ป๊อกเพ้อเฮือกสุดท้าย อ้าง‘ศาลรธน.’ไร้อำนาจยุบ/จับหนุ่มสาวตัวประกัน


เพิ่มเพื่อน    

  “ประยุทธ์” ชี้คดีอนาคตใหม่ขึ้นอยู่กับหลักฐาน-ข้อกฎหมาย ลั่นเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมไทย ตำรวจเผยเตรียม 1 กองร้อยดูแลศาลรัฐธรรมนูญ เริ่มเข้าประจำการตั้งแต่ห้าโมงเย็นวันพฤหัสฯ “ปิยบุตร” แถลงปิดคดีนอกศาลอีกแล้ว ลาก 20 พรรคการเมืองกู้เงิน ซัด กกต.หลุกหลิกเร่งคดี ส่วนศาล รธน.ไม่มีอำนาจยุบ เพราะไม่เข้ามาตรา 62-66-72 ชี้หากผิดต้องสู้ 3 ศาล จับคนรุ่นใหม่เป็นตัวประกัน บอกเป็นการทุบหัวใจตอกลิ่มความแตกร้าว “หมอวรงค์” ข้องใจกู้จริงหรือทำย้อนหลัง เตือนรับกรรมเหมือนแมนฯ ซิตี
เมื่อวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการพิจารณาคดีของพรรคการเมืองว่า เห็นพูดกันทุกวัน อันนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับตนเองและรัฐบาลเลย ผลจะถูกหรือผิดเป็นเรื่องหลักการข้อเท็จจริง ตามหลักการข้อกฎหมายพรรคการเมืองให้ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรมด้วยข้อมูลและหลักฐานทุกประเด็น เพราะทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกันทั้งสิ้น เป็นกฎเกณฑ์และข้อความเดียวกัน ส่วนผลการตัดสินไม่ทราบว่าจะออกมาอย่างไร และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ฉะนั้นไปดูความผิดพลาดเกิดจากใคร และประชาชนควรสนับสนุนหรือไม่
    “ผมในฐานะรัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นในระบบยุติธรรมของไทยภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความโปร่งใส ยุติธรรม และต้องปฏิบัติต่อประชาชนคนไทยด้วยความเท่าเทียมกัน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ขณะที่ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงความเคลื่อนไหวในการนัดอ่านคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) วันที่ 21 ก.พ.นี้ว่า ไม่น่าจะมีความเคลื่อนไหว ซึ่งตำรวจดูแลความเรียบร้อยที่ศาลอยู่แล้ว ไม่น่าจะมีเหตุการณ์อะไร และไม่ได้มีการประเมินอะไร เพราะต้องรอคำวินิจฉัยของศาลก่อน ยังไม่รู้ว่าจะออกมาอย่างไรในรูปแบบไหน
    ส่วน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวในเรื่องนี้ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานความมั่นคง วางมาตรการป้องกันความแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ส่วนการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จัดกำลังตำรวจหน่วยอารักขาและควบคุมฝูงชน (อคฝ.) ทั้งชายและหญิง อำนวยความสะดวกและความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนที่เดินทางมาติดต่อราชการ และมาให้กำลังใจพรรคอนาคตใหม่ ทั้งนี้ ฝากถึงกองเชียร์ขอให้ปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบกฎหมาย เคารพกฎกติกา อย่าทำอะไรที่สุ่มเสี่ยง เพราะเมื่อกฎหมายเดินหน้าไปแล้วไม่สามารถหยุดได้ ส่วนการข่าวยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ความไม่สงบ
