วิกฤตการณ์ซ้ำแผลซักฟอก “บิ๊กตู่” ฤาเรือเหล็ก…จะถึงคราวอับปาง?


เพิ่มเพื่อน    

 

ยังไม่ทันที่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเริ่มขึ้น 6 รัฐมนตรี ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และอีก 5 คน ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ยังไม่ทันได้ขึ้นเขียง

เนื่องด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจถูกกำหนดไว้ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ ระหว่างวันที่ 24-27 ก.พ.นี้

                ปัญหานานาสารพัดปะทุ ประเดประดังเข้าใส่รัฐบาลจนแทบตั้งตัวไม่ติด รัฐบาลประยุทธ์เผชิญกับสภาวะเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอย่างต่อเนื่อง “ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก”

เหตุร้ายทั้งหลายทั้งปวงที่ถาโถมเข้ามานั้น คล้ายกับเป็นการออกแขกโหมโรงในวันสุกดิบเพื่ออุ่นเครื่องก่อนการแสดงจริงจะเริ่มขึ้น

                เริ่มตั้งแต่ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่คุกรุ่นมาก่อนสิ้นปีจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่ารัฐบาลจะรับมืออย่างไร ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องที่ชาวบ้านโอดครวญมานานปียังไม่ได้รับการแก้ไข ปัญหาโรคระบาดไวรัสโคโรนาก็ซ้ำเติมเข้ามาอีก นักท่องเที่ยวลดฮวบ รายได้มหาศาลหายวับไปกับตา รัฐบาลถูกโจมตีว่าล่าช้าในการส่งเครื่องบินไปรับคนไทยที่เมืองอู่ฮั่นกลับประเทศ

การขายหน้ากากอนามัยชิ้นละ 2.50 บาท หลังจากถูกก่นด่าอย่างหนักก็เปลี่ยนมาเป็นการแจกฟรีคนละ 5 ชิ้น ควันหลงเรื่องเรือสำราญที่ผ่านเข้ามาในน่านน้ำไทย บางลำถูกรัฐบาลปฏิเสธไม่ให้แวะเข้าจอดเทียบท่า เพราะเกรงว่าผู้โดยสารบนเรือจะนำเชื้อไวรัสโคโรนามาเผยแพร่คนไทย แต่อีกหลายลำกลับยอมให้จอดเทียบท่าได้

                ปัญหา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ถูกกล่าวหาว่ารุกป่า รุกที่ ส.ป.ก. แต่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไม่รีบแจ้งความดำเนินคดี ฝ่ายการเมืองถูกเพ่งเล็งว่ากำลังหาทางปกป้องช่วยเหลือพรรคพวกเดียวกัน กฎหมายไม่เป็นกฎหมาย ทีชาวบ้านผิดนิดผิดหน่อยถูกจับติดคุก แต่พอเป็นนักการเมืองพวกเดียวกันกลับปกป้องช่วยเหลือ

                เช่นเดียวกับ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร พรรคเดียวกันถูกศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุก แต่ตำรวจไม่เร่งรัดจับกุมตัวมาขังคุก แต่ผู้บริหารพรรคกลับส่งลูกชายลงเลือกตั้งซ่อม

                ปัญหาการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลในการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ส่งผลให้การประกาศใช้กฎหมายงบประมาณต้องล่าช้าออกไป ไม่เพียงแต่กระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจเท่านั้น ยังกระทบต่อความศรัทธาของสภาผู้แทนฯ ฯลฯ กว่าจะผ่านมติเห็นชอบวาระ 2 และ 3 ไปได้ ก็หืดขึ้นคอ ปัญหาจ่าทหารคลั่งกราดยิง 30 ศพ และบาดเจ็บอีกกว่า 20 ราย ที่โคราช เป็นโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญไปทั่วโลก

พลันที่เสียงปืนสงบลง ขยะใต้พรมค่อยๆ ถูกเขี่ยออกมา ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจในค่ายทหาร การกดขี่เอารัดเอาเปรียบและความไม่เป็นธรรมที่ผู้บังคับบัญชากระทำกับลูกน้อง การใช้บ้านหลวงเป็นที่อยู่อาศัย ทั้งๆ ที่นายทหารได้เกษียณราชการไปแล้ว เป็นต้น

