ถวิลฝังกลบโหน่ง8ปีอยู่บ้านหลวง!


เพิ่มเพื่อน    

  "บิ๊กตู่" แจงจำเป็นต้องพักบ้านหลวง เหตุตำแหน่งนายกฯ ต้องมีทีม รปภ. เผยเตรียมแผนย้ายบ้านอยู่แล้ว "2 ป." พร้อมปฏิบัติตามกติกา "ผบ.ทสส." ยันกองทัพยืดหยุ่นให้กำลังพลทุกคน ชี้มีทหารชั้นผู้น้อยเกษียณแล้วลำบากพักต่อได้เยอะอยู่ "บิ๊กแดง" เอาจริงเซ็นย้าย "ผู้พัน" ถูกร้องเรียน ลั่นใครทำอะไรไว้ต้องรับผิดชอบ "ถวิล" จับโป๊ะ "นายพลส้มหวาน" ลากยาวอยู่บ้านหลวง หลังพ้นราชการตั้งแต่ปี 2555 ไม่ใช่ปี '59 ตามเกษียณ "นายกฯ" ลงโคราชมอบเงินเยียวยาเหยื่อกราดยิง 19 ก.พ.นี้ 
    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 18 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) ให้สัมภาษณ์ครั้งแรกถึงกรณีกองทัพบก (ทบ.) จะออกระเบียบให้ทหารที่เกษียณอายุราชการออกจากบ้านพักหลวง ยกเว้นผู้ทำประโยชน์ให้ประเทศและส่วนรวม ซึ่งปัจจุบันนายกฯ ยังคงพักอยู่ในบ้านหลวงว่า เรื่องบ้านพักของตนไม่ขอตอบคำถามนี้ แต่ตนเองก็ทำงานรับใช้ชาติมาตลอดชีวิต ถึงแม้กฎระเบียบจะว่าอย่างไรก็ตาม วันนี้ก็ยังทำงานอยู่ 
    "ปัญหาของผมคือผมเป็นนายกรัฐมนตรี มันมีปัญหาเรื่องการรักษาความปลอดภัย เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องมีสถานที่ที่เหมาะสมในเรื่องการ รปภ. ในฐานะเป็นผู้นำประเทศและอื่นๆ อีกหลายๆอย่าง แต่ผมก็เตรียมการไปอยู่บ้านของผมอยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ถามถึง ทบ.ให้กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เข้ามาดูแลและจัดการสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบก นายกฯ กล่าวว่า ความจริงแล้วมีกฎระเบียบอยู่ทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นในส่วนของการทำงานเพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น ตนเองก็ไม่ขัดข้องที่จะให้กรมธนารักษ์เข้ามาดูแล คือเข้ามาดูแลในเรื่องของการบริหารต่างๆ ว่าเป็นไปตามระเบียบของสำนักนายกฯ หรือไม่ 
    "ที่ผ่านมาผมก็เคยเป็นผู้บังคับหน่วยมาก่อน ก็เห็นว่าที่ผ่านมามีการดำเนินการเช่นนี้มาโดยตลอด เพียงแต่ว่าอาจจะมีใครบางคนที่ไม่ทำตามระเบียบดังกล่าว เมื่อมีปัญหาก็ต้องตรวจสอบกันไปให้เกิดความชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับสวัสดิการของกองทัพบก" นายกฯ กล่าว
    ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ทำถูกต้อง มีการเช่าที่จากกระทรวงการคลังตั้งแต่ที่ตนเกษียณ และตนไปพักที่บ้านพักส่วนตัวตั้งแต่เกษียณ ส่วนนายพลคนอื่นที่เกษียณนั้น ต้องไปถาม ผบ.ทบ. เพราะเป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมาย
    ถามถึงเรื่องที่พรรคอนาคตใหม่ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพ และการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องข้อมูลต่างๆ เขาเปิดเผยหมดแล้วไม่มีอะไร ทุกอย่างทำตามที่พรรคอนาคตใหม่เขาว่าอยู่แล้ว 
    เช่นเดียวกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ไม่ว่าจะมีกฎระเบียบออกมาอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตาม ตนเตรียมบ้านไว้แล้ว แต่เพราะความสะดวกจึงยังอยู่ ไม่ได้มีจุดประสงค์ใด เดิมทีไม่ค่อยได้อยู่บ้านพักสวัสดิการ แต่ตอนทำงานเดินทางไม่ไหวเพราะไกล แต่ถ้ามีกฎระเบียบอย่างไรก็พร้อมปฏิบัติ
