กฎหมู่ทางวิชาการ


เพิ่มเพื่อน    

                ดูท่าประเทศกำลังตกอยู่ภายใต้กฎหมู่

                ก็ไม่รู้จะมีกฎหมายเอาไว้ทำไม

                บรรดานักวิชาการ นักกิจกรรม นักแสดง ที่ร่วมลงชื่อกับ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ รณรงค์คัดค้านการยุบพรรคอนาคตใหม่ มองกฎหมายเป็นอะไร

                ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงไม่ร่วมลงชื่อคัดค้านการยุบพรรคไทยรักษาชาติด้วยเล่า

                หรือเพราะถูกจริตกับพรรคอนาคตใหม่ มากกว่าพรรคไทยรักษาชาติ

                ปากตะโกนปาวๆ ไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรค ไม่ว่าพรรคไหน แล้วทำไมถึงปกป้องอย่างเป็นรูปธรรมเอาเฉพาะกับพรรคอนาคตใหม่

                กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับปัจจุบัน ประกาศใช้เมื่อปี พ.ศ.๒๕๖๐

                พรรคอนาคตใหม่ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๑

                ใครก็ตามที่เอาแต่โจมตีว่า กฎหมายพรรคการเมืองฉบับปัจจุบันมีขึ้นเพื่อเล่นงานพรรคอนาคตใหม่ ก็ควรกลับไปศึกษาหาข้อมูลกันใหม่

                ฉะนั้นอย่าหลงประเด็น

                คดีเงินกู้ ๑๙๑ ล้านบาท ถ้า "ธนาธร-ช่อ" ไม่พูด ก็ไม่มีใครรู้ และ กกต.อาจตรวจสอบไม่เจอ

                แต่เมื่อทั้งคู่พูด และพูดในประเด็นที่สุ่มเสี่ยงว่าพรรคอนาคตใหม่ทำผิดกฎหมาย จึงกลายเป็นคดีขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญ

                ผลที่สุดของคดีอาจยุบหรือไม่ยุบพรรคอนาคตใหม่ก็ได้

                หรือไม่ยุบ แต่ ๑๕ กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ๑๐ ปี

                หรือไม่มีความผิดใดๆ เลย

                ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาอย่างไรก็จบแบบนั้น

                แต่...พรรคอนาคตใหม่ และบรรดาฟ้าชรายันฟ้าวานซืน ดูร้อนใจจนล้ำเส้น กดดันศาลรัฐธรรมนูญทุกครั้งที่มีการตัดสินคดีของพรรคอนาคตใหม่

                ราวกับว่า พรรคอนาคตใหม่คือผู้ถูกต้อง ไม่เคยทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น

                ย้ำกันอีกทีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐ มาตรา ๖๒  บัญญัติเอาไว้ชัดเจนว่า พรรคการเมืองอาจมีรายได้ ดังต่อไปนี้

                (๑) เงินทุนประเดิมตามมาตรา ๙ วรรคสอง

                (๒) เงินค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคการเมืองตามที่กำหนดในข้อบังคับ

                (๓) เงินที่ได้จากการจำหน่ายสินค้าหรือบริการของพรรคการเมือง

                (๔) เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมือง

                (๕) เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการรับบริจาค

                (๖) เงินอุดหนุนจากกองทุน

                (๗) ดอกผลและรายได้ที่เกิดจากเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดของพรรคการเมือง

                ล้อมาจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๕๓ ที่บัญญัติว่าพรรคการเมืองอาจมีรายได้ดังต่อไปนี้

                (๑) เงินค่าธรรมเนียมและค่าบํารุงพรรคการเมืองตามที่กําหนดในข้อบังคับพรรคการเมือง

                (๒) เงินที่ได้จากการจําหน่ายสินค้าหรือบริการของพรรคการเมือง

                (๓) เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดอันอาจคํานวณเป็นเงินได้ ที่ได้จากการจัดกิจกรรม

หาทุนของพรรคการเมือง

                (๔) เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดอันอาจคํานวณเป็นเงินได้ ที่ได้จากการบริจาคแก่พรรคการเมือง

                (๕) เงินอุดหนุนจากกองทุน

                (๖) ดอกผลของเงินและรายได้จากทรัพย์สินของพรรคการเมือง

                (๗) รายได้อื่น

                ความต่างของกฎหมาย ๒ ฉบับนี้คือ "รายได้อื่น"

                สาเหตุกฎหมายปี ๒๕๖๐ ตัดออก เพราะไม่ต้องการให้พรรคการเมืองใช้เป็นช่องทางกู้เงินเพื่อมาใช้จ่ายในการเลือกตั้ง

                เจตนารมณ์หลักของกฎหมายมีอยู่เท่านี้ เลิกเถียงเสียทีว่าเงินกู้ไม่ใช่รายได้

                อย่าลืมว่าการเมืองไทยตกอยู่ในการครอบงำของกลุ่มทุนมานาน กฎหมายพยายามแยกกลุ่มทุนออกจากการเมือง พยายามกำหนดวงเงินบริจาคเพื่อไม่ให้พรรคการเมืองตกอยู่ใต้อิทธิพลของกลุ่มทุน

                วันนี้พรรคอนาคตใหม่ยังใช้ตึกไทยซัมมิทของ "ธนาธร" เป็นที่ทำการพรรค เหมือนที่ "ทักษิณ" ใช้ตึกที่ตระกูลชินวัตรเป็นเจ้าของเป็นที่ทำพรรคเพื่อไทย

                หนำซ้ำยังมีพนักงานของบริษัทไทยซัมมิทเข้าไปยุ่มย่ามในกิจกรรมของพรรคอนาคตใหม่ จนมีเสียงโวยวายจากอดีตคนของพรรคอนาคตใหม่

                ฉะนั้นอย่าสักแต่ร่วมลงชื่อห้ามยุบพรรคอนาคตใหม่ ต้องกลับไปตีความคำว่า "ครอบงำ" ให้แตก ดูพฤติการณ์ให้ออก

                ไม่เช่นนั้นอาจซ้ำรอย "อัศวินควายดำ-นารีขี่ม้าขาว" ที่สุดท้าย โคตรโกง!

                เจ็บแล้วจำเสียบ้าง.

 


รู้แหละว่า "กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน" ช่วงนี้หนักหน่อยก็เห็นใจและซาบซึ้งแต่พลันที่ "นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน" ถือโอกาสออกมา ขอเดือนละ ๕,๐๐๐ เป็นเวลา ๖ เดือนให้พวกเขาบ้าง ......ขนลุก!

"เงินหมุนไป-ไหนล่ะงาน?"
ต่ำใต้ในหล้า"บทศึกษาไทย"
"ถอยเพื่อรุกในแนวรบโควิด"
ข่าวดี "ลุงยง" ถึงคนไทย
ประเทศไทย 'ยังไงๆ ต้องรอด'
เคอร์ฟิว "เซฟก่อนตายจริงๆ"