เชื่อ อนค.เคารพกฎหมาย
       พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. กล่าวว่า เบื้องต้นกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 วางกำลังตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบศาลรัฐธรรมนูญ 1 กองร้อย หรือ 150 นาย ส่วนบริเวณด้านในศาลจะมีเจ้าหน้าที่ศาลดูแล และกำหนดเขตอำนาจศาลเช่นเดียวกับครั้งก่อน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเริ่มนำกำลังเข้ารักษาความปลอดภัย และตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวันที่ 20 ก.พ.เป็นต้นไป จนถึงหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย และจะตั้งด่านตรวจความเรียบร้อยตามแผนของกองบังคับการตำรวจนครบาล 2
       “พรรคอนาคตใหม่ถือเป็นพรรคที่เคารพกฎหมายพอสมควร และอยู่ในกรอบของกฎหมาย ดังนั้นจึงไม่กังวลเรื่องการชุมนุม เพราะจากการสืบสวนพบว่าผู้ชุมนุมและกลุ่มให้กำลังใจของพรรคอนาคตใหม่ จะไม่เดินทางไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่จะรวมตัวกันที่ที่ทำการของพรรคอนาคตใหม่เช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบที่ทำการพรรค ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ สน.มักกะสันและกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 โดยในวันที่ 20 ก.พ.นี้ได้เรียกประชุมร่วมตำรวจนครบาล 1 และ 2 เพื่อสรุปมาตรการรักษาความปลอดภัยในวันดังกล่าวอีกครั้ง ในเวลา 11.00 น.ที่ บช.น.” พล.ต.ต.สมประสงค์ระบุ
      วันเดียวกัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค อนค. แถลงปิดคดีนอกศาลในเรื่องเงินกู้พรรคว่า พรรคได้รับการรับรองเมื่อวันที่ 3 ต.ค.2561 และเปิดรณรงค์การรับสมาชิกพรรคและระดมทุนและรับบริจาคทันที เพราะกฎหมายพรรคการเมืองและการเลือกตั้งเรียกร้องให้พรรคการเมืองทำหลายเรื่อง ขณะเดียวกัน ก็มีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมืองจำนวนมาก รวมถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังมีหนังสือแจ้งห้ามพรรคขายสินค้าออนไลน์ และให้รับบริจาคได้จากกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น ห้ามรับจากบุคคลทั่วไป และที่สำคัญ คือห้ามจัดกิจกรรมระดมทุน โดยต้องรอจนถึงเดือน ธ.ค.2561 คสช.จึงจะปลดล็อกทางการเมือง 
    นายปิยบุตรกล่าวว่า เวลานั้นพรรคการเมืองที่มีอยู่และเกิดขึ้นใหม่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ดังนั้นทุกพรรคต้องเตรียมตัวเต็มที่ สำหรับพรรคการเมืองเก่ามีงบประมาณที่ติดก้นถุงและเครือข่ายอยู่แล้ว แต่พรรคการเมืองใหม่เพิ่งเริ่มต้นเมื่อเดือน ต.ค.2561 จะให้เอาเงินมาจากไหน พรรคจึงตัดสินใจกู้เงิน ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดโต๊ะจีนระดมทุน 19 ธ.ค.2561 ได้เงินมากกว่า 600 ล้านบาท และพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ตัดโต๊ะจีนได้เงินมากกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งแต่ละพรรคก็เลือกวิธีการที่แตกต่างกันไป 