    "กฎระเบียบของเดิมมีอยู่แล้วว่าจะอนุโลม จะให้อยู่นานเท่าใด เป็นระเบียบภายใน และจากการเป็นผู้บังคับบัญชามา บางคนเกษียณแล้วเขายังไม่มีบ้านของตัวเอง เราจึงอนุโลมจนเขาหาที่อยู่ได้ บางทีเกิน 6 เดือน แต่ที่ให้ได้ เพราะบ้านพักว่างก็ให้เขาอยู่ดูแล แต่ถ้าบ้านพักเต็มต้องออก ผมเคยมีนายทหารแก่ เขาซื่อสัตย์ด้วย ไม่ได้เตรียมตัวด้วย เวลาเกษียณไม่มีบ้านก็อนุโลมให้อยู่ ลูกเล็กเด็กแดงก็ยังเรียนหนังสือ ถึงช่วงหนึ่งก็ให้ออก โดยจะดูตามความเหมาะสม” พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
เหล่าทัพลั่นทำตามกติกา
    รมว.มหาดไทยกล่าวถึงเรื่องที่สังคมเป็นห่วงผู้ครอบครองปืนสวัสดิการจากหน่วยงานต่างๆ จะนำปืนเหล่านั้นไปก่อเหตุว่า ตามหลักการ ถ้ากฎหมายให้ครอบครองก็มีได้ ถ้ากฎหมายให้มีไม่ได้ก็มีความผิดทั้งคนให้และผู้ครอบครอง ถือเป็นสิ่งดีหากผู้ซื้อปืนสวัสดิการแล้วไม่ขายต่อ จะถือว่ามีเจตนาดี แต่ที่เขากังวลคือ บางคนมีปืนสวัสดิการเป็นสิบกระบอก แล้ววันหนึ่งไม่มีสักกระบอกเป็นเรื่องน่ากลัว หากนำไปขายแล้วปืนเหล่านั้นจะไปอยู่ที่ไหน แต่ถ้าตกไปเป็นของมรดกก็ไม่เป็นไร เพราะถือว่าตรงตามเจตนารมณ์ของปืนสวัสดิการ 
    "ถึงอย่างไรต้องไปดูตามกฎหมาย เรื่องนี้น่าจะไปเก็บสถิติดู แต่ส่วนตัวมองว่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครครอบครองปืนเท่าไร แต่อยู่ที่ความประพฤติมากกว่า ต้องไปดูว่าผู้ที่ก่อเหตุต่างๆ เขามีปืนสวัสดิการกี่กระบอก" รมว.มหาดไทยกล่าว
    ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ (บก.ทร.) วังเดิม มีการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ประกอบด้วย พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.), พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.), พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.), พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าร่วมประชุม ซึ่งทุกคนยืนไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เป็นเวลา 1 นาที ก่อนที่จะเริ่มการประชุมตามวาระการประชุมต่างๆ
    อย่างไรก็ตาม พล.อ.พรพิพัฒน์ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมถึงการจัดระเบียบสวัสดิการทหารว่า ผู้บัญชาการเหล่าทัพได้มีการหารือกันมาอย่างต่อเนื่อง และวันนี้ก็จะมีการพูดคุยในที่ประชุมคณะผู้บัญชาการทหารที่มี พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมการประชุมอีกครั้ง เพื่อหารือในประเด็นที่จะตกลงใจในหลายเรื่อง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องสวัสดิการทหาร และจะซักซ้อมการทำงานในระยะเวลาต่อไป 
    "ผมมองว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร โดยสวัสดิการทหารทั้งหมดเหล่าทัพดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ.2547 และประกาศคณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจประกาศ ณ วันที่ 8 ก.ค.2548 ยืนยันว่าเราไม่ได้ปฏิบัตินอกกรอบหรือไม่มีหลักเกณฑ์ เพียงแต่เป็นที่สนใจว่ามีบางกิจการที่ก่อให้เกิดรายได้ ที่ผ่านมาทุกเหล่าทัพได้นำเงินค่าเช่าหรือเงินรายได้เข้าเป็นเงินรายได้แผ่นดินเป็นปกติอยู่แล้ว นอกจากนี้มีกิจการเล็กๆ น้อยๆ เช่น ร้านค้าในหน่วยที่ผู้ใช้บริการเป็นกำลังพลก็อยู่ในข่ายการจัดสวัสดิการภายในหน่วยราชการ แต่กิจการที่มีเอกชนหรือบุคคลภายนอกมาใช้ประโยชน์สัดส่วนสูงก็เข้าข่ายสวัสดิการเชิงธุรกิจ" พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าว
    ผบ.ทสส.กล่าวว่า เหล่าทัพยินดีที่จะปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังและกรมธนารักษ์ตามที่กำหนด โดยเหล่าทัพจะติดต่อโดยตรงกับกรมธนารักษ์ เมื่อมีกิจการใดที่ก่อให้เกิดรายได้ เพื่อขออนุญาตนำส่ง และขอให้กรมธนารักษ์กำหนดหลักเกณฑ์ว่าต้องส่งเท่าไหร่ กรณีที่กองทัพบกทำเอ็มโอยู เนื่องจากกองทัพบกมีกิจการสวัสดิการจำนวนมาก ในขณะที่เหล่าทัพอื่นไม่จำเป็นต้องทำเอ็มโอยู เพราะได้ติดต่อโดยตรงกับกรมธนารักษ์อยู่แล้ว เพียงแต่จะมีการทบทวนให้ครบถ้วนว่ามีรายการตกหล่นหรือไม่
    ถามถึงกรณี พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ยังคงพักอาศัยอยู่ในบ้านพักทหารของศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) แม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว ผบ.ทสส.กล่าวว่า ตามหลักการทั่วไปไม่ใช่เฉพาะในส่วนของทหาร แต่บ้านพักหลวงเมื่อเกษียณแล้วต้องส่งคืน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีกำลังพลไม่มีความพร้อมและลำบาก จึงยืดหยุ่นให้เฉพาะบางราย ซึ่งบ้านพักราชการไม่ได้อยู่เฉพาะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ แต่ก็มีชั้นผู้น้อยที่ยังไม่พร้อมย้ายออก เช่น นายสิบ จ่า ทหารชั้นประทวน ลูกจ้างราชการที่หัวหน้าครอบครัวเสียชีวิต และไม่สามารถขยับขยายได้ก็ผ่อนผันยืดหยุ่น ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก
    ซักว่า ทำไม พล.ท.พงศกรจึงขอผ่อนผันอยู่เป็นเวลาหลายปี พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า ในที่สุด พล.ท.พงศกรก็ไปแล้ว ขอให้ผ่านประเด็นนี้ไป 
"บิ๊กแดง"เซ็นย้ายนายพัน
    "ยืนยันเรามีมาตรฐานว่าเมื่อเกษียณแล้วต้องออกจากบ้านพัก เพียงแต่ความยืดหยุ่นเราสามารถพิจารณาได้เป็นกรณี ทั้งในส่วนของผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา เราไม่สามารถไปชี้ได้ว่าเหตุผลใดต้องอยู่หรือเหตุผลใดต้องออก ขึ้นอยู่กับผู้บัญชาการเหล่าทัพและเจ้ากรมสวัสดิการที่รับผิดชอบ หากเป็นกรณีที่เกินอำนาจและมีความซับซ้อน ก็จะเรียนผู้บังคับบัญชาเพื่อขออนุญาต ยอมรับว่าในส่วนของกองทัพไทยมีทหารเกษียณแล้วยังอยู่บ้านหลวงจำนวนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา“ พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าว
    ขณะที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. กล่าวว่า ขณะนี้ตนกำลังเซ็นคำสั่งปรับย้ายนายทหารระดับพันเอก และเซ็นย้ายจริง ไม่ได้พูดเล่น เพราะเซ็นต่อหน้าศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ใครทำอะไรไว้ ต้องได้รับผล และศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมีความศักดิ์สิทธิ์ โดยเป็นเรื่องเกี่ยวข้องในหลายส่วน ที่กำลังพลร้องเรียนมา โดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 หลังเกิดเหตุรุนแรง
