แต่งดำไว้อาลัย1วัน นายกฯนำขรก.ให้เหยื่อจ่าคลั่ง-เจ้าหน้าที่ผู้พลีชีพ


เพิ่มเพื่อน    

    "ในหลวง-พระราชินี" ทรงแสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อเหตุการณ์ที่ จ.นครราชสีมา  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รับศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ มีพระราชดำรัสสั่งให้รัฐบาลช่วยเหลือ ปชช.และ จนท.ด้วยความรวดเร็ว "สมเด็จพระสังฆราช" ประทานสิ่งของช่วยเหลือทุกราย "นายกฯ" นำ ขรก.แต่งดำไว้อาลัยวันอังคารนี้ "บิ๊กแดง" นัด 11 ก.พ.แถลงแจงปม "จ่าคลั่ง" กราดยิงทุกประเด็น "จักรทิพย์" ขอบคุณตำรวจทำงานสมเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
    เมื่อวันที่ 10 ก.พ. เวลา 18.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม  แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงแสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ก.พ.63 และพระราชทานกำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสียและเจ้าหน้าที่ทุกคน พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับศพผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์  และพระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมและพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ
    "อีกทั้งยังโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรีและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จากสำนักพระราชวัง และหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ เป็นผู้แทนพระองค์ไปเยี่ยมเยียนผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้สูญเสียทุกราย ตลอดจนการจัดตั้งโรงครัวพระราชทานเพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการพิสูจน์หลักฐานและทำความสะอาดสถานที่ให้เรียบร้อยจนกว่าจะจบภารกิจ พร้อมกันนี้ได้มีรับสั่งให้รัฐบาลดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนและเจ้าหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรชาวไทยทุกคน"
    ด้านเพจสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เผยแพร่ข้อความว่า "ตามที่เกิดเหตุคนร้ายประทุษร้ายประชาชน ณ จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ก.พ.2563 ทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และได้รับผลกระทบจากภยันตรายดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ความทราบตามข่าวสารที่ปรากฏแล้วนั้น  สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงพระปรารภห่วงใยผู้ประสบเหตุและผู้สูญเสีย จึงโปรดประทานผ้าไตร 1 ไตร พร้อมทั้งมีพระบัญชาโปรดให้ไวยาวัจกรจัดกัปปิยภัณฑ์เท่าจำนวน 10,000  บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ประทานแก่ทายาทของเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ เพื่อช่วยการบำเพ็ญกุศลศพทุกราย และโปรดประทานเหรียญพระรูป พร้อมทั้งมีพระบัญชาโปรดให้ไวยาวัจกรจัดกัปปิยภัณฑ์เท่าจำนวน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)  ประทานแก่ผู้บาดเจ็บทุกรายเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลพระบรมราชานุเคราะห์ในการรักษาพยาบาล 
    ทั้งนี้ โปรดให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ในฐานะรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นผู้เชิญสิ่งของและกัปปิยภัณฑ์ประทานไปมอบแก่เจ้าภาพศพและผู้บาดเจ็บทุกรายตามพระประสงค์
    อนึ่ง มีรับสั่งประทานกำลังใจแก่ครอบครัว ญาติมิตรของผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบทางจิตใจจากเหตุการณ์นี้ เพื่อให้ทุเลาความโศก ความทุกข์ยาก และความหม่นหมอง อีกทั้งโปรดประทานพรให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ผู้ประสบเหตุภยันตรายพร้อมด้วยครอบครัวและญาติมิตร  ตลอดจนประชาชนชาวนครราชสีมา และสาธารณชนผู้รู้สึกหดหู่สะเทือนใจ จงถึงพร้อมด้วยศรัทธา ขันติ  สติ และปัญญา เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ความสงบร่มเย็นของสังคมไทยให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้นสืบไป"
11 ก.พ.บิ๊กตู่แต่งดำไว้อาลัย
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันอังคารที่ 11 ก.พ.นี้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งถึงรัฐมนตรีและข้าราชการ ขอให้แต่งชุดดำไว้อาลัยเป็นเวลา 1 วัน ด้วยเสื้อผ้าไทยสีดำ 
    นอกจากนี้ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งถึงผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของสำนักนายกรัฐมนตรี อาทิ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, ผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ทราบและขอความร่วมมือแต่งชุดดำไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตในวันอังคารที่ 11 ก.พ. เพื่อเป็นการแสดงความไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตและเจ้าหน้าที่ที่เสียสละชีวิตจากเหตุการณ์ที่ จ.นครราชสีมา และเพื่อเป็นการแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย
    ส่วนนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา มีดำริให้ ส.ว.และข้าราชการร่วมไว้อาลัยต่อเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นกัน โดยให้แต่งกายในชุดสีดำหรือโทนสีดำในการประชุมวุฒิสภาครั้งที่ 18 วันที่  11 ก.พ.นี้
    ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม และหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เรื่องขอเชิญชวนแต่งกายไว้ทุกข์  
    โดยหนังสือระบุว่า ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์การสูญเสียครั้งใหญ่ที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 8-9  ก.พ.ที่ผ่านมานั้น กระทรวงมหาดไทยขอเชิญชวนผู้บริหารและบุคลากรในสังกัด ร่วมแต่งกายไว้ทุกข์ให้แก่ผู้เสียชีวิต ทั้งประชาชน และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่จากเหตุการณ์การสูญเสียที่จังหวัดนครราชสีมาในวันที่ 11 ก.พ. เพื่อเป็นการแสดงความไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตและเจ้าหน้าที่ที่เสียสละชีวิต และเพื่อเป็นการแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ดังกล่าว
    นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีคำสั่งด่วนให้ทุกหน่วยงานเร่งสำรวจสิทธิประโยชน์ เงินเยียวยาและความช่วยเหลือ กรณีประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 จ.นครราชสีมา เพี่อเร่งให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่ทายาทและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบตามสิทธิที่พึงมีพึงได้อย่างเต็มที่ เบื้องต้นกระทรวงยุติธรรม, กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้สำรวจสิทธิและเงินเยียวยาภายใต้ระเบียบของตนเองแล้ว โดยจะรวบรวมความช่วยเหลือจากทุกหน่วยงานภายในวันอังคารที่ 11 ก.พ.นี้
    "รัฐบาลรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งและขอเป็นกำลังใจแก่คนไทยและพี่น้องชาวโคราชทุกคน ในช่วงเวลานี้ขอความร่วมมือจากสังคม สื่อมวลชน และประชาชน ร่วมกันเป็นพลังใจให้กันและกันเพื่อสร้างภูมิป้องกันให้สังคมต่อไป" โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
    ที่ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 ดอนเมือง กทม. เวลา 13.00 น. พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ. และข้าราชการตำรวจในสังกัด บช.น. จำนวน 1 กองร้อย และตำรวจกองปราบปราม ตั้งแถวกองขบวนเกียรติยศรับร่าง ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา ผบ.หมวด (สบ 1) กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กก.ต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ.  และ ด.ต.เพชรรัตน์ กำจัดภัย ผบ.หมู่ กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กก.ต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่จากเหตุคนร้ายกราดยิงกลางเมืองนครราชสีมาอย่างสมเกียรติ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ก่อนนำหีบบรรจุศพที่คลุมธงชาติไทยขึ้นรถตั้งขบวนรถเชิญศพไปทำพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพที่วัดตรีทศเทพวรวิหาร
    เวลา 17.00 น. ที่ศาลา 5-1 วัดตรีทศเทพวรวิหาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ สร้างความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณแก่ทั้งสองครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยมี พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.และข้าราชการตำรวจ รวมทั้งประชาชนจำนวนมากร่วมพิธีรดน้ำศพ
    ที่วัดโพธิ์ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์เชิญน้ำหลวงอาบศพ พร้อมพวงมาลา และสิ่งของพระราชทานแก่ ด.ต.ชัชวาลย์ แท่งทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา  และเป็นผู้แทนพระองค์ในการเป็นประธานอาบน้ำศพ พร้อมฟังพระสวดพระอภิธรรมก่อนกล่าวกับครอบครัวผู้เสียชีวิตว่า ขอให้กำลังใจ เขาได้เสียสละปฏิบัติหน้าที่ดีที่สุด ขอให้คนที่อยู่ให้เข้มแข็ง ก่อนเดินทางกลับ
พม.เยียวยาเหยื่อกราดยิง
    นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์เชิญน้ำหลวงอาบศพ พร้อมพวงมาลาและสิ่งของพระราชทานแก่ศพนายศรัณยพงศ์ พงษ์ชะอุ่มดี ที่วัดช่องอู่ ต.จอหอ อ.เมืองนครราชสีมา, ศพนายอำนาจ บุญเอื้อ ที่วัดหนองบัว ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองนครราชสีมา, ศพนายวัชรพล พาณิชย์ ที่วัดสะแก ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา, ศพนายทัศนะ หริรักษ์ วัดดอนขวาง ต.หัวทะเล อ.เมืองนครราชสีมา และศพนายจักรพันธ์ ชิพิมาย ที่วัดสระบัวเกลื่อน ต.บ้านเกาะ อ.เมืองนครราชสีมา
    ขณะที่นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินทางมาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาเพื่อเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์กราดยิงกลางเมืองโคราช 
    นายจุติกล่าวว่า นายกฯ ได้กำชับให้กระทรวง พม.ดูแลผู้ประสบภัยทุกคน โดยเน้นย้ำว่าให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและมอบเงินค่าเยียวยาผู้ประสบเหตุในเบื้องต้น และกำชับด้วยว่าระหว่างการพักฟื้นตัวนั้น หากมีปัญหาติดขัดอะไรให้แจ้งมาที่ พม.จังหวัดหรือกระทรวง พม.ได้ โดยตนได้ให้เบอร์ติดต่อส่วนตัวไว้ หากมีปัญหาในเรื่องการทำงานหรือเรื่องใดก็ตามเราพร้อมจะช่วยเหลือ 
    "ขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่านช่วยกันเยียวยาบำบัดจิตใจ ร่วมกันส่งกำลังใจให้ผู้ที่เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ โดยกระทรวง พม.ได้ส่งเจ้าหน้าที่กระจายไปติดตามดูแลผู้ที่ป่วยและผู้ที่เดินทางกลับบ้านแล้ว รวมถึงนักจิตวิทยาและกรมสุขภาพจิตได้ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมกันดูแลในกรณีนี้ด้วย" นายจุติกล่าว
    รมว.พม.กล่าวว่า สำหรับผู้ที่เสียชีวิตเรามีระบบสวัสดิการของรัฐบาลดูแล ซึ่งจะได้รับเงินช่วยเหลือครอบครัวละประมาณ 160,000 บาท รวมถึงดูแลเรื่องทายาทของพวกเขาและหาอาชีพให้ครอบครัว พวกเรามีความเศร้าโศกและเสียใจกันทุกคน ขอให้เข้มแข็งช่วยกันประคับประคองคนไทยไปด้วยกัน ตนเชื่อว่าเราจะฟันฝ่าภัยที่กระทบกระเทือนจิตใจตรงนี้ไปได้
    ที่ จ.นครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เดินทางไปร่วมแสดงความเสียใจและให้กำลังใจแก่ครอบครัวของ ร.อ.ศิริวิวัฒน์ แสงประสิทธิ์ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงครั้งนี้ขณะพาครอบครัวไปร่วมงานเลี้ยงรุ่นที่ จ.นครราชสีมา โดย ร.อ.ศิริวิวัฒน์มีบ้านพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 188 หมู่ที่ 3 ตำบลนาหลวงเสน อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เบื้องต้นได้กำชับนายอำเภอทุ่งสงและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ดูแล เพื่อให้การช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดสำโรง ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง และกำหนดพระราชทานเพลิงศพในวันจันทร์ที่  17 ก.พ.63
    วันเดียวกัน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า หลังจากเหตุการณ์ยุติลงและอยู่ในระหว่างการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวกับด้านคดี ในการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน การรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ การจัดการด้านพิธีศพ การเยียวยาช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกอื่นๆ ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)  กำชับให้กองทัพภาคที่ 2 เข้าอำนวยความสะดวกทั้งปวงเกี่ยวกับการดูแลช่วยเหลือและประสานงานกับทุกภาคส่วน ให้การทำงานดังกล่าวเป็นไปด้วยความราบรื่นรวดเร็วในทุกๆ ด้านตามบัญชาของนายกรัฐมนตรี
'บิ๊กแดง' นัดสื่อแถลงข่าว
    นอกจากนี้ ผบ.ทบ.ยังมอบหมายให้หน่วยทหารในแต่ละพื้นที่เข้ารับผิดชอบในการประสานงาน อำนวยความสะดวกและดูแลการจัดพิธีศพของผู้เสียชีวิตทุกท่าน ให้เป็นไปอย่างสมเกียรติและตรงตามความประสงค์ของครอบครัวและญาติตามภูมิลำเนาที่จัดพิธีศพ โดยมีผู้แทนจากกองทัพบก กองทัพภาคที่ 2 ร่วมในพิธี ส่วนผู้บาดเจ็บได้มีการจัดผู้แทนเข้าเยี่ยมเยียนสอบถามความต้องการต่างๆ ในระหว่างการรักษาอาการตามโรงพยาบาลทุกคน 
    รองโฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ในส่วนกำลังพลของกองทัพบกที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้มีกำลังพลเสียชีวิต 3 นาย ได้แก่ พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแสร์ ผู้บังคับกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 เสียชีวิตในที่เกิดเหตุที่บ้านพัก ได้เคลื่อนศพไปไว้ที่วัดกลางเมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น มีกำหนดสวดพระอภิธรรมวันที่ 10-12 ก.พ.และพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 13  ก.พ. เวลา 16.00 น. ส่วน ร.อ.ศิริวิวัฒน์ แสงประสิทธิ์ ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4914 กรมทหารพรานที่ 49 ซึ่งเป็นผู้สัญจรผ่านมาและประสบเหตุถูกยิงเสียชีวิต ได้เคลื่อนย้ายไปบำเพ็ญกุศลที่วัดสำโรง ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช กำหนดสวดพระอภิธรรมวันที่ 11-16 ก.พ.63 และพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 17 ก.พ. เวลา 16.00 น. และพลทหารเมธา เลิศศิริ สังกัดกองพันสรรพาวุธกระสุน 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ซึ่งเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่เวรรักษาการณ์ มีกำหนดบำเพ็ญกุศล ณ ภูมิลำเนา ที่วัดโพธิสมภรณ์ (พระอารามหลวง) อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี โดยมีกำหนดเคลื่อนศพออกจากโรงพยาบาลในวันที่ 11 ก.พ. เวลา 07.00 น.
