สธ.แถลงพบบุคคลากรทางการแพทย์ไทยติดเชื้อไวรีสโคโรนา 19 รายแรก เป็นหญิงอายุ35ปี


เพิ่มเพื่อน    

15 ก.พ.63 - นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา19 ณ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ)  ว่า สาระสำคัญคือ ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 19 ได้กลับบ้านอีก 1ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนอายุ56ปี ทำให้ยอดกลับบ้านมีจำนวน 14 ราย  แต่ล่าสุดได้พบผู้ป่วยที่ยืนยันการติดเชื้อรายใหม่  เป็นหญิงไทยอายุ 35ปี เป็นบุคคลากรทางการแพทย์ มีประวัติ สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ปวยที่รักษาตัวโรคติดเเชื้อโคโรนาไวรัส ที่ไม่ใช่สถาบันบำราศนราดูร  และผู้ป่วยรายใหม่นี้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ที่เข้าข่ายติดตามเฝ้าระวังซึ่งเกิดอาการมีไข้ เลยนำตัวไว้ห้องแยกโรค ตรวจหาเชื้อ ผลออกมาเป็นบวก จึงรับไว้รักษา 

ส่วนสาเหตุที่ติดเชื้อเนื่องจาก ผู้ป่วยรายใหม่นี้ เป็นบุคคลากรทางการแพทย์ ได้สัมผัสผู้ป่วย ซึ่งปกติมีความเสี่ยงมากกว่าประชาชนทั่วไป ซึ่งสธ.ได้มีการคติดตามตรวจ บุคคลากรทางการแพทย์อื่นๆอีก  24 ราย แต่ไม่พบเชื้อ ไม่มีอาการป่วย ประกอบกับผู้ป่วยรายใหม่ อาศัยอยู่ลำพังคนเดียว จึงไม่มีผู้สัมผัสในครอบครัวเพิ่มเติม  

"เมื่อเจอผู้ป่วยรายหนึ่งจะมีการสำรวจ การสัมผัสคนรอบช้าง และจะถูกนำมาแยก และติดตามผล ผู้ป่วยรายนี้ ที่เป็นบุคคลากรทางการแพทย์ มีผู้ใกล้ชิด 24ราย ซึ่งการตรวจและติดตาม ไม่พบผิดปกติ แต่เราจะติดตาม 14วัน  และเมื่อเราสอบสวนข้อมูลเชิงลึก พบว่าผู้ป่วยรายใหม่ ไม่สวมใส่หน้ากากขณะปฎิบัติงาน สะท้อนว่าการป้องกันโรคติดเชื้อใน รพ.อาจไม่เข้มแข็ง  และนี่อาจเป็นการป้องกันรายบุคคลที่ไม่ดีพอ  สังเกตุได้จากอีก 24 คนไม่เป็นไร แต่คนนี้อาจได้รับเชื้อทางใดทางหนึ่ง จึงขอให้แพทย์ บุคคลากรทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงสูงระมัดระวังป้องกัน  โดยกระทรวงสาธารณสุข  ได้กำชับจะมีหนังสือสั่งการสถานพยาบาลรัฐเอกชน อบรมเข้ม จัดร่วมกัน ชมรมโรคติดเชื้่อโรงพยาบาลในประเทศไทย "

นพ.สุวรรณชียกล่าวอีกว่า การติดเชื้อของบุคคลากรทางการแพทย์ เกิดขึ้นแล้วกับประเทศจีน  จากรายงานคณะกรรมการสุขภาพจีน เมื่อวันที่ 14ก.พ. พบว่าตั้งแต่เริ่มต้นของการระบาดไวรันโคโรนา 19 จนถึงวันที่  11ก.พ. จีนมีบุคคลาแพทย์ 1,716 รายที่ติดเชื้อ คิดเป็น 3.8 %ของผู้ติดเชื้่อทั้งหมดของจีน และมีบุคคลากรแพทย์เสียชีวต 6ราย คิดเป็น 0.4 % ของผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตของจีน  ดังนั้น สธ.กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ ชมรมป้องกันผู้ติดเชื้อรพ.ในประเทศ จึง เน้นให้รพ.ดำเนินมาตรการป้องกันผู้ติดเชื้อจากผู้ป่วยอย่างเคร่งครัด และขอให้ลบุคคลากรทุกระดับ และทุกสถานพยาบาล ที่ดูแลป่วยไวรัสโคโรนา 19    ต้องจัดให้มีอุปกรณ์ดูแลตนเองที่เหมาะสม รวมถึงรพ.เองก็ต้องมีอุปกรณ์ และระบบป้องกันการติดเชื้อ ที่เหมาะสม และทบทวนระบบป้องกันอย่างสม่ำเสมอ สธ.จะมีการอบรมการป้องกันติดเชื้่ออีกครั้ง ในวันที่  17 ก.พ.โดยเน้นสถานพยาบาลที่มีสถานที่ท่องเที่ยว ให้ดำเนินการป้องกันอย่างเคร่งครัด  ตลอดจนสถานพยาบาลทุกระดับไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือเอกชน ก็ต้องดำเนินมาตรการเคร่งครัดด้วยเช่นกัน 

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศก์ และโฆษกของสธ. กล่าวว่า หลังจากพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ที่เป็นบุคคลากรทางการแพทย์ ทางสธ.จะมีการทำวีดีโอคอนเฟอร์เร้นซ์ประชุม แพทย์ และรพ.ต่างๆ ในวันจันทร์ที่  17 ก.พ.นี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่สุดของ บุคคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าการต่อสู้เชื้อโรคและ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจ การทำงาน ซึ่งขณะนี้เรามีกำลังคนทางการแพทย์ 2แสน ทั้งประเทศ ซึ่งมีตั้งแต่ระดับเวรเปลขึ้นไปที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันโรค และการยกระดับรับมือกับ ของสธ.ต้องทำงานล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือ ในการเปลี่ยนระยะของโรค  เพื่อที่เราจะได้ก้าวหน้ารับมือได้  ดังนั้น   ขณะนี้ ผู้บริหารระดับสูงของสธ.เห็นว่าการทำงานของบุคคลากรทางการแพทย์ เหมือนกองทัพต่อสู้เชื้อโรค จึงได้เสนอให้มีการตั้งงบฯกลางตอบแทนทางการแพทย์ บุคคลากรทางการแพทย์ ที่ปฎิบัติงานล่วงเวลาขณะนี้  เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจต่อไป 

นพ.สุวรรณชัย ยังรายงานความคืบหน้าผู้ป่วยหนัก 2ราย ที่นำพลาสมาของแท็กซี่ที่ติดเชื้อ และหายแล้ว ซึ่งถือว่ามีภูมิต้านทานโรคมาใช้กับ กับผู้ป่วยหนัก2รายดังกล่าวว่า จีนก็นำวิธีการนี้มาใช้ และอยู่ในกระบวนการรักษาไป ศึกษาไป   โดยผู้ป่วย 2รายนี้ เราได้ร่วมกับสภากาชาดไทย เอาพลาสมาคนที่หายแล้วไปรักษา พบว่าไม่ได้ทำให้อาการดีขึ้นชัดเจน  อาจจะมาจากเหตุผลว่า .พลาสมาที่นำมาใช้ยังไม่รู้ภูมิคุ้มกันอยู่มากน้อยแค่ไหน และการใช้พลาสมา ที่เคยติดเชื้อ ยังไม่เคยมีรายงานผลการรักษามาก่อน  แต่เพื่อประโยชน์สูงสุดผู้ป่วย  ขณะนี้ จึงได้นำเครื่องเอ็กโม่ หรือปอดเทียม มาใช้กับผู้ป่วยอาการหนัก   เพื่อให้ระดับออกซิเจนในเลือดสูงขึ้น และเพื่อให้ผู้ป่วยมีเวลาฟื้นตัวรักษาตัวเอง  ขณะเดียวกัน เราก็ไม่นิ่งนอนใจ ขณะนี้ได้มีการนำเข้ายาหลายตัวที่มีการขึ้นทะเบียนในต่างประเทศ แต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนบ้านเรา สั่งนำเข้ามาใช้รักษาผู้ป่วย ในรายที่มีอาการหนัก ยาจะมาถึงได้วันนี้  ยาดังกล่วเป็นกลุ่มต้านไวรัส  รักษา ฟลาวิราเวียร์ หรือเป็นยาที่ใช้การรักษาระดับที่สอง หลังจากใช้ยารักษาอาการระดับแรกแล้วไม่ได้ผล.


เฮ้อ..... เราจะต้องนับหัวคนป่วย-คนตายเป็น "ปฏิทินรายวัน" กันอีกนานมั้ยเนี่ย? พูดแล้วก็เหงาใจนัก! แต่ไม่น่ะ....

'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก
โควิด-๑๙ 'ภาคนรก-สวรรค์'