดคืน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนคนไทยทุกคนครับ เราจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกันครับ #ส่งใจไปโคราช”
    ล่าสุด เวลา 16.15 น. มีรายงานยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มเติม โดยผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 30 ราย ประกอบด้วย 1.พ.อ.อนันต์ฐโรจ กระแส 2.นางอนงค์ มิตรจันทร์ 3.นายจักรพันธ์ ชิพิมาย 4.นายศรัญพงศ์ พงษ์ชะอุ่มดี 5.นายพีรพัฒน์ พลาสาร 6. ด.ต.ชัชวาลย์ แท่งทอง 7.ด.ช.รัชชานนท์ กาญจนเมธี 8.น.ส.อริยา กลีบเมฆ 9.ร.อ.ศิริวิวัฒน์ แสงประสิทธิ์ 10.นางพัชรา จันทร์เพ็ง 11.นายจิรวัฒน์ รัดกลาง 12.นางนริศรา โชติกลาง 13.นายทัศนะ หริรักษ์ 14.นางชญาภา แสงครบุรี 15.พลทหารเมธา เลิศศิริ 16. นายวันชัย เวชวรรณ์ 17.นายอำนาจ บุญเกื้อ 18.นายเอกวิน อินทน 19.ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา 20.ด.ต.เพชรรัตน์ กำจัดภัย 21. น.ส.อภิกษณาภา ขันผักแว่น 22.จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา 23.นาย สุริยะ สิมป์รัชตามร 24.นายอธิวัฒน์ พรมสุข 25.นางสาวกรรณิการ์ การบรรจง 26.นางสาวปภัชญา นวลรักษา 27.ชายไม่ทราบชื่อ-สกุล 28.ชายไม่ทราบชื่อ-สกุล 29.หญิงไม่ทราบชื่อ-สกุล 30.เด็กชายไม่ทราบชื่อ ไม่ทราบชื่อ-สกุล
    ส่วนผู้บาดเจ็บที่ยังแอดมิตในโรงพยาบาล 32 คน คือ 1.นาย พิทยา แก้วพรม 2.ส.ต.ท.กรกต อำพันเงิน 3.นายณโชติ โชติกลาง 4.นายทวีศักดิ์ สุขารมย์ 5.ด.ช.ธีรวัฒน์ วัชรีเสวิน 6.นายวัฒนา เพ็งบอก 7.ร.ต.ท.ณัฐพงศ์ รัตนมงคล 8.น.ส.อาทิตยา ศรสิทธิ์ 9.นาย สุรเดช เนื่องอุทัย 10.ร.ต.ต.จำรัส ไชยฤกษ์ 11.นายอัฐเศรษฐ์ ศิรวรัญกูล 12.นางเพ็ญศิริ แซ่จิง 13.นายอุทัย ขันอาสา 14.นาย นิพจน์ บุปผาเฮ้า 15.ด.ช.เจริญศักดิ์ จำปาทอง 16.นายคมกฤษ นนทะนำ 17.นางวทัญญา แสงประสิทธิ์ 18.นายสิทธิศักดิ์ วาดโคกสูง 19.นายบุลวัชร์ กุญชรินทร์ 20.นายเพลิน เทจอหอ 21.น.ส.มัฑนา หล่อแท้ 22.นายฐาปณัฐ เพ็ญจันทร์ 23.นายบุญหลาย คณาบตย์ 24.น.ส.พลอยใส ยาคูโวฟลก์ 25.นายฐิรัตติกาล นอมไทย 26.นายชณนวี จันทร์สิงสุข 27.นายศุภชัย แดงอยู่ 28.น.ส.สิริวรรณ นิลนาม 29.พลทหารโชคชัย มูลจันทา 30.พลทหาร อรรถพล วงศ์พล 31.ด.ต.สงกรานต์ บุญทอง 32.ด.ต.สามชัย แพเกาะ นอกนั้นอีก 26 คน สามารถกลับบ้านไปก่อนหน้านี้แล้ว รวมผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 58 คน 
ส่งจิตแพทย์ดูแล ปชช.
    ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงผลการตรวจสอบคลังอาวุธภายในกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ที่ จ.ส.อ.จักรพันธ์นำไปก่อเหตุ ได้แก่ 1.จากป้อมรักษาการณ์ ปืนเล็กยาวแบบ 11 (ปลย.11 )จำนวน 1 กระบอก + กระสุน 5.56 จำนวน 40 นัด 2.จากกองร้อย (คลังอาวุธ) ปลย.11 (HK) จำนวน 1 กระบอก/ปก.M60 จำนวน 1 กระบอก 3.จาก บก.พันฯ รถยนต์บรรทุก (รยบ.51บี) 4.จากคลังกระสุนกองพันฯ กระสุน 5.56 จำนวน 736 นัด 
    วันเดียวกัน กองทัพบกออกแถลงการณ์ระบุว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทุกท่าน
    แถลงการณ์ตอนหนึ่งระบุว่า กองทัพบกกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่ในการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ การควบคุมพื้นที่ทั้งในและนอกอาคาร โดยมีความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมกับสอบสวนหาสาเหตุของการกระทำการครั้งนี้ และขอยืนยันว่าจะดูแลช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด
    ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ซึ่งลงพื้นที่เกาะติดสถานการณ์ดังกล่าวตลอดทั้งคืน รวมทั้งสั่งให้ทุกโรงพยาบาลใน จ.นครราชสีมาและใกล้เคียงเตรียมความพร้อมของแพทย์ พยาบาล และอุปกรณ์การช่วยชีวิต ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ที่ยุติเหตุการณ์ได้แล้ว พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยและทีมแพทย์ทุกคน ทำงานหนักข้ามวันข้ามคืน ไม่ได้หยุดสักนาที ขอบคุณสื่อมวลชน และประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือ และให้การสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ความร่วมมือของทุกคน จะทำให้เรายุติเหตุการณ์อันโหดร้ายนี้ได้เร็วที่สุด นอกจากนี้ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย ทุกชีวิตที่ถึงมือหมอ พวกเราจะดูแลให้ดีที่สุด
    ส่วน นพ.บุรินทร์ สุรอรุณสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองบริหารระบบบริการสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต นำทีมลงพื้นที่เพื่อดูแลสภาพจิตใจผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านจิตใจจากเหตุการณ์กราดยิง โดยร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลจิตเวชจังหวัดนครราชสีมา 
    นพ.บุรินทร์กล่าวว่า ล่าสุดมีการประเมินสถานการณ์พบผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ส่วนใหญ่ยังมีความตกใจกลัวและยังหวาดกลัวในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนผู้ที่มีอาการดีขึ้นสามารถให้กลับบ้านได้ และจะมีการติดตามต่อเนื่อง  
    "เรามีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข หรือ EOC ที่โรงพยาบาลจิตเวช จ.นครราชสีมา และเตรียมทีมวิกฤติสุขภาพจิตในพื้นที่และในสังกัดกรมสุขภาพจิตทั้งหมด 6 แห่ง เพื่อร่วมกันดูแลกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ แยกเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ กลุ่มได้รับบาดเจ็บ กลุ่มที่เป็นญาติของผู้เสียชีวิต ต่อไปจะลงไปพูดคุยกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ อาจเกิดภาวะเครียดจากการปฏิบัติงานอย่างหนัก ส่วนแผนดำเนินงานมีการวางแผนไว้ 3 ระยะ ระยะแรกเป็นการดูแลเบื้องต้น ระยะที่ 2 เป็นการดูแลติดตาม ระยะที่ 3 คือการฟื้นฟูสภาพจิตใจ" ผอ.กองบริหารระบบบริการสุขภาพจิตกล่าว
    ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม (ยธ.) กล่าวว่า ในส่วนของเงินชดเชยตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 ได้สั่งการยุติธรรมจังหวัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือโดยเร่งด่วน ให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ให้ข้อมูลกับผู้บาดเจ็บและญาติผู้เสียชีวิตถึงสิทธิที่จะได้รับ และขณะนี้ก็ได้มอบหมายให้ว่าที่ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้ารับผิดชอบ เกาะติดในพื้นที่ และคอยประสานเรื่องต่างๆ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ส่วนเงินเยียวยาที่สามารถเบิกจ่ายได้ตอนนี้คือ ค่าปลงศพ 20,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่จะนำเงินไปมอบให้กับญาติ
    เช่นเดียวกับนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า อัยการสูงสุดได้สั่งการให้สำนักงานอัยการสูงสุดภาค 3 ตั้งคณะทำงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เพื่อช่วยเหลือดูแลในส่วนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บให้ได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมาย เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางกฎหมายที่จะได้จากรัฐอย่างไรบ้าง รวมถึงสิทธิการจัดการมรดกผู้เสียชีวิตทุกราย และให้รายงานอัยการสูงสุดทราบเป็นระยะ โดยทางสำนักงานอัยการภาค 3 ก็รับทราบคำสั่งดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่.


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'