ล้วนเป็นประเด็นที่จะถูกขยี้ โดยเฉพาะประเด็นหลังสุดสะท้อนให้เห็นความเหลื่อมล้ำ และสังคมอุปถัมภ์เอื้อพวกพ้องของสังคมไทย ที่ทหารชั้นผู้ใหญ่มีอภิสิทธิ์ชนเหลือกว่าทหารชั้นผู้น้อยหรือหน่วยราชการอื่นๆ สวนทางกับที่ประชาชนต้องการเห็นการปฏิรูปกองทัพ

โดยเรื่องเหล่านี้ได้พุ่งตรงไปถึงผู้นำรัฐบาลและเครือข่าย คสช.ที่เป็นอดีตนายทหาร ที่บางส่วนยังปักหลักในค่ายทหารทั้งที่เกษียณอายุราชการไปนานแล้ว

แม้จะอ้างว่าทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศก็ตาม ซึ่งถือเป็นคำตอบนามธรรมฟังไม่ขึ้นเกินไป เพราะการทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติในสายตาของคน มาตรฐานการมองแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะจากคนรุ่นใหม่ ที่เติบโตทางการเมืองในยุครัฐประหาร อีกทั้งทุกอาชีพ หรือยศ ตำแหน่งต่างๆ ก็ล้วนทำประโยชน์ให้ส่วนรวมทั้งสิ้น  

สำหรับการออกมาแถลงแสดงความเสียใจของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก และประกาศจะสังคายนาเรื่องเน่าๆ ในกองทัพ แต่ก็มิได้ช่วยให้กระแสเรียกร้องกดดันจากหลายฝ่ายให้ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบเบาบางลงกลับผูกมัดตัวเองว่าจะทำได้จริงจังแค่ไหน

                พล.อ.ประยุทธ์โดนกระทบอย่างจัง เพราะเป็นอดีต ผบ.ทบ. เป็นอดีตหัวหน้า คสช. ปัจจุบันเป็นทั้งนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ต้องรับผิดชอบเต็มประตู ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่แสดงท่าทีอะไรออกมาให้เป็นที่ประจักษ์

                ในภาวะวิกฤตินั้น อาจเห็นวีรบุรุษเกิดขึ้น เรียกว่า “วิกฤติสร้างวีรบุรุษ” หากผู้นั้นได้แสดงออกให้เห็นถึงความกล้าหาญ ความเสียสละ

แต่สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น วิกฤติกลับซ้ำเติมให้ความเป็นผู้นำทรุดลงไปอีก!

เมื่อมาดูศึกซักฟอกที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 ยื่นไว้ คำบรรยายในญัตติ ฝ่ายค้านพุ่งเป้ามาที่ พล.อ.ประยุทธ์ นับแล้วมีความยาว 27 บรรทัดครึ่ง ขณะที่อีก 5 คนมีความยาวแค่ 4-7 บรรทัดเท่านั้น

                เนื้อหาที่จะนำมาซักฟอก พล.อ.ประยุทธ์ล้วนแต่หนักหนาสาหัส เช่น การสืบทอดอำนาจ ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ทุจริตฉ้อฉล เล่นพรรคเล่นพวก บริหารงานผิดพลาดล้มเหลว ขาดภาวะผู้นำ ไม่มีความรู้ความสามารถ ไร้จริยธรรม ฯลฯ

                เป็นศึกหนักในทางการเมืองของ “บิ๊กตู่” ซึ่งไม่เคยประสบมาก่อนในรอบ 6 ปี นับแต่ก่อรัฐประหารเมื่อปี 2557 เป็นต้นมา

                การยืนขึ้นพูดในญัตติซักฟอกของ พล.อ.ประยุทธ์ครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องตอบในประเด็นที่ถูกกล่าวหาด้วยตนเองและต้องมีเอกสารหลักฐาน และเหตุผลต่างๆ มาแสดงด้วยท่าทีที่ดี พูดจาโน้มน้าวใจให้ ส.ส.และประชาชนที่ฟังการถ่ายทอดเชื่อถือ ทำให้เห็นคล้อยตามว่าไม่ได้เป็นไปตามข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน

                 แน่นอนว่า ข้อกล่าวหาคงมีสารพัดที่ ส.ส.ฝ่ายค้านตั้งแต่ระดับหัวหน้ามาเรื่อยไปจนถึงขุนพลที่ดาหน้ายืนขึ้นถล่มโจมตีแม่ทัพ

พล.อ.ประยุทธ์จะตอบสั้นๆ ห้วนๆ เหมือนคราวชี้แจงเรื่องปมถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้าบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ หรือจะให้คนอื่นมาตอบแทนก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะฝ่ายค้านคงไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ เนื่องจากคนคนนั้นไม่ได้เป็นนายกฯ ไม่ได้เป็นหัวหน้า คสช.                             การใช้งาน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐบางคนที่ทำหน้าที่องครักษ์คอยประท้วง คอยขัดจังหวะเพื่อไม่ให้ฝ่ายค้านพูด หรือคอยพูดชี้แจงแก้ต่างแทน อาจเป็นดาบสองคมที่ซ้ำเติมหรือทำลาย พล.อ.ประยุทธ์ก็ได้ เพราะชาวบ้านอยากจะฟังว่า พล.อ.ประยุทธ์จะชี้แจงว่าอย่างไร

                ต้องไม่ลืมว่า มีการถ่ายทอดสดทั้งวิทยุและโทรทัศน์ และโลกโซเชียลก็จับจ้องอยู่จนตาไม่กะพริบ พร้อมจะกระจายข่าวสารไปอย่างแพร่หลายและรวดเร็ว

แม่ทัพเวลาออกศึกสงคราม ต้องแสดงความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ยืนบนลำแข้งของตัวเอง จะให้คนอื่นตอบแทนคงไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์นอตหลุดเมื่อไร หรือจำนนด้วยหลักฐาน ชี้แจงไม่กระจ่างชัด แม้คะแนนเสียงไม่ไว้วางใจจะไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส.ทั้งหมด แต่ถ้าหมดความชอบธรรม ถูกกระหน่ำไม่เลิกก็ไปไม่รอด

                เมื่อปี 2539 นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกฯ ถูกพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นฝ่ายค้านซักฟอกมาแล้ว สุดท้ายนายบรรหารซึ่งโดนถล่มยับเยินต้องยุบสภาฯ ทั้งๆ ที่ผลการโหวต รัฐบาลชนะฝ่ายค้าน

                พล.อ.ประยุทธ์เคยพูดไว้ว่าจะอยู่นาน แต่เรือเหล็กลำนี้ที่ตัวเองเป็นกัปตันก็ใช่ว่าจะคงทน ในบรรดาลูกเรือก็เห็นกันอยู่แล้วว่าส่วนหนึ่งขาดวินัย อีกส่วนหนึ่งหล่อเลี้ยงด้วยผลประโยชน์ ไม่ต่างไปจากลิงต้องกินกล้วยถึงจะมีเรี่ยวแรงขึ้นเก็บลูกมะพร้าวให้เจ้าของ ยิ่งสถานการณ์ขณะนี้ หลายเรื่องบีบคั้นรัฐบาลจนซวนเซ

เรือเหล็กที่โคลงเคลงอาจอับปางจมทะเลก็เป็นได้.

 


รู้แหละว่า "กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน" ช่วงนี้หนักหน่อยก็เห็นใจและซาบซึ้งแต่พลันที่ "นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน" ถือโอกาสออกมา ขอเดือนละ ๕,๐๐๐ เป็นเวลา ๖ เดือนให้พวกเขาบ้าง ......ขนลุก!

"เงินหมุนไป-ไหนล่ะงาน?"
ต่ำใต้ในหล้า"บทศึกษาไทย"
"ถอยเพื่อรุกในแนวรบโควิด"
ข่าวดี "ลุงยง" ถึงคนไทย
ประเทศไทย 'ยังไงๆ ต้องรอด'
เคอร์ฟิว "เซฟก่อนตายจริงๆ"