หาความสุขจากความพอดี ช่วยยืดอายุยืนยาว100ปี


เพิ่มเพื่อน    

 

(เคล็ดลับอายุยืนของคนวัยเก๋า คือการทำบุญและทำทานต่อชีวิตสัตว์ เพื่อสร้างสุขทางจิต อีกทั้งไม่เบียดเบียนชีวิตผู้อื่นไม่ว่าคนหรือสัตว์)

      นอกจากบรรยายเรื่องธรรมะให้กับผู้สนใจได้ฟังแล้ว ทว่าการบอกกล่าวเคล็ดลับของการที่ผู้สูงอายุจะใช้ชีวิตให้ยืนยาว 100 อย่างไรนั้น ก็เป็นมุมมองที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะประสบการณ์ตรง จากคุณหมอนักบรรยายอย่าง พันเอกนายแพทย์พงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา ประธานมูลนิธิ “จิตเป็นผู้ให้ ใจเป็นนิพพาน” ที่เชี่ยวชาญในด้านการทอล์กโชว์เคล็ดลับสุขภาพดีดังกล่าวกับผู้ฟังที่สนใจ ล่าสุดได้แนะนำเคล็ดลับผู้สูงวัยอายุยืนไว้น่าสนใจ เพราะถ้าพูดกันตามตรง ทุกคนล้วนอยากมีอายุที่ยืนยาว เพื่อที่จะได้อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรกับลูกหลานไปนานๆ เพราะอย่าลืมว่าเมื่ออายุมาก ผู้สูงวัยหลายคนอาจมีทิฐิ ซึ่งนั่นจะทำให้เป็นผู้ที่ยึดมั่นถือมั่น และกลายเป็นยึดติดกระทั่งใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข และบั่นทอนสุขภาพจิต ซึ่งทำให้อายุสั้นในที่สุด

(พันเอกนายแพทย์พงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา)

 

        พันเอกนายแพทย์พงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา ให้ข้อมูลว่า “การที่เราไม่สร้างกรรมเพิ่ม เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อายุของเรายืนยาว เพราะถ้าผู้สูงอายุหรือคนทั่วไป สร้างกรรมมากขึ้นเรื่อยๆ กรรมก็จะไปตัดรอนชีวิตของเราให้สั้นลง ที่สำคัญหากคนชราอยากอายุยืน แนะนำว่าให้ปลูกต้นไม้ เพราะต้นไม้จะทำให้ผู้ปลูกนั้นรู้สึกสดชื่น ที่สำคัญเมื่อต้นไม้ออกลูกออกผล ก็ทำให้คนแก่ชื่นใจ นอกจากนี้ก็ต้องไม่กักขังสัตว์ เพราะสัตว์ก็เหมือนกับคน เขาได้ใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระ สัตว์ก็จะมีความสุขเหมือนกับคน ทุกอย่างนั้นถ้าหากว่าเราอยากได้อะไร ก็ต้องทำในสิ่งสิ่งนั้น เช่น ถ้าไม่อยากปลูกต้นไม้เยอะๆ ก็อย่าตัดไม้ทำลายป่า หรือต้องไม่ทิ้งสิ่งที่ก่อให้เกิดมลพิษบนพื้นดินหรือในอากาศ ซึ่งไปเกี่ยวเนื่องกับการเร่งปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่ในการดูดควันพิษต่างๆ

      กระทั่งขอบคุณทุกอย่างที่อยู่รอบตัว เช่น ขณะที่อาบน้ำก็ให้ขอบคุณน้ำ หรือเวลาที่เรากำลังเดินอยู่บนถนนก็ให้ขอบคุณพื้นดิน หรือเวลาที่กินอาหารก็ให้ขอบคุณอาหาร และถ้านั่งรถยนต์ก็ให้ขอบคุณรถยนต์ เพราะถ้าเมื่อไรก็ตามที่จิตของเรามีความสุข แน่นอนว่าเราก็จะอายุยืน แต่ถ้าเราโกรธ ความโกรธจะบั่นทอนสุขภาพจิตเราล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ดังนั้นถ้าไม่อยากตกอยู่ในอารมณ์ขุ่นมัว แนะนำว่าถ้าเดินผ่านต้นไม้ก็ให้ยิ้มกับต้นไม้ เพราะการที่เราเข้าใจธรรมชาติของทุกอย่าง ก็จะทำให้เราสามารถยิ้มให้กับทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวได้

(ผู้สูงอายุสามารถมีความสุขตามอัตภาพ อาทิ การอยู่ท่ามกลางลูกหลานที่รัก และทำกิจกรรมร่วมกัน หรืออยู่กับเพื่อนฝูงที่รักและชอบในเรื่องเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องมีเงินทองมากมาย และไม่ต้องอยู่บ้านหลังใหญ่โต)

      สำหรับเคล็ดลับที่ทำให้คนสูงวัยอายุยืน คือการที่เรามองชีวิตที่วิเศษและน่าอัศจรรย์ของตัวเอง ที่ปราศจากความร่ำรวย และไม่ใช่การมีเงินทองล้นฟ้า หรือไม่ใช่การมีบ้านหลังใหญ่โต เพราะการที่เรามีเงินมากแค่ไหน สุดท้ายแล้วชีวิตก็เป็นทุกข์ได้ หรือแม้แต่การมีตำแหน่งสูงก็มีความทุกข์ได้เช่นกัน กระทั่งผู้ที่เคยร่ำรวยแม้สมัยหนุ่มสาว และล้มละลายเมื่ออายุมากขึ้น ตรงนี้ก็อยากให้ผู้สูงอายุมองย้อนกลับไปว่า เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าท่านทรงสละราชสมบติ เพื่อออกผนวชบำเพ็ญเพียรภาวนา ท่านก็ไม่ต่างจากผู้ที่ล้มละลาย แต่สุดท้ายพระองค์ท่านก็ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง กระทั่งเผยแพร่พระธรรมคำสอนมายังคนในยุคปัจจุบันนี้ ดังนั้นเราไม่ควรสิ้นหวังในชีวิต เพราะวัยของเราเป็นวัยที่มีคุณค่า สำหรับเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับคนรุ่นลูกหลาน ดังนั้นเราต้องหาวิธีทำให้ตัวเองมีความสุขมากที่สุด เพื่อที่ว่าอายุของเราก็ได้ยืนยาวเช่นเดียวกัน

      นอกจากนี้ หากว่าเราเป็นคนที่มีค่อนข้างมีฐานะดี ก็ควรรู้จักการเสียสละและเป็นผู้ให้ โดยเฉพาะเมื่อเรามีอายุที่มากขึ้น และหากเมื่อวันใดที่เราเสียชีวิต หรือยังมีชีวิตอยู่ก็ตามที จะได้ชื่อว่าเราเป็นคนแก่ที่ประเสริฐในเรื่องของความเมตตากรุณาต่อผู้อื่น ซึ่งความดีเหล่านี้ก็จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกหลาน และวงศ์ตระกูลได้เช่นกัน โดยสรุปทั้งหมดทั้งมวลนั้น การที่ผู้สูงวัยจะมีอายุที่ยืนยาว ไม่ใช่การมีฐานะร่ำรวย มีบ้านหลังใหญ่โต และมีทรัพย์สมบัติมากมาย แต่ขอให้คนวัยเก๋าหาความสุขจากความพอดีตามฐานะหรืออัตภาพของเราเอง

      เพราะฟ้าได้ประทานให้ทุกคนได้รับในสิ่งต่างๆ อย่างพอดีกับแต่ละบุคคล หรือตามบารมีที่เขาได้สั่งสมมาอย่างพอดีแล้ว ดังนั้นทุกคนจึงต้องบริหารในสิ่งที่ได้รับมาอย่างเหมาะสม ตามกำลังของแต่ละคน เช่น หากว่าเราเป็นชาวนา เราก็ต้องบริหารชีวิตให้มีความสุขในแบบของชาวนา เพราะอันที่จริงแล้วทุกคนมีความสุขที่เท่ากันหมด เพียงแต่ว่าเราจะทำอย่างไรให้ชีวิตเกิดความพอดี ซึ่งเรื่องนี้ก็จะไปสอดคล้องกับคำสอนของ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” เกี่ยวกับเรื่องของความพอดี และการรู้จักพอเพียงนั่นเอง ซึ่งถือเป็นเคล็ดลับอายุยืนที่สามารถทำตามกันได้ไม่ยากเย็น”.


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"