    ถามว่า พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 ถูกปรับย้ายด้วยหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรมเป็นกรณีไป ไม่ใช่เลือดเข้าตาก็จะสั่งย้ายหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนก็มีความตื่นตัวในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ตนไม่สนเป็นเด็กใคร
    ซักถึงการตั้งศูนย์ร้องเรียนสายตรงมายัง ผบ.ทบ. จะดำเนินการอย่างไร พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า เราให้เอาต์ซอร์ซดำเนินการเป็นเอกชนทั้งหมด เพื่อไม่ให้ความลับรั่วไหล ส่วนการพิจารณาว่าข้อร้องเรียนไหนเป็นเรื่องจริง หรือใส่ร้าย ตนในฐานะผู้บังคับบัญชา ฟังดูก็รู้แล้วว่าอะไรเท็จ อะไรจริง
    ผบ.ทบ.กล่าวว่า ในวันที่ 19 ก.พ. จะให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) แถลงรายละเอียด ส่วนการลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ในโครงการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบก ร่วมกับกรมธนารักษ์กว่า 40 รายการนั้น ทุกอย่างดำเนินการตามลำดับ ไม่ได้ขีดเส้นหรือกำหนดกรอบเวลาแต่อย่างใด
    ถามว่า นักกฎหมายแนะนำเครือญาติผู้เสียหายฟ้องร้องกองทัพและ ผบ.ทบ. พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า การก่อเหตุเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ใช่คำสั่งกองทัพ หากทหารมีเรื่องกับทหาร ต้องขึ้นศาลทหาร แต่ถ้าหากทหารมีเรื่องกับพลเรือน ต้องขึ้นศาลพลเรือน ต้องแยกให้ออก    
    วันเดียวกัน นายถวิล เปลี่ยนศรี สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ผมเห็นข่าว พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ยังคงใช้บ้านพักทหารแม้ว่าจะเกษียณอายุราชการมาแล้ว 4 ปี (เกษียณปี 2559) จนขณะนี้ซึ่งขัดกับนโยบายของพรรคตัวเองที่รณรงค์เรื่องนายทหารที่พ้นราชการแล้วไม่ควรมีสิทธิ์ใช้บ้านพักทหารอีก จนเจ้าตัวประกาศจะย้ายออกจากบ้านพักทหาร รวมทั้งประกาศรับผิดชอบจะลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ 
ซัด"พงศกร"พ้นทหารปี 55
    ผมก็ไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์อะไรเพิ่มเติมอีกนะครับ เพราะมันก็ชัดและรู้แก่ใจดีอยู่แล้ว ว่าอะไรควร-ไม่ควร หรือว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองหรือไม่ เพียงแต่อยากให้ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจนเท่านั้นในฐานะอดีตผู้บังคับบัญชาของคุณพงศกรอยู่ระยะหนึ่ง เพราะเมื่อตอนผมกลับมารับตำแหน่งเลขาธิการ สมช.อีกครั้งเมื่อเดือนเมษายน 2557 หลังจากถูกนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ย้ายพ้นตำแหน่งไปก่อนหน้านั้นเสีย 2 ปี  7 เดือน ก็พบว่าคุณพงศกรแกเป็นรองเลขาธิการอยู่ที่ สมช.แล้ว 
    ก็อยากจะบอกว่า 1.ที่คุณพงศกรโอนย้ายมาเป็นรองเลขาธิการสมช.นั้น ผมไม่ได้ขอตัวมา แต่แกมาในสมัยเลขาธิการ สมช. ชื่อ  พลโทภราดร พัฒนถาบุตร เมื่อปี 2555 สมัยรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ครับ 2.เมื่อมาเป็นรองเลขาธิการ สมช.นั้น คุณพงศกรเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญแล้ว เพราะตำแหน่งนี้เป็นข้าราชการพลเรือน ดังนั้นคุณพงศกรจึงพ้นราชการทหารมาตั้งแต่ปี 2555 ไม่ใช่เมื่อตอนแกเกษียณปี 2559 ส่วนจะอยู่บ้านพักทหารเมื่อพ้นราชการทหารมาแล้วกี่ปีก็นับเอาเถอะครับ!!”
    ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า เรื่องทหารเกษียณอายุราชการไปแล้วให้ออกจากบ้านพักหลวง กองทัพ คือ ภาพสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาการเลือกปฏิบัติ การบังคับใช้กฎหมายที่แตกต่าง สองมาตรฐานมาตั้งแต่ไหนแต่ไร กองทัพไม่ควรเป็นองค์กรแสวงหาผลกำไรด้านพาณิชย์ แต่กลับมีธุรกิจมากมาย ทั้งที่ดิน สถานีวิทยุโทรทัศน์ สนามม้า สนามกอล์ฟ สนามมวย รวมถึงธุรกิจที่ไม่สามารถแจกแจงที่มาที่ไปของรายได้ ไม่สามารถระบุการนำส่งว่าผลประโยชน์จากธุรกิจของกองทัพทั้งหมดต้องนำส่งผู้บังคับบัญชาระดับใดบ้าง นำส่งครบถ้วนถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ กองทัพไม่ควรเป็นแดนสนธยาหรือแหล่งแสวงหาผลประโยชน์ทุกกรณี กองทัพไม่ควรเป็นองค์กรสะสมความมั่งคั่งส่วนบุคคล ยังไม่รวมการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใส ตรวจสอบได้ 
    "กรณีทหารเกษียณแล้วอยู่ต่อไม่คืนบ้านพักหลวง เป็นเพียงปรากฏการณ์ของยอดภูเขาน้ำแข็ง ที่ใต้ภูเขาน้ำแข็งยังมีแหล่งผลประโยชน์ที่คนภายนอกมองไม่เห็นอีกมาก การสร้างเงื่อนไขทหารเกษียณที่สามารถอยู่บ้านพักต่อได้ต้องเป็นผู้ทำคุณงามความดีให้กับประเทศชาติ เป็นปัจจัยที่ไม่ทราบว่ามีตัวชี้วัดอย่างไร ทำไมนายทหารชั้นประทวนเมื่อเกษียณแล้วจึงถูกประเมินว่าไม่ได้ทำคุณงามความดีให้กับประเทศชาติและประชาชนเท่ากับนายทหารสัญญาบัตรระดับสูง กองทัพต้องชี้แจงถึงหลักเกณฑ์ที่ต้องมีคำอธิบาย ตรวจสอบได้ อย่าทำให้องค์กรทหารดำรงอยู่บนความสงสัยของประชาชน ธุรกิจของทหารหากมีต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ อย่าทำให้ทุกอย่างเป็นความลับ เขตทหารห้ามเข้า อยู่นอกเหนือการตรวจสอบ" โฆษกพรรค พท.กล่าว
    ที่ จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าฯ จังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงการรับบริจาคช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุคนร้ายกราดยิงประชาชนว่า ที่ประชุมมีมติปิดการรับริจาคทุกรูปแบบ ทั้งการบริจาคผ่านบัญชีธนาคาร ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา รวมทั้งปิดรับบริจาคในรูปแบบเงินสด ในวันที่ 18 ก.พ.2563 เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทุกรายเป็นไปด้วยความรวดเร็ว  ซึ่งยอดเงินในขณะนี้มียอดเงินกว่า 87 ล้าน 8 แสน 2 หมื่นบาทเศษ ซึ่งได้มีการให้ความช่วยจ่ายเงินเยียวยาไปแล้ว 29 ล้านบาท และมียอดเงินคงเหลือกว่า 20 ล้าน 2 แสน 8 หมื่นบาทเศษ 
    นายวิเชียรกล่าวว่า หลังจากที่จ่ายเงินช่วยเหลือให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตในเบื้องต้นไปแล้ว ที่ประชุมมีมติใช้เงินที่เหลือในการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บที่อยู่ไอซียู 4 ราย ที่คาดว่าจะพิการถาวร จำนวน 3 ราย จะเพิ่มเงินเยียวยาให้อีกรายละ 1.5 ล้านบาท อีก 1 รายคาดว่าจะเสี่ยงต่อการพิการและต้องรักษาอย่างน้อย 6 เดือน จะเพิ่มเงินเยียวยาให้อีก 1 ล้านบาท ส่วนผู้บาดเจ็บปานกลาง บาดเจ็บเล็กน้อย รวมถึงผู้เสียชีวิตจะพิจารณาใช้เงินช่วยที่เหลือต่อไป 
    "ในวันที่ 19 ก.พ.2563 พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะจะเดินทางมายังจังหวัดนครราชสีมา เพื่อนำเงินในส่วนของรัฐบาลมามอบเพื่อช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา และจะเดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุ ห้างสรรพสินค้าเทอร์มอล 21 โคราช เพื่อไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ พนักงาน และร้านค้าต่างๆ ด้วย" ผู้ว่า จังหวัดนครราชสีมากล่าว.
 


"บ้านเมืองไทย" ก็เหมือนตะกร้าตอนไปจ่ายตลาด ไม่ได้มีของที่ต้องกิน-ต้องซื้อยัดลงตะกร้าอย่างเดียว ฉะนั้น...... อย่าไปจดจ่ออยู่กับเรื่องใด-เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะจนจับเจ่า ชีวิตจะเฉาเปล่าๆ

"กระมิด-กระเมี้ยนอยู่ทำไม"?
'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส