ฆาตกรรมทางความคิด


เพิ่มเพื่อน    

    บนความเศร้าโศก กลับมีความสะใจอันน่าอัปยศ
    คนไม่ชอบรัฐบาลลุงตู่ จำนวนไม่น้อย มีมุมมองต่อเหตุการณ์กราดยิงที่โคราชในลักษณะที่น่าเป็นห่วงจริงๆ 
    เช่น เราจะเห็นว่ามีการแสดงความเห็นผ่านโลกโซเชียลว่า ทำไมไม่ไปยิงถล่มสภาฯ แทนที่จะยิงคนในห้าง 
    หรือ...น่าจะไปยิง "ลุงตู่" กับบรรดาบิ๊กๆ ในรัฐบาลดีกว่า 
    เรื่อยไปจนถึงการเข้ามาผสมโรงของเซเลบในโซเชียลอย่างศิลปินแห่งชาติที่ชื่อ "สุชาติ สวัสดิ์ศรี"
    บนความเกลียดชังที่บดบังความรู้สึกผิดชอบชั่วดี นั่นอาจเป็นเหตุให้ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๔ แสดงความเห็นอย่างที่ไม่ควรจะเป็น 
    "การจุดเทียนจะมีประโยชน์อะไร ถ้า "ผู้นำกองทัพ" ไม่รับผิดชอบ"
    ข้อความสั้นๆ แต่มันบาดลึกถึงความรู้สึกที่มนุษย์พึงมีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน 
    เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ชาวโคราชหลายพันคนร่วมกันสวดมนต์ จุดเทียนเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตทั้ง ๒๙ คน 
     ความรับผิดชอบของผู้นำกองทัพนั่นเรื่องหนึ่ง 
    การไว้อาลัยก็อีกเรื่องหนึ่ง 
    แต่คนที่ได้รับการยกย่องเป็นถึงศิลปินแห่งชาติกลับแยกแยะไม่ออก 
    ถ้าถามย้อนกลับไปบ้างว่า การเป็นศิลปินแห่งชาติจะมีประโยชน์อะไร ถ้าไม่มีความรับผิดชอบต่อความรู้สึกของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน 
    ลากทุกเรื่องตอบสนองความเกลียดชังกองทัพของตนเอง 
    ไม่เฉพาะ "สุชาติ" ยังมีอีกหลายกรณี
    ผศ.ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ก็เป็นอีกตัวอย่าง ที่สะท้อนให้เห็นว่า ความเกลียดชังทางการเมืองครอบงำความเป็นมนุษย์นั้นเป็นเช่นไร
    "ไอ้บ้านั่นจะมาลำเลิกอีกมั้ย "ทีนี้รู้รึยังว่ามีทหารไว้ทำไม" 
    กูจะได้ตอบให้ว่า "มีไว้ยิงประชาชนด้วยกระสุนที่มาจากภาษีของประชาชน" 
    และรัฐบาลที่มีนายกฯ กับรองนายกฯ เป็นทหารและ ผบ.ทบ. ที่ปากเก่งมากกกกกก็ทำเ...ยอะไรไม่ได้ซักอย่าง" 
    คนเป็นครูบาอาจารย์กลับโพสต์ข้อความสิ้นคิด 
    มันไม่ได้หมายความว่าทหารทุกคนยิงประชาชน
    เช่นเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าอาจารย์จุฬาฯ ทุกคนมีความคิดเช่นนี้ 
     แต่ความเกลียดชัง เพราะตัวเองสนับสนุนการเมืองอีกฝ่าย มันบดบังความเป็นมนุษย์ของตนเองไปเสียหมด 
    จึงแสดงความเห็นออกมาราวกับเป็นสัตว์ร้าย ที่ไม่มีมโนธรรมอยู่ในตัวเลย
    ก็ขอเตือนเอาไว้ อย่านำความชอบหรือไม่ชอบทางการเมืองไปเป็นเงื่อนไขก่อความขัดแย้งในทุกเรื่อง
    ไม่เช่นนั้นจะอยู่ร่วมในสังคมกับผู้อื่นได้ยาก. 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.