ด่าผมอย่าด่าทหาร ผบ.ทบ.แถลงหลั่งน้ำตาขอโทษ-อยู่ต่อล้างธุรกิจในกองทัพ


เพิ่มเพื่อน    


    “ประยุทธ์” โยนกองทัพคุ้ยปมเหตุจ่าคลั่ง รับกลัวพฤติกรรมเลียนแบบในโลกโซเชียล สั่งให้ลงดาบเต็มสูบ “พุทธิพงษ์” ให้ศึกษาด่วนเพิ่มโทษด้านคอมพิวเตอร์ “อภิรัชต์” ตั้งโต๊ะแถลงด้วยเสียงสั่นเครือพร้อมหลั่งน้ำตาขอโทษและเสียใจ ลั่นเมื่อ “จ่าจักรพันธ์” ลั่นไกก็เป็นอาชญากร วอนสังคมอย่าด่าทหารและกองทัพ ให้มาลงที่ตัวเอง ประกาศขอ 3 เดือนล้างบางธุรกิจในแวดวงท็อปบูต ไล่นายพลเกษียณออกจากพื้นที่ทหารในสิ้นเดือนนี้ ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เพราะอยู่ในช่วงท้ายอาชีพ “อนค.-นปช.”พาเหรดขย้ำน้ำตาจระเข้  
    เมื่อวันอังคารที่ 11 ก.พ. บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล บรรดารัฐมนตรีและข้าราชการพร้อมใจกันแต่งกายไว้ทุกข์ด้วยเสื้อสีสุภาพ เทา ขาว และน้ำเงินเข้ม เพื่อไว้อาลัยต่อการสูญเสียจากเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สวมเสื้อสีเทา เช่นเดียวกับที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่บรรดา ส.ส.และข้าราชการต่างแต่งกายเพื่อไว้อาลัยเหตุการณ์ดังกล่าว และในวันที่ 12 ก.พ. จะมีการยืนไว้อาลัยในที่ประชุมด้วย 
    ขณะที่ในการประชุมวุฒิสภา (ส.ว.) ได้มีการยืนไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิต 1 นาที และนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ได้กล่าวชมเชยเพื่อนสมาชิก คือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ได้ร่วมกันปฏิบัติการแก้ไขเหตุการณ์เลวร้ายครั้งนี้จนลุล่วง 
    ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุจูงใจการก่อความรุนแรงที่ จ.นครราชสีมา ว่ากำลังให้ตรวจสอบอยู่ กองทัพบกกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ซึ่งบทเรียนครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ที่ทุกฝ่ายต้องนำไปแก้ไขปรับปรุงหาแนวปฏิบัติที่ดีไม่ให้เกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะที่เป็นห่วงคือพฤติกรรมเลียนแบบ พฤติกรรมเอาอย่างเหล่านี้ด้วยการใช้เว็บ ใช้โซเชียล ตรงนี้ต้องลดความรุนแรงลง เพราะโอกาสที่จะเกิดการเลียนแบบมีอยู่ 
“การใช้โซเชียลของเราเป็นอย่างไร ถ้าทุกคนช่วยกันตรงนี้ ผมว่าจะสามารถลดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นได้มากพอสมควร จะเห็นได้ว่าวันนี้เข้มงวดเรื่องการโพสต์อะไรต่างๆ ที่เรียกมาส่วนใหญ่บอกว่าเมา รู้เท่าไม่ถึงการณ์ไม่ได้ กฎหมายมีอยู่ต้องดูว่ากฎหมายเขียนอย่างไร จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งสิ้น ตามโทษานุโทษไป” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    นายกฯ กล่าวว่า ในขณะที่บ้านเมืองกำลังมีปัญหา ซึ่งไม่อยากให้บ้านเมืองมีปัญหาไปมากกว่านี้แล้ว ดังนั้น ขอฝากไปทุกภาคส่วน อย่าเอาประเด็นเหล่านี้ทำให้เกิดความแตกแยกกันอีก ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เจ้าหน้าที่ต่างๆ ในฐานะรัฐบาล ปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ ต้องหาทางแก้ปัญหา แก้ไขเยียวยา และในวาระความโศกเศร้า ขอเป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคน ประชาชนชาวโคราชและอื่นๆ ด้วย เราจะต้องเข้มแข็งไปด้วยกัน ไม่ให้ใครมาแบ่งแยกหรือทำให้เกิดความเกลียดชังจนทำให้เกิดสิ่งอื่นตามมา