    "การจัดโต๊ะจีน ถ้าเปิดรายชื่อมาดูจะพบว่าล้วนเป็นบริษัทใหญ่ แต่พรรคอนาคตใหม่ไม่ต้องการรับเงินจากบริษัททุนผูกขาด แม้พรรคจะได้รับการติดต่อเข้ามา พรรคเราเป็นพรรคเกิดใหม่ไม่ต้องการให้มีทุนเข้ามาครอบงำ แต่กฎหมายบังคับให้เราทำเรื่องต่างๆ จำนวนมาก จนท้ายที่สุดเส้นตายใกล้เข้ามา จึงเหลือทางเลือกเดียวคือการกู้เงิน เพราะพรรคอนาคตใหม่ไม่มีปัญญาจัดโต๊ะจีนแล้วจะได้เงิน 600 ล้านบาท หรือ 200 ล้านบาท" นายปิยบุตรระบุ  
    นายปิยบุตรกล่าวว่า เมื่อเรากู้เงินมาแล้วก็ไม่ได้ปกปิดเป็นความลับ เราประกาศชัดเจนในงบการเงิน เรื่องนี้สื่อมวลชนและนักร้องทั้งหลายรู้เรื่องนี้ เพราะนายธนาธรเป็นคนบอกเอง เพื่อต้องการให้เกิดความโปร่งใส และพรรคได้ทยอยใช้คืนตามสัญญาเงินกู้ และเมื่อพิจารณาตามกฎหมายพรรคการเมืองสามารถกู้เงินได้ เพราะหลักกฎหมายมหาชนจะเรียกร้องจากองค์กรรัฐว่าไม่มีกฎหมายไม่มีอำนาจ แต่กฎหมายเอกชนจะมีเสรีภาพดำเนินการใดๆ ก็ได้ตราบเท่าที่กฎหมายไม่ได้ห้าม พรรคการเมือง คือ นิติบุคคลเอกชน ซึ่งงานวิจัยและความคิดเห็นของอาจารย์ปริญญา เทวนฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ระบุว่าพรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลเอกชน เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เข้าหลักว่าทำได้ทุกอย่างเว้นแต่กฎหมายห้ามไม่ให้ทำ 
อ้างมี 20 พรรคกู้เงิน
“ที่ผ่านมา กกต.เคยแจกเอกสารให้กับพรรคการเมืองว่าทำอะไรได้หรือทำอะไรไม่ได้ โดยไม่มีสักบรรทัดเดียวที่ระบุว่าห้ามพรรคการเมืองกู้เงิน หากในนี้เขียนชัดว่าห้ามกู้เงิน พรรคจะไม่มีทางกู้เงินแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นหากจะมาลงโทษถึงขั้นยุบพรรคควรต้องตีความอย่างเคร่งครัด จะมาอาศัยการตีความแบบขยายความไม่ได้"  
    เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่กล่าวอีกว่า ตามกฎหมายพรรคการเมืองนั้น พรรคการเมืองถูกบังคับให้ส่งงบการเงิน ซึ่งพบว่ามี 16 พรรคระดมทุนในลักษณะเงินทดรอง และอีก 4 พรรคใช้การกู้เงิน แต่ไม่ว่าจะกรณีใดก็ล้วนเป็นนิติกรรมกู้ยืมเงินทั้งสิ้น บางพรรคการเมืองไม่มีการทำสัญญา ไม่มีกำหนดการชำระหนี้ เป็นต้น ซึ่งกฎหมายประเทศไทยไม่ได้ห้ามการกู้เงิน ขณะนี้มีพรรคการเมืองกู้เงินกันมากกว่า 20 พรรค หากวันนี้ไม่ต้องการให้พรรคการเมืองกู้เงิน ก็ควรไปแก้ไขกฎหมายให้ชัดในอนาคต หรือถ้าจะให้พรรคการเมืองกู้เงินได้ ก็แก้ไขกฎหมายเพื่อตั้งกองทุนให้พรรคการเมืองกู้เงินได้เพื่อความเสมอภาค เพราะแต่ละพรรคมีความสามารถระดมทุนไม่เท่ากัน
    "ที่สำคัญเงินกู้ไม่ใช่รายได้ และเงินกู้ไม่ใช่เงินบริจาค และเงินกู้ไม่ใช่ประโยชน์อื่นใด แต่เงินกู้คือหนี้สิน งบการเงินของแต่ละพรรคที่แสดงต่อ กกต.ในส่วนของเงินกู้ล้วนจัดไปอยู่ในหมวดหนี้สิน ดังนั้น การที่มาตรา 62 ไม่ได้กำหนดเรื่องรายได้ที่มาจากเงินกู้ย่อมถูกต้องตามระบบบัญชี ต่อให้ กกต.จะตีความหรือขยายความว่าเรามีความผิดก็จะมีโทษแค่การปรับเท่านั้น" 
    นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า เงินกู้ชัดในตัวเองว่าไม่ใช่การบริจาคและไม่ใช่การให้ เพราะเงินกู้ต้องใช้คืนในฐานะเป็นหนี้สิน ซึ่งหัวหน้าพรรคยืนยันว่าจะทวงคืนเงินกู้ที่กู้ไปชัดเจน และพรรคได้รณรงค์เพื่อช่วยกันซื้อสินค้าของพรรคเพื่อไปใช้หนี้ แต่ถ้าถึงขนาดนี้ยังบอกว่าเป็นเงินบริจาคแล้วก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ต่างกับพรรคการเมืองอื่นที่กู้เงินโดยไม่มีสัญญาไม่มีกำหนดชำระหนี้ชัดเจน แบบนี้กรณีใดเข้าข่ายการบริจาคมากกว่ากัน กกต.ร้องไปและให้เหตุผลว่าพรรคอนาคตใหม่ไปกู้เงิน 191 ล้านบาท พร้อมกับสงสัยว่าพรรคจะชำระหนี้คืนได้หรือไม่ ซึ่งก็สงสัยเหมือนกันว่ากกต.เคยไปถามพรรคการเมืองอื่นๆ แบบนี้หรือไม่ ถ้าไปเปิดงบการเงินของพรรคจะพบว่าพรรคระดมทุนได้มากกว่า 70 ล้านบาทและทยอยคืนเงินให้หัวหน้าพรรค ด้วยกระแสตอนนี้พรรคจะคืนเงินให้นายธนาธรได้แน่นอน
    เลขาธิการพรรค อนค.กล่าวอีกว่า กระบวนการในชั้น กกต.มีความผิดปกติ ทั้งกรณีอนุกรรมการ 2 คณะยกคำร้องไปแล้ว ตามกฎหมายต้องยุติ แต่ กกต.กลับเดินเรื่องต่อไป และยังใช้เวลาแค่ 2 สัปดาห์ในการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค โดยไม่เคยแจ้งข้อกล่าวหากับพรรค และไม่เคยมีการเรียกไปให้ข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น พรรครู้ถูกร้องยุบพร้อมประชาชนทั่วประเทศ หลักประกันการต่อสู้คดีอยู่ตรงไหน กกต.เป็นองค์กรอิสระ ไม่ใช่นักร้อง ที่จะหยิบบัตรสนเท่ห์และส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยมีบรรทัดฐานว่าการพิจารณาคดีข้ามขั้นตอนของ กกต.เป็นสาระสำคัญที่ทำให้มีการวินิจฉัยยกคำร้องมาแล้วจากกรณีของพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกกล่าวหารับเงินจากเอกชน  
    “อีกแง่หนึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจยุบพรรคและไม่มีอำนาจตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค เพราะอำนาจยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคมีอยู่ในมาตรา 92 ของกฎหมายพรรคการเมืองเท่านั้น ดังนั้น ประเด็นนี้เป็นประเด็นข้อกฎหมายที่ศาลต้องวินิจฉัยก่อนว่ามาตรา 92 ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ส่วนบทลงโทษของมาตรา 66 มีแต่โทษเพิกถอนสิทธิของบุคคลที่บริจาคเงินเกินและโทษปรับบุคคลที่บริจาคเงินเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด ส่วนพรรคที่รับเงินดังกล่าวก็ต้องส่งเงินคืนและเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น โดยไม่มีการยุบพรรค ที่สำคัญกระบวนการนี้ต้องเป็นไปตามกระบวนการปกติ คือ กกต.พิจารณาและส่งศาลอาญาและสู้กันถึงสามศาล โดยศาลรัฐธรรมนูญไม่เกี่ยว” นายปิยบุตรกล่าว
ลั่นไม่ผิดทั้ง 3 มาตรา
 นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า ส่วนมาตรา 72 นั้นมีวัตถุประสงค์ป้องกันไม่ให้พรรคการเมืองเอาเงินสีเทามาใช้ในพรรค ถามว่าการกู้เงินผิดตรงไหน เพราะเงินที่มาก็มีแหล่งที่มาที่ถูกกฎหมาย ดังนั้น พรรคไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมาตรา 72 จึงยืนยันได้ว่าพรรคไม่มีความผิดตามมาตรา 62 มาตรา 66 มาตรา 72 ศาลรัฐธรรมนูญต้องยกคำร้อง แต่หากวันที่ 21 ก.พ.ยุบพรรคจริง จะเป็นครั้งแรกที่ยุบพรรคฝ่ายค้านและยุบก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 วัน 
“พรรคอนาคตใหม่เราได้เริ่มต้นสร้างความหวังใหม่ให้กับคนรุ่นหนุ่มสาว ถ้าเกิดการยุบพรรคขึ้นจะไม่ใช่แค่ยุบพรรคเท่านั้น แต่เป็นการยุบความหวังของคนรุ่นใหม่ เพราะเป็นการทุบเข้าไปที่หัวใจของคนจำนวนมากที่หวังว่าประเทศไทยจะไปสู่จุดที่ดีกว่าเดิม และยังเป็นการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นที่ต้องการให้ประเทศไทยหลุดจากวงจรรัฐประหาร และการลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาการประชาธิปไตยกำลังเดินไปตามครรลอง อย่าเอานิติสงครามมาเป็นเครื่องมือ เพราะไม่เป็นคุณต่อการพัฒนาประเทศไทย ตรงกันข้ามจะตอกลิ่มให้ความแตกแยกร้าวลงไปเรื่อยๆ ผมฝากถามไปยัง กกต.และผู้บริหาร กกต.ในฐานะผู้ร้องยุบพรรคว่าตื่นเช้ามาในแต่ละวันส่องกระจกแล้วถามตัวเองดังๆ ว่าคุณต้องการยุบพรรค เพราะเป็นพรรคอนาคตใหม่ใช่หรือไม่ และไม่ต้องการให้ธนาธรและปิยบุตรมีบทบาทในทางการเมืองใช่หรือไม่" นายปิยบุตรกล่าว และว่า หนังยุบพรรคเรื่องนี้จะไม่เหมือนเดิม เพราะพรรคอนาคตใหม่จะไม่หายไป ธนาธรและปิยบุตรจะไม่หายไป แต่จะโลดแล่นมากกว่าเดิม และ ส.ส.ของพรรคจะไม่เติมให้กับรัฐบาล 
    ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ถามพรรคอนาคตใหม่ว่า กู้จริงหรือทำเรื่องกู้ย้อนหลัง??? (ทำแบบแมนฯ ซิตี)” ว่าการที่ กกต.ขอเอกสารการเงินที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง ร่วม 4 เดือน แต่พรรคไม่ส่งมอบให้ และปลายเดือน พ.ย.2562 ขอขยายอีก 120 วัน แต่ กกต.ไม่อนุญาต ให้ขยายแค่ 2 ธ.ค.2562 ถ้าไม่มอบถือว่าไม่ติดใจ เอกสารดังกล่าวประกอบด้วย 1.บัญชีพรรคการเมืองระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-31 ก.ค.2562 2.สำเนาเงินกู้ฉบับ 2 ม.ค.2562 และฉบับแก้ไขเดือน พ.ค.2562 ที่ส่งดอกเบี้ยทุกปี 3.ขอให้จัดส่งเอกสารหลักฐานชำระหนี้เงินกู้ 3 ครั้ง รวมทั้งสำเนารายงานประชุมมติกรรมการบริหาพรรคที่เห็นชอบให้กู้เงินได้
    “นี่คือเอกสารที่ กกต.พยายามขอหลายรอบแต่ไม่มีการส่งมอบ จึงเกิดคำถามตามมาว่า ถ้ากู้กันจริงแบบตรงไปตรงมา การส่งมอบเอกสารไม่น่ายาก หรือเป็นการทำเรื่องกู้ย้อนหลัง เหมือนการโอนหุ้นย้อนหลัง จึงทำให้ไม่มีการส่งมอบเอกสาร กู้จริงหรือทำเรื่องกู้ย้อนหลัง นิติกรรมอำพรางรอบสอง ทำแบบแมนฯ ซิตีก็ต้องโดนแบบเดียวกัน” นพ.วรงค์กล่าว.


"ศ.ธีรยุทธ บุญมี" เผยแพร่บทความเรื่อง "เมษาชี้ชะตาประเทศ" เมื่อวาน (๓๐ มี.ค.๖๓) อ่านแล้ว..... ต้องบอกว่า "อาจารย์ธีรยุทธ" ก้าวข้ามคำว่า "นักวิชาการ" สู่สถานะ "วิญญูชน" แท้จริง!

อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก