เหลิมงัด‘ยุทธการรุง่ อรุณ’ซักฟอกเขย่ารัฐบาลบิ๊กตู่


เพิ่มเพื่อน    

  "บิ๊กตู่" ไม่ตอบปมเอื้อประโยชน์เจ้าสัว ยันมีข้อมูลชี้แจงได้ทุกประเด็น รอแจงในสภาอย่าบิดเบือนก็แล้วกัน พปชร.ตั้งทีมสู้ศึกซักฟอก เตือนหากใส่ร้าย 6 รมต. 1 หมัดพร้อมสวนกลับ 3หมัด วิปฝ่ายค้านโวหลังซักฟอกมี 5 เรื่องส่ง ป.ป.ช. หวังพรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวเหมือนพลังธรรมในยุคชวน พท.เย้ย พปชร.ตั้งวอร์รูมนอกสภาเพราะ "บิ๊กตู่" กังวลการตรวจสอบ เปิดยุทธการรุ่งอรุณ "เหลิม" แย้มเป็นข้อมูลใหม่ถล่มประยุทธ์สะเทือนแน่
    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านทยอยเปิดข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะเรื่องการให้เจ้าสัวเช่าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 50 ปี ซึ่งถือเป็นการเอื้อประโยชน์ว่า เรื่องทั้งหมดนี้จะขอชี้แจงในสภา เพราะมีข้อมูลที่สามารถชี้แจงได้หมดทุกประเด็น ขอร้องว่าอย่าบิดเบือนก็แล้วกัน และเมื่อมีการชี้แจงแล้วก็ขอความกรุณาให้ฟังด้วยแล้วกัน คำถามที่อภิปรายทั้งหมดทุกเรื่อง
    "หลายๆ ปัญหาของรัฐบาลต้องย้อนกลับไปดูว่าตั้งแต่รัฐบาลนี้มาได้แก้ปัญหาอะไรที่คั่งค้างมาจากก่อนหน้านั้นบ้าง หลายเรื่องด้วยกันที่เป็นประเด็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ ลองคิดดูถ้าเราไม่แก้ปัญหาจะค้างคาไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับทุกรัฐบาล โดยที่ก่อนหน้ามาไม่ได้แก้ไขหลายเรื่อง เช่น โครงการบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ก็แก้ไขได้แล้ว ต้องมาตามแก้ทางด่วนยกระดับโทลล์เวย์ โครงการระบบขนส่งทางรถไฟยกระดับในกรุงเทพฯ หรือโฮปเวลล์ หลายๆเรื่องรัฐบาลต้องแก้ไข ถ้าจะปล่อยค้างคาไปอีก ความเสียหายก็จะเกิดขึ้น" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว 
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เตรียมสัมมนารับมือญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่พัทยา จ.ชลบุรี 21-23 ก.พ.นี้ ว่าเดี๋ยวดูก่อน ว่างก็จะไป ส่วนความพร้อมในการสู้ศึกอภิปราย เราก็ตอบความจริงทั้งนั้น ถามมาตอบไป ส่วนการเปลี่ยนที่ทำการพรรค พปชร.ใหม่ไปอยู่บริเวณตรงข้ามศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก จะย้ายไปยังที่ทำการใหม่ทั้งหมด ยืนยันไม่เกี่ยวกับฮวงจุ้ย แต่สถานที่ทำการพรรคเดิมคับแคบ
    พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงพรรค พปชร.จะจัดสัมมนาที่พัทยาว่า เห็นชวนกัน ก็จะไป เดี๋ยวจะหาว่าไม่ให้ความสำคัญ ไปให้เห็นหน้าเห็นตากัน
    นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และแกนนำพรรคพปชร. กล่าวว่า ตนไม่ได้ไปสัมมนาด้วย เพราะมีปัญหาสุขภาพ อย่างไรก็ตาม พรรค พปชร.ได้มีการมอบหมาย ส.ส.ให้เตรียมเรื่องต่างๆ ที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายเอาไว้ ส่วนการลงมติของพรรคร่วมรัฐบาลจากแนวปฏิบัติที่ตนเคยอยู่แวดวงการเมืองส่วนใหญ่เป็นทิศทางเดียวกัน แต่หลังจากอภิปรายจะเป็นอย่างไรคงต้องว่ากันอีกที
    นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพปชร. กล่าวว่า ตนตั้งใจจะเดินทางไปร่วมสัมมนาดังกล่าวด้วย ส่วนความพร้อมในการรับมืออภิปรายไว้วางใจนั้น เราทำงานหลายคณะ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย คณะทำงานของพรรค พปชร. ที่มีการแบ่งกลุ่มการทำงาน ผู้อาวุโสที่เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ซึ่งจะบูรณาการร่วมกัน และไม่มีปัญหาเรื่องการประสานงานแม้จะมีหลายคณะ โดยวันที่ 22 ก.พ.นี้ ทุกคณะจะไปรวมกันที่พัทยา เพื่อประสานงานกัน ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลเองได้มีการประสานงานกันแล้ว โดยจะมีวอร์รูมช่วยกันในการอภิปรายและตอบโต้ข้อซักถามต่างๆ
     ส่วนที่ฝ่ายค้านมองว่าการที่รัฐบาลตั้งวอร์รูมหลายคณะเพราะกังวลกับเนื้อหาที่จะถูกอภิปราย นายสนธิรัตน์กล่าวว่า คงไม่ใช่อย่างนั้น แต่การเตรียมความพร้อมที่ดี เพื่อแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการอภิปราย และเพื่อให้เกิดความพร้อมในการที่จะให้ข้อมูลกับประชาชน
พปชร.ขู่สวนกลับฝ่ายค้าน
     นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงการตั้งวอร์รูมของพรรค พปชร.ว่า ความจริงไม่ถึงกับการเป็นองครักษ์อะไร เพราะ ส.ส.ทุกคนสามารถลุกขึ้นใช้สิทธิได้อยู่แล้ว ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ความจริงรัฐมนตรีทุกคนเตรียมความพร้อมของตัวเองอยู่แล้ว ส่วน ส.ส.ในสภา สามารถทำหน้าที่ของเขาได้ทุกคน ถือเป็นสิทธิที่จะสามารถประท้วงหรือขอให้ประธานสภาฯ พิจารณาตามข้อบังคับได้ ถ้ามีอะไรที่พาดพิงหรือเกินขอบเขตสามารถใช้สิทธิประท้วงได้
     "เราจะมีวอร์รูมของพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ที่สภาคอยรวบรวมข้อมูลให้รัฐมนตรีแต่ละคน และคอยแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหากรัฐมนตรีชี้แจงไม่ครบถ้วน เราดูแลทุกคนเป็นพิเศษหมด หากการชี้แจงของรัฐมนตรียังไม่ครบถ้วน เราจะช่วยชี้แจงกับสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง ผมพยายามประสานกับพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งทุกพรรคตอบรับดี เขาตั้งวอร์รูมของตัวเอง ส่งคนมาช่วยสนับสนุนถ้ามีข้อมูลอะไรที่ไปพาดพิงหรือคาบเกี่ยวกับกระทรวงที่พรรคร่วมรัฐบาลรับผิดชอบเขายินดีสนับสนุนข้อมูลอย่างเต็มที่ เราทำงานกันเป็นทีม" นายพุทธิพงษ์กล่าว
     ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ไม่ต้องซักซ้อมอะไร เพราะเป็นประเด็นเก่าๆ แวดวงการเมืองโดยเฉพาะ ส.ส.ก็รู้จักกันหมด ไม่มีความลับในสภา ฉะนั้นก็รู้อยู่แล้วว่าจะถูกอภิปรายเรื่องอะไร ส่วนการตั้งวอร์รูมก็ต้องใช้องคาพยพหลายๆ ด้าน เพื่อมาช่วยในฐานะที่เราเป็นฝ่ายรัฐบาล เหมือนกันฝ่ายค้าน ต่างฝ่ายต่างมีการเตรียมตัว แต่สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ตัวรัฐมนตรีแต่ละคน ว่าจะเตรียมข้อมูลโต้ตอบการอภิปรายอย่างไร ตนก็ตั้งวอร์รูมที่กรุงเทพฯ และที่พะเยา ซึ่งที่ จ.พะเยาจะเป็นวอร์รูมด้านกฎหมาย หากมีการอภิปรายที่ส่อไปในทางหมิ่นเหม่หรือทำให้เสียชื่อเสียงตนก็มีทีมกฎหมายที่พะเยาไปร้องทุกข์กล่าวโทษทันที ไม่ต้องรอ
