'นายพลส้มหวาน' พักบ้านหลวง  บูมเมอแรงย้อนปฏิรูปกองทัพ!


เพิ่มเพื่อน    

      ภารกิจเปิดหน้าชกกองทัพของพรรคอนาคตใหม่ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง มากบ้างน้อยบ้าง ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม หลังก่อนหน้านี้ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" เดินหน้าสาวไส้กองทัพอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปมทหารรับใช้ ยาวไปจนถึงปมสารพัดสัมปทานของกองทัพบก ก่อนจะค่อยๆ ซาลงไปหลังมีประเด็นร้อนเรื่องอื่นๆ เกิดขึ้นมาเป็นวัฏจักร

                อย่างไรก็ตาม ภายหลังเหตุกราดยิงสะเทือนขวัญ ที่ จ.นครราชสีมา อันมีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ไม่สามารถตกลงเรื่องค่านายหน้าที่ดินที่ยังได้คืนไม่ครบ สืบเนื่องจาก “โครงการบ้านสวัสดิการกองทัพบก” ที่มีแม่ยายของนายทหาร ผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิตชุดแรกเป็นผู้จัดทำโครงการ ก่อนจะเลยเถิดจนกลายเป็นโศกนาฏกรรม

                ก่อนที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชการทหารบก ต้องออกมาแอ่นอกรับผิดชอบ พร้อมน้ำตาลูกผู้ชาย นอกจากนี้ผลของเหตุการณ์ดังกล่าวยังนำไปสู่การประกาศ ล้างบาง ธุรกิจสีเทาในค่ายทหาร ที่เป็นที่รู้กันว่ายังมีอีกหลายประเด็น แต่ก็ยังไม่เคยถูกยกมาเป็นประเด็นที่ต้องนำมาพูดกันจริงจังเสียที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลทหารรับใช้ มาตรการดูแลคลังอาวุธ เงินนอกงบประมาณ และอีกสารพัดเรื่อง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางการสังคายนา “กองทัพ” ครั้งยิ่งใหญ่ ที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็น “มหากาพย์” เลยทีเดียว

                และหนึ่งในเรื่องที่กองทัพถูกโจมตีมาโดยตลอดคือ ปม “บ้านหลวง” ที่ “บรรดานายพลเกษียณ” แล้วทั้งหลาย บางส่วนยังคงทำตัวเป็น “เจ้าที่” แม้จะหมดอายุขัยในระบบราชการแล้ว แต่ก็ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านหลวงต่อไป ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีอำนาจในกองทัพ จนไปถึงวันที่ดาวล้นบ่าไปหมดก็ยังไม่ยอมย้ายออก

                แน่นอนว่ากรณีดังกล่าวก็ไม่รอดสันดอน ที่จะถูกพรรคอนาคตใหม่นำมาตั้งเป็นประเด็นหลักที่หวังจะเล่นงานกองทัพ แต่สุดท้ายคดีกลับพลิกยิ่งกว่าดูรายการ “จ้อจี้” เมื่อ พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ 1 ใน 16 กรรมการบริหารพรรค ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการชูประเด็นเรื่องการปฏิรูปกองทัพ โดยเฉพาะเรื่อง “พ.ร.บ.เกณฑ์ทหาร”

                ซึ่งเจ้าตัวดัน “โป๊ะแตก” กลางรายการทีวีช่องหนึ่งว่า ทุกวันนี้ก็ยังคงอยู่อาศัยในบ้านหลวง แม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว และมีแผนว่าจะขอผ่อนผันออกไปอีก 1 ปี กลายเป็นเรื่องโอละพ่อในที่สุด

                สืบเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว “เสธ.โหน่ง” โดนโลกโซเชียลรุมถล่มเสียเละ ว่าปากบอกว่าจะปฏิรูป แต่ไหงกลับเป็นเข้าอีหรอบ ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเองละนี่ ร้อนไปถึง “คุณช่อ” ในฐานะโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ที่ต้องออกมาชี้แจงแทนว่า พรรคอนาคตใหม่ขอน้อมรับคำวิจารณ์ และยืนยันว่าจะเดินหน้าปฏิรูปกองทัพต่อไป

                จากนั้นอีกไม่กี่ชั่วโมง พล.ท.พงศกร เอง ตัดสินใจโพสต์เฟซบุ๊ก ด้วยเหตุผลทะแม่งๆ เล็กน้อยว่า ต้องขออภัยที่ไม่ได้แจ้งเรื่องการที่ยังพักในหน่วยทหารให้สาธารณชนรับทราบแต่แรก เนื่องจากอยู่ในช่วงเตรียมตัวย้ายออก แต่ตอนเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์กลับบอกว่าจะขอผ่อนผันอยู่ต่ออีกสักปี และจะทำหนังสือแสดงความต้องการย้ายคืนบ้านพักภายในวันที่ 31 มี.ค. พร้อมขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่

                ซึ่งขณะนี้เจ้าตัวอยู่ระหว่างการทำธุระในต่างประเทศ และคาดว่าจะมีการแถลงข่าวชี้แจงอย่างเป็นทางการอีกครั้งภายหลังเดินทางกลับมาที่ประเทศไทย

                โดยล่าสุด พล.ท.อภิสิทธิ์ นุชบุษบา เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร ระบุว่า เรื่อง  หลังที่ พล.ท.พงศกรเกษียณได้ขอผ่อนผันอาศัยชั่วคราว และมีการอนุมัติเป็นปีต่อปี ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาอนุมัติถึงเหตุผลและความจำเป็นแล้วว่า พล.ท.พงศกร เคยทำประโยชน์ให้กองทัพ และยังไม่มีความพร้อม เพราะยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง โดย พล.ท.พงศกร จะคืนสิทธิ์ที่พักอาศัยต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีอะไรผิดปกติ ตามที่เคยทำกันมา

                อย่างไรก็ตาม หากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ในวันที่ 21 ก.พ.นี้ จากความผิดฐานกู้เงิน  พล.ท.พงศกร ก็ไม่รอดจากการถูกตัดสิทธิ์อยู่ดี แม้จะลาออกไปก่อนก็ตามที เช่นเดียวกับ นายนิรามาน สุไลมาน อีกหนึ่งกรรมการบริหารพรรคที่ลาออกไปก่อนแล้วหลังโหวตสวน มติพรรค จาก พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพล แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องสาระสำคัญอะไรนักหากเทียบกับเรื่องที่ว่า พรรคอนาคตใหม่จะได้ไปต่อ หรือยุติเส้นทางทางการเมืองลงแค่นี้

                แต่อย่างน้อย สิ่งที่พรรคอนาคตใหม่ได้บทเรียนจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ 2 เรื่องแน่ๆ คือ 1.ก่อนจะเรียกร้องให้มีการแก้ไขเรื่องอะไร ก็ขอให้ตรวจสอบตัวเองให้ถี่ถ้วนก่อนว่าไม่ได้ทำแบบที่ตนเองเรียกร้องให้มีการปฏิรูป และ 2.การเตรียมตัวสัมภาษณ์ในรายการสด ขอให้เตรียมคำตอบเรื่องบางเรื่องที่อาจจะโดนซักให้ดีๆ เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดอาการโป๊ะแตกอีกก็เป็นได้. 


"ศ.ธีรยุทธ บุญมี" เผยแพร่บทความเรื่อง "เมษาชี้ชะตาประเทศ" เมื่อวาน (๓๐ มี.ค.๖๓) อ่านแล้ว..... ต้องบอกว่า "อาจารย์ธีรยุทธ" ก้าวข้ามคำว่า "นักวิชาการ" สู่สถานะ "วิญญูชน" แท้จริง!

อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก