'แก้วสรร' ออกบทความด่วน! ยุบ 'พรรคอนาคตใหม่' ? และการรำพึงแบบลอยๆของเหล่า 'เซเลบ' คัดค้านยุบพรรค


เพิ่มเพื่อน    

17 ก.พ.63 - นายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความ  เรื่อง   ยุบ "อนาคตใหม่" ? : ความเป็นไปได้ทางกฎหมาย ผ่าน www.thaipost.net  โดยมีเนื้อหาดังนี้

ถาม    คดีที่พรรคอนาคตใหม่กู้เงินหัวหน้าพรรค ๑๙๑ ล้าน   แล้วถูก กกต.ร้องศาลรัฐธรรมนูญ  ให้สั่งยุบพรรคนั้น  ต้องผ่านด่านกฎหมายอะไรบ้างครับ
ตอบ    มีสามประเด็นครับ ประเด็นแรกคือ พรรคการเมืองกู้เงินได้หรือไม่ ? เพราะมีความเห็นฝ่ายหนึ่งยืนยันว่า  เงินได้ของพรรคตามที่กฎหมายพรรคการเมือง ม.๖๒ กำหนดจำกัดไว้นั้น ไม่มีเงินกู้อยู่เลย  มีแต่ระบุว่าต้องเป็นเงินอุดหนุนของรัฐ หรือเงินค่าสมาชิก หรือเงินบริจาค เท่านั้น  แล้วพรรคการเมืองจะมากู้เงินได้อย่างไร?

ถาม    แล้วในทางกฎหมาย “เงินกู้”ถือเป็น “เงินได้” หรือครับ
ตอบ    นี่คือประเด็นที่ศาลต้องตัดสิน  ผมเองเห็นว่า “เงินได้” คือเงินที่พรรคได้จากสถานภาพที่เป็นพรรคการเมือง  โดยวัตถุประสงค์ที่เป็นพรรคจึงไม่อาจไปทำมาค้าขายเกิดรายได้ขึ้นมาได้  กฎหมายเราจึงจำกัดที่มารายได้เขาไว้อย่างนี้   

ปัญหามีอยู่ว่า ถ้าพรรคใดเดือดร้อนไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าตึกที่ทำการพรรค   อย่างนี้เราจะให้เขากู้เงินมาใช้ค่าเช่าได้ไหม ตรงนี้ก็มีความเห็นอีกด้านหนึ่งยืนยันขึ้นมาว่าจะไปห้ามความสามารถทำนิติกรรมของพรรคการเมืองไม่ได้  ที่ผ่านมาก็เห็นกู้เงินกันได้เยอะแยะไปไม่ใช่หรือ     นี่คือประเด็นแรกที่ศาลต้องวินิจฉัยก่อน

ถาม    แล้วประเด็นที่สองคืออะไรครับ
ตอบ    คือประเด็นที่ศาลต้องตัดสินว่า  การที่พรรคการเมืองกู้เงินจากนายทุนได้ ๑๙๑ ล้านบาท  ในอัตราดอกเบี้ยต่ำและไม่มีหลักประกันเช่นนี้    ถือเป็นการรับประโยชน์โดยมิชอบ เพราะเกิน ๑๐ ล้านบาท ตามที่มาตรา ๖๖ ได้ห้ามไว้หรือไม่

ถาม    มาตรา ๖๖ เขาบัญญัติห้ามเฉพาะรับบริจาคเกิน ๑๐ ล้านบาทเท่านั้นมิใช่หรือ
ตอบ    ไม่ใช่ครับ...กฎหมายบัญญัติห้ามถึงการรับประโยชน์อื่นใด ในลักษณะที่เป็นการบริจาคด้วย    ศาลรัฐธรรมนูญจึงต้องตัดสินตรงนี้ว่า  การที่คุณธนาธรให้พรรคกู้เงินถึง ๑๙๑ ล้าน ระยะยาว ดอกเบี้ยต่ำ ไม่ต้องมีหลักประกันเลยเช่นนี้  ถือเป็นการให้บริจาคทรัพย์สินหรือไม่  และมีมูลค่าเกิน ๑๐ ล้านบาทหรือไม่?

ถาม    ถ้าในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า  เป็นการบริจาคเกิน ๑๐ ล้านบาท   พรรคอนาคตใหม่ก็ต้องถูกยุบไปเลยสิครับ แอ่น..แอ๊นๆๆๆ
ตอบ    ยัง..ยัง..ยังไม่ถึงที่สุดครับ    มันยังเหลือประเด็นสุดท้ายว่า  การกระทำอันต้องห้ามที่รับบริจาคเป็นประโยชน์ก้อนใหญ่อย่างนี้ จะจัดการลงโทษด้วยมาตรการทางกฎหมายเช่นใดได้บ้าง ตรงจุดนี้พรรคอนาคตใหม่ มีโอกาสพลิกล๊อคชนะคดีได้มากทีเดียว