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เย็นนี้จะเดินทางไปร่วมพิธีศพที่ จ.นครราชสีมา 3 วัด และวันอื่นจะจัด ครม.ที่ไม่ติดภารกิจในสภาไปเป็นตัวแทนรัฐบาล โดยต้องมอบหมายแบ่งกันไป แต่โดยหลัก ผู้ว่าฯ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดพิธีศพรับผิดชอบ พร้อมกันนี้มีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรม ที่มีหน่วยงานในพื้นที่ต้องช่วยกันดูแลความเรียบร้อย 
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์  รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงการโพสต์ข้อความเลียนแบบเหตุการณ์ที่ จ.นครราชสีมาจำนวนมาก ว่ามอบหมายให้รองปลัดกระทรวงดีอีเอสตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. รวบรวมกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องการใช้และบังคับใช้กฎหมายในเชิงการสื่อสาร โดยเฉพาะสื่อดิจิทัล พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คอมพิวเตอร์ และกฎหมายอื่นๆ ที่ต้องปรับปรุง รวมถึงบทลงโทษที่ต้องปรับปรุง เน้นบทลงโทษที่รุนแรงมากขึ้น เนื่องจากสื่อโซเชียลขยายและพัฒนาไปมากขึ้น โดยขณะนี้กำลังศึกษาอย่างเร็วที่สุด
    วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แถลงกรณี จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา นายทหารสังกัดกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ปล้นอาวุธไปก่อเหตุสังหารประชาชนและเจ้าหน้าที่ โดยได้ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยระบุว่า ในฐานะ ผบ.ทบ. ขอโทษและขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เพราะผู้ก่อเหตุเป็นกำลังพลของกองทัพบก ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวประชาชนและข้าราชการที่ต้องเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ และเสียใจที่มีประชาชนบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก และยอมรับว่ามูลเหตุของผู้ก่อเหตุเกิดจากไม่ได้รับความเป็นธรรม จากผู้บังคับบัญชาและเครือญาติที่ได้มีการซื้อขายที่ดินและผิดสัญญากัน รวมถึงเรื่องผลตอบแทน 
“รายละเอียดนั้นต้องไปสืบต่อว่ามีใครเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชา เมื่อผิดสัญญากันจึงทำให้เกิดแรงจูงใจในครั้งนี้ ณ วันที่ก่อเหตุสังหารตั้งแต่แรกเขาคืออาชญากร ไม่ใช่ทหารอีกต่อไป ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยคลังอาวุธ กองทัพบกมีมาตรฐานและมาตรการในเรื่องนี้ และมีการเน้นย้ำในเรื่องนี้มาโดยตลอด ไม่ใช่วัวหายล้อมคอก แต่อาจมีหน่วยที่หละหลวม ซึ่งก็ต้องไปลงโทษ หน่วยที่ไม่ได้เตรียมตัวก็ต้องมีมาตรการเพิ่มเติม ดังนั้นมาตรการต่อไปแต่ละหน่วยต้องติดกล้องซีซีทีวี ด้านหน้าคลังเก็บอาวุธและกระสุนปืน” พล.อ.อภิรัชต์แถลง
พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ได้สั่งการให้หาวิธีการที่ดีที่สุด เปิดเรื่องร้องเรียนโดยตรงให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ถูกเอาเปรียบ และจะเน้นย้ำผู้บังคับบัญชาที่ไม่ใส่ใจดูแลทุกข์สุขของผู้ใต้บังคับบัญชา โดยช่องทางนี้จะเป็นความลับที่สุด แต่ต้องแสดงตัวตนว่าเป็นใคร อยู่หน่วยไหน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจัดส่งตรงมาที่ตนเอง ซึ่งเดิมไม่มีเฟซบุ๊กและไอจี เพราะรับไม่ไหวในหลายเรื่อง แต่ก็จะมีช่องทางให้เข้าถึง โดยไม่ผ่านช่องทางของกองทัพ ซึ่งจะหาบุคลากรมาทำ โดยสั่งไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 ก.พ.แล้ว เพื่อเป็นโอกาสให้ผู้ใต้บังคับบัญชาสื่อสารโดยตรง และจะลงโทษอย่างเต็มที่สุดความสามารถเท่าที่จะทำได้ 
วอนอย่าด่าทหาร-กองทัพ
    “ตลอดเวลาเกิดเหตุมีการตำหนิกองทัพบก มีคนด่าว่ากองทัพบก ซึ่งกองทัพบกเป็นองค์กรความมั่นคงที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แต่มีคนมากมายมาด่าทหาร ผมอยากให้ทราบว่า ท่านอย่าด่ากองทัพบก ท่านอย่าด่าทหาร กองทัพบกเป็นองค์กรไม่มีความรู้สึก ทหารยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนวชายแดน ทหารยังปราบปรามยาเสพติด เสี่ยงชีวิตปกป้องอธิปไตยของชาติ ทหารยังต้องช่วยเหลือน้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟไหม้ป่า ที่เสียสละที่ดีๆ มีทั่วกองทัพบก อย่าไปด่าว่าเขาเลย อย่าใช้คำว่าทหาร ถ้าจะด่า จะตำหนิ  ให้มาด่า พล.อ.อภิรัชต์ ผมน้อมรับคำตำหนิ และการแสดงความคิดเห็นทุกอย่าง ให้มาด่าผม เพราะผมเป็น ผบ.ทบ.” พล.อ.อภิรัชต์กล่าว
     ผบ.ทบ.กล่าวอีกว่า ในคนหมู่มากของทุกองค์กรย่อมมีคนดี และคนไม่ดีปะปนกันอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจ แม้เหลือเวลารับราชการ 7-8 เดือน จะไม่ย่อท้อในการปรับปรุงและพัฒนากองทัพบก พัฒนาบุคลากร เข้มงวดและรักษามาตรฐานให้ดีขึ้น เพิ่มมาตรการต่างๆ ให้ดีขึ้น เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กลับมา โดยจะใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะ ผบ.ทบ.จนวันสุดท้ายที่ส่งมอบธงให้กับ ผบ.ทบ.คนต่อไป ก่อนที่จะมาแถลงข่าวทำการบ้านมา 3 คืน 2 วัน แทบไม่ได้นอนเพราะเสียใจ
     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างแถลง พล.อ.อภิรัชต์มีน้ำเสียงสั่นเครือและถอนหายใจเป็นระยะ หลังจากแถลงจบช่วงแรกก่อนที่จะเปิดโอกาสให้สื่อสอบถาม พล.อ.อภิรัชต์ได้ขอน้ำและกาแฟจากเจ้าหน้าที่ พร้อมกับหันหลังและควักผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดน้ำตา ก่อนจะหันกลับมาหาสื่ออีกครั้ง
     เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดระหว่างผู้ก่อเหตุกับคู่กรณี ซึ่งไม่ใช่การปฏิบัติการทางทหาร แต่เป็นเรื่องการบาดหมางจิตใจ การก่ออาชญากรรม ซึ่งกองทัพบกก็รับผิดชอบทั้งในส่วนของผู้ก่อเหตุและคู่กรณีตามมาตรฐาน
    ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อภิรัชต์ได้นิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อพูดถึงทหารที่เสียชีวิตในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เขาเป็นเพียงพลทหาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงพระราชทานเพลิงศพ และกองทัพบกจะดูแลครอบครัวอย่างดีที่สุด และสมเกียรติ รวมถึงพลทหารที่ได้รับบาดเจ็บ สำหรับความรับผิดชอบต่อประชาชนที่เสียชีวิต กองทัพบกจะรับทายาทเข้ารับราชการตามคุณวุฒิโดยไม่มีข้อแม้ และหากทายาทยังเรียนหนังสือไม่จบ ก็จะดูแลด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง แม้จะเกษียณราชการไปแล้วก็ตาม ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและสูญเสียในการประกอบอาชีพ หากประสงค์จะเข้าราชการกองทัพจะไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น ในขณะที่การเยียวยาและดูแลครอบครัวผู้ก่อเหตุจะเป็นไปตามขั้นตอน
    เมื่อถามว่า มีข้อเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่ง ผบ.ทบ. พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า แม้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นกำลังพลของกองทัพบก และตั้งแต่ที่ผู้ก่อเหตุไปก่อเหตุที่ไม่ใช่การไปปฏิบัติภารกิจของกองทัพบก เช่น ทหารขนยาเสพติด ค้าอาวุธสงครามแล้วถูกตำรวจวิสามัญฯ ก็อยากถามเหมือนกันว่า สมควรใช้คำถามนี้หรือไม่ ตนเองมีความรับผิดชอบเพียงพอต่อภารกิจทุกอย่างที่สั่งไปในทุกตำแหน่ง ทุกวิกฤติที่ตนเองได้ผ่านมาจนกำลังจะเกษียณอายุราชการ อะไรที่สั่งผู้ใต้บังคับบัญชาทำ ตนเองรับผิดชอบ แต่ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการกระทำที่เป็นเหตุการณ์ส่วนตัว การก่ออาชญากรรม การทำผิดกฎหมาย ฝ่าฝืนระเบียบวินัยที่มีอยู่อันนั้น รับไม่ได้
    พล.อ.อภิรัชต์ยังกล่าวถึงการยุติเหตุการณ์ที่เป็นไปด้วยความล่าช้า เนื่องจากผู้ก่อเหตุติดตามข่าวสารจากโซเชียลมีเดีย ซึ่งเขาก็ไม่ธรรมดา อีกทั้งไม่ทราบว่าประชาชนที่ติดอยู่ภายในห้างเทอร์มินอล 21 อยู่จุดไหนบ้าง ซึ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน จึงต้องใช้เวลานาน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย และเราไม่อยากสูญเสียไปมากกว่านี้ เพราะมีการสูญเสียไปพอสมควรแล้ว จึงต้องใช้ความระมัดระวัง
ลั่น 3 เดือนล้างบางแน่
    “การลอกเลียนแบบหรือเอาโมเดลในลักษณะเช่นนี้ไปขยายผล ซึ่งในต่างประเทศค่อนข้างกังวล ผมรับปากว่าจะไปทบทวนเพิ่มมาตรการให้มากกว่านี้ และยืนยันว่ามาตรการเดิมที่ทำอยู่นั้น อยู่ในระดับมาตรฐาน และผู้ก่อเหตุก็เป็นกำลังพลในหน่วย เป็นเพื่อนร่วมงานที่เดินเข้ามา ก็ไม่คิดว่าเขาจะมาทำร้าย ซึ่งก็เป็นจุดหนึ่งที่กองทัพบกต้องไปคิดเช่นเดียวกัน เพราะไม่ได้เฉลียวใจว่าคนที่รู้จักจะก่อเหตุ ตั้งแต่เกิดเหตุ ผมรู้สึกไม่สบายใจ และแทบจะนอนไม่หลับ” ผบ.ทบ.กล่าว
    เมื่อถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อขายที่ดินในหน่วยงานทหาร โครงการเช่นนี้มีจำนวนมากหรือไม่ และจะแก้ไขปัญหาระยะยาวอย่างไร พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า กองทัพบกตั้งมาเป็นเวลานาน มีโครงการหลายอย่างจำนวนมาก เรื่องทั้งหมดนี้ทราบและรับรองว่าอีก 3 เดือนต่อจากนี้ตั้งแต่ระดับนายพลถึงระดับพันเอกหลายคนไม่มีงานแน่ และไม่สน เพราะรู้ข้อมูล ซึ่งไปเรียน พล.อ.ประยุทธ์แล้วว่า “พี่ครับ ผมต้องทำ” ขอยกตัวอย่างเช่นมีใครกล้ายกเลิกทีมฟุตบอลอาร์มียูไนเต็ดหรือไม่ หรือในวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ก็ได้เซ็นยกเลิกการจัดซื้อปืนสวัสดิการทุกชนิดของกองทัพบก นี่คือการเริ่มต้นในการแก้ไขปัญหาที่หมักหมมมานานของกองทัพบก แน่นอนว่ามีคนไม่พอใจ 
"ทหารไม่จำเป็นต้องมีปืนส่วนตัว เพราะมีปืนหลวงที่ถูกเก็บรักษาและจะมีการแจกจ่าย ทหารมีบ้านมีที่พักให้กับกำลังพลเพียงพอ รับราชการ 20-30 ปี ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าบ้าน เพื่อให้มีเวลาเก็บเงินไปซื้อบ้านของตัวเองหลังเกษียณอายุราชการ ผมขีดเส้นตายภายในเดือน ก.พ.สำหรับผู้ที่เกษียณอายุราชการแล้ว และยังพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ทหารต้องย้ายออก เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่ไม่มีบ้านมาอยู่ โครงการต่างๆ ต้องมีการปรับกรุงแก้ไขและเอาจริง อันไหนไม่จำเป็นผมจะยกเลิก และผมจะเอาจริงสำหรับผู้ที่เอาเปรียบหลวง เพื่อนร่วมงาน ขอเวลา และยืนยันว่าผมไม่ได้เพิ่งเริ่มทำ แต่ทำมาก่อนหน้านี้ และถ้าไม่สัมฤทธิผลภายในวงรอบ การปรับย้ายนายทหารครั้งนี้เห็นดีแน่ และผมก็ไม่ล้อมคอก ผมไม่กลัวและไม่ถนอมตัว เพระเป็นปีสุดท้ายที่อยู่ในตำแหน่ง ผบ.ทบ. จะทำให้กองทัพบกให้ดีขึ้นจนวันสุดท้าย ขอให้มั่นใจ” ผบ.ทบ.กล่าว
    พล.อ.อภิรัชต์ยังกล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียเรื่องการใส่เครื่องแบบไปติดตามสถานการณ์คนร้ายกราดยิงประชาชนที่ จ.นครราชสีมา ว่าเครื่องแบบปกติในที่ทำงานก็เป็นเครื่องแบบที่ใช้อยู่ และในวันเกิดเหตุไปทำงาน แม้ว่าเป็นเวลานอกราชการ พูดตรงๆ แต่งอะไรก็โดนด่า ยิ่งถามให้พูดในสิ่งที่ไม่อยากจะพูด พูดไปแล้วก็ไปกระทืบในทวิตเตอร์กันอีก เอาไปใส่กันอีก 
“ทหารทำแฮชแท็กในโซเชียลไม่เก่ง ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรให้คนมาดู เราไม่มีเฟซบุ๊กหรือไอจีที่สวยงาม เรามานั่งออกแบบในสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริง ที่จะให้ดึงดูดใจคน ก็สู้เขาไม่ได้ เราโฆษณาชวนเชื่อไม่เป็น ถือว่าเป็นจุดอ่อนของกองทัพ แต่จะไม่ท้อถอย และหนักแน่น” พล.อ.อภิรัชต์กล่าว (รายละเอียดหน้า 4)  
สับบิ๊กแดงบีบน้ำตา
    ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.ฝ่ายความมั่นคง ชี้แจงการปฏิบัติภารกิจเหตุยิงกราดใน จ.นครราชสีมา ว่าตำรวจได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงาน ยืนยันว่าการเลือกใช้ชุดหน่วยปฏิบัติการเข้าจู่โจมควบคุมพื้นที่นั้น เป็นการเลือกจากความเหมาะสมและความถนัดของแต่ละหน่วย ตำรวจ ทหาร ทำงานด้วยกัน ไม่มีใครเข้าไปเปลี่ยนม้ากลางศึก การตัดสินใจของ ผบ.ทบ.เป็นมืออาชีพ และทหารไม่ได้ไปไหน อยู่สแตนด์บายพร้อมช่วยเมื่อตำรวจคุมสถานการณ์ไม่อยู่ 
ด้านนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ระบุว่า กรณีที่เกิดขึ้นนั้นตั้งแต่แม่ทัพภาคที่ 2 ไปจนถึง ผบ.ทบ. ต้องมีส่วนรับผิดชอบและลาออกจากตำแหน่ง ส่วนที่ พล.อ.อภิรัชต์ระบุว่าคนร้ายพ้นจากความเป็นทหารและเป็นฆาตกรตั้งแต่ก่อเหตุยิงประชาชนนั้น เป็นการพูดแบบปัดความรับผิดชอบ และเป็นการสะท้อนว่า ผบ.ทบ.วุฒิภาวะไม่ถึง 
    นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า รากเหง้าของปัญหามาจากความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ใต้บังคับบัญชากับผู้บังคับบัญชาลุกลามมาจนกระทั่งทำให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นการไปรื้อและแก้ไขในสังคมทหารก็ต้องยอมรับความเป็นจริงว่า จะเรียกวัวหายล้อมคอกก็ได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเดิมขึ้นอีก เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในกองทัพบก ผบ.ทบ.ต้องกล้าตรวจสอบและต้องกล้าพูดว่าผู้ใต้บังคับบัญชาคนใด ไม่ได้รับความยุติธรรมหรือหาความเป็นธรรมในหน่วยงานไม่ได้ ก็สามารถเข้าพบ ผบ.ทบ.ได้ตลอดเวลามากกว่าการมานั่งร่ำไห้
    นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. โพสต์เฟซบุ๊กว่า การแสดงความเสียใจและรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมโคราชของคนระดับ ผบ.ทบ. ไม่ใช่การร่ำไห้และสะอื้นบอกประชาชนว่าให้ด่าใคร แต่ควรเริ่มต้นด้วยการพูดความจริงอย่างหมดเปลือกถึงสาเหตุของความสูญเสีย เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำอธิบายอย่างเป็นทางการว่า การไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชาของผู้ก่อเหตุคืออะไร ถ้าไม่เริ่มจากความจริง จะสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างไร
    ขณะเดียวกัน ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) นายเอกชัย หงส์กังวาน และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เดินทางมายื่นหนังสือพร้อมรายชื่อผู้สนับสนุน 1,185 รายชื่อ เพื่อขอให้ พล.อ.อภิรัชต์ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรับผิดชอบความหละหลวมในการรักษาคลังอาวุธจนเป็นเหตุเกิดโศกนาฏกรรม จ.นครราชสีมา.


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"