‘พปชร.’โวลั่น! ชนะเลือกซ่อม ทิ้งพท.เป็นทุ่ง


เพิ่มเพื่อน    

  โค้งสุดท้ายเลือกตั้งซ่อมเขต 2 กำแพงเพชร "สนธิรัตน์" นำทีมพลังประชารัฐขอเสียงประชาชน โว "เพชรภูมิ" จะทิ้งห่างคู่แข่งกว่า 16,000 เสียง ส่วน "สมพงษ์-สุดารัตน์" นำทีมเพื่อไทยให้ชาวบ้าน "กาเปลี่ยนชีวิต" "เจ๊หน่อย" โจมตีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรผู้สูงอายุ ไร้ประสิทธิภาพ

    เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่จังหวัดกำแพงเพชร นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และ รมว.พลังงาน พร้อมแกนนำพรรค เช่น นายวราเทพ รัตนากร แกนนำพรรคกลุ่มภาคเหนือตอนล่าง อดีต ส.ส.และรัฐมนตรีหลายสมัย, ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.เขต 1 จังหวัดสุโขทัย และนายสมบัติ อำนาคะ ส.ส.เขต 2 จังหวัดสระบุรี ร่วมเดินทางลงพื้นที่ช่วยนายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ผู้สมัครเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐเบอร์ 1 บุตรชายพ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต ส.ส.หลายสมัย หาเสียงเลือกตั้งซ่อมเขต 2 จ.กำแพงเพชร บริเวณตลาดสดเทศบาลพรานกระต่าย
         โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก นายสนธิรัตน์, นายวราเทพ และทีมงาน ต่างกระจายเดินโดยรอบพื้นที่ตลาดเพื่อแนะนำตัวนายเพชรภูมิ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม และนำเสนอนโยบายพรรคเพื่อให้ประชาชนพิจารณาลงคะแนนให้ โดยมุ่งหวังให้พลังประชารัฐจะมี ส.ส.ในสภาจำนวนมาก เพื่อไปผลักดันนโยบายต่อไป ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดและประชาชนที่สัญจรไปมา เนื่องจากนายเพชรภูมินับเป็นคนรุ่นใหม่มีความมุ่งมั่นในการทำงาน 
    นอกจากนี้ ทีมแกนนำพรรคพลังประชารัฐนำโดยนายสนธิรัตน์ยังขึ้นรถปราศรัยหาเสียงโดยรอบบริเวณใช่ช่วงเช้า ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะมีทีมพรรคพลังประชารัฐจัดเวทีปราศรัยย่อยอีก 5 จุด โดยแบ่งเป็น อ.ลานกระบือ 3 จุด และ อ.พรานกระต่าย 2 จุด
         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำพรรคพลังประชารัฐนำโดยนายสนธิรัตน์ ต่างมีความมั่นใจว่านายเพชรภูมิจะชนะการเลือกตั้งซ่อม เนื่องจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.62 พ.ต.ท.ไวพจน์ อดีตผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนน 34,000 เสียง มากกว่าพรรคเพื่อไทยอันดับสองที่ได้คะแนน 18,000 เสียง ซึ่งทิ้งห่างกว่า 16,000 เสียง
     ที่วัดแก้วสุริย์ฉาย อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย, นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ นำนายกัมพล ปัญกุล ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียง ขอคะแนนจากพี่น้องประชาชนชาวกำแพงเพชร ในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 2 จังหวัดกำแพงเพชร
         นายสมพงษ์และคุณหญิงสุดารัตน์ได้เดินขอคะแนนภายในตลาดวัดแก้วสุริย์ฉาย ซึ่งระหว่างการหาเสียงได้สอบถามถึงปัญหาการค้าขายและเศรษฐกิจปากท้อง ซึ่งพบว่าการค้าขายเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากผู้ซื้อมีกำลังในการจับจ่ายน้อยลง คุณหญิงสุดารัตน์รวมถึงนายสมพงษ์จึงได้กล่าวให้กำลังใจในการต่อสู้กับปัญหาเศรษฐกิจที่หนักหน่วงมากขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา
         ขณะเดียวกัน ได้ตั้งคำถามไปยังพี่น้องประชาชนว่า ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา กินดีอยู่ดี มีความสุข นอนหลับสบายดีหรือไม่ ถ้าคิดว่า ตลอด 6 ปีมีความสุขดี และยังสามารถอยู่ต่อไปได้ ก็เป็นสิทธิ์ที่พี่น้องจะเลือกผู้สมัครแบบเดิม แต่หากพี่น้องเห็นว่าวันนี้ต้องมีการเปลี่ยนแปลง หลากหลายนโยบายต้องได้รับการผลักดันให้เห็นเป็นรูปธรรม ขอให้ช่วยเลือกผู้สมัครหมายเลข 3 จากพรรคเพื่อไทย เข้าไปติดตามสิ่งที่ผู้มีอำนาจได้ให้คำมั่นสัญญากับประชาชนไว้แต่ไม่สามารถทำได้
         "ขอให้พี่น้องประชาชนกาเปลี่ยนชีวิต เข้าไปเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ เอาคนคุณภาพเข้าไปตรวจสอบรัฐบาล เข้าไปเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชน" คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
         นายสมพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่า หลังเริ่มรณรงค์หาเสียงมาประมาณ 2 สัปดาห์ กระแสตอบรับที่มีให้พรรคเพื่อไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม มั่นใจในศักยภาพของผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยว่าไม่เป็นรองผู้สมัครของพรรคอื่นๆ แต่ห่วงเรื่องการทำงานทางการเมือง ที่เจ้าของพื้นที่เดิมได้ย้ายไปอยู่กับพรรคของผู้มีอำนาจ การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาจึงทำให้พรรคเพื่อไทยไม่สามารถเตรียมคนได้ทัน แต่การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เพื่อไทยได้หารือและคัดเลือกผู้สมัครจนได้บุคลากรที่มีคุณภาพ ทำให้เชื่อมั่นว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในการเลือกตั้งครั้งนี้
         ด้านคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า กระแสตอบรับของพรรคเพื่อไทยดีขึ้น เพราะประชาชนรู้สึกถึงความลำบาก ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ พรรครัฐบาลได้สัญญาไว้ในตอนหาเสียง ทั้งราคาข้าว ราคาอ้อย ไม่ได้เป็นไปตามความต้องการของประชาชน
     เธอบอกว่า ราคาสินค้าเกษตรเหล่านี้ไม่สามารถทำได้ตามคำมั่นสัญญา เมื่อราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การค้าขายจึงเงียบไปทั้งตลาด เศรษฐกิจแย่ทั้งจังหวัด ทั้งต้องเจอกับสถานการณ์ภัยแล้งเพิ่มเติมอีก น้ำกินน้ำใช้ ก็เริ่มประสบปัญหา ขาดการเหลียวแลขาดการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน รวมทั้งนโยบายที่เคยสัญญาว่าจะมาช่วยชาวบ้าน โดยเฉพาะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรผู้สูงอายุ ก็ไม่มีประสิทธิภาพ ชาวบ้านจึงอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เขารู้ว่าถ้าให้คนเดิม พรรคเดิม เศรษฐกิจก็จะแย่แบบนี้ ความเป็นอยู่ของเขาก็จะถูกทอดทิ้งแบบนี้ เขาจึงอยากเห็นคนของพรรคเพื่อไทยเข้าไปทำหน้าที่ อย่างน้อยเพื่อทวงสัญญาและสิ่งที่ประชาชนควรได้รับการดูแลแก้ไข
         "ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยมีประสบการณ์ทำงานท้องถิ่นมาถึง 17 ปี จึงมองเห็นปัญหาและคลุกคลีกับการแก้ไขปัญหาภัยแล้งมีหลายนโยบาย แก้ไขปัญหาในอดีตเมื่อครั้งรับตำแหน่งการเมืองท้องถิ่น ประชาชนจึงอยากได้คนที่รู้ปัญหา มีประสบการณ์เข้าไปแก้ไข ดังนั้นคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทยจึงดีขึ้นตามลำดับ แม้จะไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ แต่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะประชาชนรู้สึกเบื่อหน่าย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พรรคเพื่อไทยกังวลคือ การใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน ซึ่งตรงกับคำบอกเล่าของประชาชนในพื้นที่ว่ามีการใช้อำนาจเงินอำนาจรัฐอย่างไม่เกรงกลัว จึงฝากถึงคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ลงมาตรวจสอบ" คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว 
         ขณะที่นายกัมพลระบุว่า มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นทุกวัน เพราะรู้และเข้าใจปัญหา โดยยอมรับว่ามีความกังวลว่าบางพรรคการเมืองจะใช้กลไกของภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ แต่เมื่อประชาชนเข้าใจถึงสถานการณ์เหล่านี้ กลับมาเห็นใจเรามากขึ้น เช่น การถูกทำลายป้ายหาเสียง
         "ประชาชนเห็นยิ่งเห็นใจยิ่งสงสารเรา คิดว่าไม่กังวล จึงขอฝากพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งช่วยเป็นหูเป็นตา รักผม รักพรรคเพื่อไทย ช่วยเป็นหูเป็นตาในสิ่งที่บางพรรคได้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งบอกมาทางผู้นำของท่านหรือมาบอกกับผมโดยตรง" นายกัมพลกล่าว
         ทั้งนี้ ระหว่างการหาเสียง ขบวนหาเสียงของพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐได้เจอกันกลางตลาด นายวราเทพ รัตนากร แกนนำจังหวัดกำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเดินสายช่วย นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐหาเสียง เข้ามาทักทายและพูดคุยกับนายสมพงษ์และคุณหญิงสุดารัตน์ จากนั้นทั้งสองพรรคจึงได้แยกย้ายกันไปหาเสียงต่อ.


วิบากกรรม...."หมอเหวง" เพิ่งฝ่าสายฝนออกจากคุก ได้ ๒ วัน วานนี้กระเตง "ป้าธิดา" ไปเป็นเพื่อน ขึ้นศาลสืบพยานคดีชุมนุมปี ๒๕๕๒ สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ๑๑ ปีแล้วซินะ ยังวนเวียนอยู่กับคุก 

ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'
'วาทะนายกฯ ที่ต้องบันทึก'
'มึงเขียน-กูล้ม' ไม่เชื่อลอง!
'ธนาธร-ปิยบุตร' ออกศึก