ถาม    อ้าว...จะชนะได้อย่างไรครับถ้าชัดแล้วว่าพรรคนี้กระทำผิด รับบริจาคเกิน ๑๐ ล้าน บาทไปแล้ว
ตอบ    ข้อห้ามรับเงินบริจาคก้อนใหญ่ๆนั้น มาตรา ๖๖  ห้ามไว้ก่อน แล้วก็มีมาตรา ๑๒๕บัญญัติตามมาให้ลงโทษอาญาปรับพรรคนั้น ๑ ล้าน เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการทั้งหมด  พร้อมทั้งริบเงินบริจาคนั้นด้วย

ถ้านี่คือเส้นทางเดียวที่ต้องเดิน   กกต.ก็ต้องไปแจ้งความกับตำรวจ ให้ดำเนินคดีอาญากับธนาธรและพวก  และในที่สุดคดีนี้ก็ต้องไปศาลยุติธรรม ๓ ชั้นศาล  ไม่ใช่ไปศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้ยุบพรรค

ถาม    ถ้าเป็นอย่างนี้ศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องยกคำร้อง กกต.  ให้ กกต.กลับไปแจ้งความตำรวจเอาเอง จะมาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไม่ได้
ตอบ    เป็นเช่นนั้นครับ

ถาม    แล้ว กกต.อ้างกฎหมายอะไรมาเสนอให้ยุบพรรคเขาอย่างนี้
ตอบ    มันมีมาตรา ๗๒ ใน พรบ.พรรคการเมือง  ระบุห้ามมิให้พรรค“รับเงินบริจาคที่รู้หรือควรรู้ว่าได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ” แล้ว มาตรา ๙๒ ก็รับลูกไปบัญญัติให้ยุบพรรคได้  มาตรา ๗๒ นี้ เดิมทีเข้าใจกันมาว่า    ใช้ห้ามมิให้พรรคการเมืองยอมตนรับฟอกเงินให้มาเฟีย   คือเงินที่รับเป็นเงินที่ “คนให้ได้มาโดยมิชอบ”

แต่มาในคดีอนาคตใหม่นี้ กกต.กลับตึความว่า หมายถึงกรณีที่เงินมีที่มาถูกต้องแต่ “คนรับ รับโดยมิชอบ”  เพราะเป็นพรรคการเมืองจะรับเงินบริจาคเกิน ๑๐ ล้านบาทไม่ได้   เมื่อตีความอย่างนี้ กกต. ก็เลยพาคดีนี้มาศาลรัฐธรรมนูญแทนที่จะไปโรงพัก

ถาม    ฟังดูแล้ว เป็นปัญหาตีความทั้งนั้น ทั้งสามเรื่องเลย ทั้ง

- “ เงินกู้คือเงินได้หรือไม่ ?”

- “ให้กู้ก้อนใหญ่ดอกเบี้ยต่ำไม่มีหลักประกัน เป็นเงินบริจาค? หรือไม่”

- “ ใครคือผู้ได้เงินมาโดยมิชอบ ตามมาตรา ๗๒ หมายถึง คนให้ หรือคนรับ ”

แล้วอย่างนี้...จะตัดสินกันอย่างไรก็ได้ อย่างนั้นหรือครับ

ตอบ    การตีความกฎหมาย ต้องดูทั้งความตามตัวอักษร ทั้งความตามเจตนารมณ์ และผลที่จะเกิดในความเป็นจริงประกอบกันทั้งสามประการว่า เหตุผลที่ฟังได้ที่สุดนั้นอยู่ตรงไหน   ตรงนี้เป็นอำนาจเด็ดขาดของศาลครับ   เราได้แต่คาดการณ์ และวิจารณ์ในภายหลังเท่านั้น

ถาม    อาจารย์คาดว่าน้ำหนักเหตุผลจะอยู่ตรงไหนครับ
ตอบ    การฝ่าฝืนรับบริจาคเกิน ๑๐ ล้านตามมาตรา ๖๖ มันเป็นความผิดทางการเงิน กฎหมายกำหนดโทษให้ปรับพรรค ๑ ล้าน และริบเงินบริจาค กับตัดสิทธิเลือกตั้งของกรรมการ กกต.เอามาขอศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ตามม. ๗๒ และ ๙๒ ได้ลำบาก  

มาตรา ๗๒ นั้น มันตกเป็นพรรคที่อันตรายต่อสังคมเพราะยอมฟอกเงินที่ผิดกฎหมาย  เลวยังงี้ถึงจะยุบได้  แถมผู้เกี่ยวข้องต้องโทษถึงติดคุก ๓ ปีด้วย แต่ในคดีอนาคตใหม่นี้  มันไม่ใช่การฟอกเงินผิดกฎหมาย  แต่เป็นเงินที่คุณธนาธรเขาได้มาโดยชอบ    จะเอาไปเป็นเหตุยุบพรรคได้ยาก มันผิดเจตนารมณ์ของกฎหมาย ได้แต่ลงโทษปรับพรรค ๑ ล้านบาทและตัดสิทธิกรรมการเท่านั้น

ถาม    ไปคดีอาญา ฟ้องให้ศาลอาญาปรับพรรคอนาคตใหม่ ตัดสิทฺธิคุณธนาธรและพวกที่รับเงินกู้จากคุณธนาธร อย่างนั้นหรือ? มันตลกไหมครับ
ตอบ    เราลงโทษผู้บริหารพรรค ที่ยอมรับประโยชน์เป็นทาสน้ำเงินของนายทุน แล้วบังอาจมาเสนอตัวรับใช้ประชาชนโดยอ้างว่าเป็นอิสระจากผลประโยชน์ใดๆ  นี่คือข้อห้ามทางกฎหมาย  

จริงๆแล้วพรรคอนาคตใหม่จะตกเป็นทาสธุรกิจยานยนตร์ของธนาธรหรือไม่  เราไม่ทราบ แต่ข้อนี้เป็นวินัยพรรคการเมืองที่เรากำหนดไว้  ผิดวินัยก็ต้องจัดการ ไม่ต่างจากพระภิกษุที่ฝ่าฝืนวินัย แรมคืนอยู่ห้องเดียวกับสีกา  เปิดประตูกุฏิมาเจออย่างนี้จะมีอะไรกันหรือไม่ก็ไม่สำคัญเลย   คณะสงฆ์ลงโทษได้แล้ว

ถาม    แล้ว พรรคอนาคตใหม่จะเป็นประชาธิปไตยในพรรคได้อย่างไรครับ  ในเมื่อกู้เงินหัวหน้าพรรคถึง ๑๙๑ ล้านบาท   พรรคที่เป็นเผด็จการลึกในไขข้ออย่างนี้ กฎหมายยุบไม่ได้หรือครับ
ตอบ    ไม่ได้ครับ...ประชาชนต้องดูพฤติการณ์จริงเป็นเรื่องๆ ต่อไปครับ ว่า       สส.อนาคตใหม่เป็นวัวควายในคอกธนาธรหรือไม่  แล้วก็พิจารณายุบด้วยน้ำมือของประชาชนเอง

ถาม    เมื่อปัญหาในคดีเป็นปัญหาตีความทางกฎหมายทั้งหมดอย่างนี้  แล้วบรรดานักวิชาการและผู้นำภาคประชาสังคมทั้งหลายเขาออกมาคัดค้านการตีความของศาลรัฐธรรมนูญกันทำไม...เขารู้หรือครับว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตีความอย่างไร
ตอบ    เขาไม่สนใจหรอกครับว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะตีความอย่างไร ก็เชิญว่ากันไป แต่เขาอ้างว่าเขาโผล่มาเพราะไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคการเมืองเป็นสำคัญ

ถาม    แล้วก่อนหน้านี้ทำไมไม่ค้าน  กลับมาค้านตอนศาลกำลังจะตัดสินคดีอนาคตใหม่กู้เงินคดีนี้   สามอาทิตย์ก่อน ตอนคดีอิลลูมินาติที่มีผู้ร้องให้ยุบพรรคอนาคตใหม่นั้น ทำไมไม่โผล่มาค้านในคดีนั้นด้วย  คดีนั้นศาลท่านก็ยกฟ้องไปแล้ว แล้วทำไมมาค้านคดีนี้อีกโดยอ้างลอยๆกันว่า...   

"ประเทศไทยต้องไปข้างหน้า การเมืองต้องเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่าย... เลิกคิดเสียทีว่า การยุบพรรคการเมืองหรือตัดสิทธิ์ทางการเมืองของคนที่คิดไม่เหมือนเราจะนำไปสู่ความสงบในสังคม”

อ้างอย่างนี้คือการอ้างว่า    ศาลตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของผู้มีอำนาจนั่นเองถ้าศาลเป็นอย่างนี้จริง   แล้วทำไมพิพากษายกฟ้องตัดสินไม่ยุบอนาคตใหม่ในคดีอิลลูมานาตินั่นล่ะครับ ตกลง..ศาลไทยคือสถาบันที่ต้องถูกพวกคุณตีปลาหน้าไซได้ฟรีๆอย่างนี้ทุกคดี ทุกครั้งเลยหรือ นี่เห็นพรรคพวกตัวเองขึ้นศาลแล้วยอมไม่ได้เลยใช่ไหม
ตอบ    เขาก็ว่า...เขารำพึงให้คุณฟังลอยๆเท่านั้นว่า เขาไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคเพื่อปิดปากทางการเมือง   

ถาม    แล้วถ้ายุบเพราะทำผิดกฎหมายจริงๆล่ะครับ จะยอมรับไหม
ตอบ    คุณไปถามเขาเองให้ชัดเจนดีกว่า ว่า ในสมองของเขามีการอยู่ร่วมกันด้วยกฎหมายด้วยความถูก-ผิดหรือไม่  หรือมีแต่สังคมไทยที่แสนจะน่าเกลียดน่าชังสำหรับพวกเขาเท่านั้นใช่ไหม.     
 


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"