    "นอกจากนี้มีกำลังพลอีก 2 นายที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์และยังอยู่ระหว่างการรักษาอาการที่ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี คือพลทหารอรรถพล วงศ์พล บาดเจ็บที่ช่องท้องและขา ได้รับการผ่าตัดอาการปลอดภัย และพลทหารโชคชัย มูลจันทา บาดเจ็บที่ช่องท้อง หลังผ่าตัดยังต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด" รองโฆษกกองทัพบกกล่าว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อภิรัชต์เตรียมแถลงข่าวในวันที่ 11 ก.พ. ที่กองบัญชาการกองทัพบก  (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน ในเรื่องกฎระเบียบต่างๆ ของกองทัพบกที่ผู้บังคับบัญชาเคยสั่งการไปให้ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา สืบเนื่องจากกรณีที่ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ผู้บังคับหมู่ปืนเล็ก หมวดรักษาการณ์กองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ก่อเหตุปล้นอาวุธปืนและกระสุนจากป้อมรักษาการณ์ภายในหน่วย นำไปใช้ก่อเหตุร้ายแก่เจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก 
    "ก่อนหน้านั้นกองทัพบกได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต  ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทุกคน โดยทันทีที่เกิดเหตุ พล.อ.อภิรัชต์สั่งการให้กองทัพภาคที่ 2 เข้าควบคุมสถานการณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยให้ดูแลความปลอดภัยของประชาชนทุกคนเป็นสำคัญ รวมทั้งได้เดินทางไปร่วมแก้ไขสถานการณ์ในพื้นที่ด้วยตัวเอง  โดย พล.อ.อภิรัชต์พร้อมชี้แจงในทุกเรื่องที่สื่อมวลชนจะสอบถามในวันที่ 11 ก.พ." แหล่งข่าวระบุ
    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.มีหนังสือวิทยุในราชการ ตร. ด่วนที่สุด ที่ 0051/4 ลงวันที่ 10 ก.พ. ถึงรอง ผบ.ตร., ผู้ช่วย ผบ.ตร., ผบช., ผบก.และตำแหน่งเทียบเท่า ใจความว่า "ตามที่เมื่อวันที่ 8-9 ก.พ.2563 ได้เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดที่ จว.นครราชสีมานั้น โดยทันทีที่ทราบเหตุ ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกนายทุกระดับชั้น ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความกล้าหาญ  เสียสละ อุทิศตน ไม่หวั่นเกรงต่อภยันตราย แม้ต้องแลกด้วยเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อปกป้องประชาชนและสังคม การกระทำดังกล่าวสมกับการได้ทำหน้าที่ 'ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์' อย่างแท้จริง จึงขอขอบคุณผู้บังคับบัญชาและข้าราชการตำรวจทุกนายมา ณ โอกาสนี้" พล.ต.อ.จักรทิพย์ระบุในหนังสือดังกล่าว.


คนร่วมชุมนุม "ม็อบสามสัส" ระยะหลังดูจะออกอาการเซ็งๆ เห็นโพสต์บ่น....ไรวะ"เย็นนัดชุมนุม-ค่ำให้กลับไปกินนมนอน"!แบบนี้ มันคงจบหรอกนะ ที่ "รุ่นเรา" น่ะมันน่าจะไปจบที่ "คุก" ซะก่อนมากกว่า!

ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'