    เมื่อเวลา 15.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ ได้มีการประชุมทีมผู้สนับสนุนผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมีนายจำลอง ครุฑขุนทด เป็นประธานการประชุม โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทศพล เพ็งส้ม กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมหารือ โดยที่ประชุมได้มีการมอบหมายให้นายทศพลรับผิดชอบเป็นหัวหน้าทีมฝ่ายกฎหมาย เพื่อติดตามเนื้อหาการอภิปราย หากมีการพาดพิงใส่ร้าย และสร้างหลักฐานอันเป็นเท็จให้เกิดความเสียหาย
    นายสามารถกล่าวว่า อยากให้สังคมรับฟังเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยถ้าสมมุติว่าเขาพูดถึงนายกรัฐมนตรี เรื่องที่ดิน เราต้องสวนกลับหรือไม่ว่าในยุคอดีตนายกฯ ทักษิณมีการทำกันอย่างไร รวมถึงเรื่องผลประโยชน์การเช่าที่ดิน 50 ปี ซึ่งตรงนี้ถ้าสวนได้ ก็เหมือนเขายิงเราหมัดเดียว แต่เราชกเขา 3 ที โดยเขาจะเลิกชก เพราะเขารู้แล้วว่าพูดมาเรามีข้อมูล เหมือนการเก็งข้อสอบ ดังนั้นการเก็งข้อสอบเราก็ต้องเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพราะถ้าเขาออกอาวุธมา เราจะได้มีข้อมูลโต้ตอบทันที
พท.เย้ย"บิ๊กตู่"กลัวตรวจสอบ
          น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงพรรค พปชร.ตั้งวอร์รูมสกัดการตรวจสอบจากฝ่ายค้านว่า ไม่แปลกใจที่ พล.อ.ประยุทธ์เลือกใช้วิธีนี้ เพราะตั้งแต่เป็นนายกฯจากการยึดอำนาจ ยังไม่เคยถูกใครตรวจสอบมาก่อน ที่ผ่านมามีแต่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวหาคนอื่น และใช้กฎหมายพิเศษเล่นงานนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามเมื่อต้องถูกตรวจสอบเป็นครั้งแรกจึงอาจกังวลและวิตกจริต เพราะที่ผ่านมาเคยแต่ชี้นิ้วเล่นงานคนอื่น ที่สำคัญไม่มี ม.44 เป็นยาวิเศษอีกแล้ว แม้จะเขียนนิรโทษกรรมตัวเองและพวกพ้องไว้ในรัฐธรรมนูญ 60 แต่ไม่สามารถคุ้มครองความผิดได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะความผิดใหม่ๆ จำนวนมากที่เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้  
       "การสนับสนุนวิธีพิสดารแบบนี้ไม่ใช่วิถีทางที่ถูกต้องในระบอบประชาธิปไตย นายกฯ และรัฐมนตรีที่บกพร่องทุกท่านสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาในสภาด้วยตัวเองได้อยู่แล้ว การตั้งวอร์รูมนอกสภาจึงเป็นการเล่นการเมืองแบบโบราณเพื่อเอาตัวรอดโดยไม่สนใจความถูกต้อง ซึ่งผู้อภิปรายจากฝ่ายค้านทุกคนคงไม่ให้ราคา หาก พล.อ.ประยุทธ์อยู่เบื้อง ก็แสดงว่าท่านกำลังสนับสนุนให้พวกพ้องทำลายระบอบประชาธิปไตย จึงอยากเรียกร้องให้นายกฯ ยอมรับกติกาการตรวจสอบ นอกเสียจากท่านนายกฯ จะมีอาการ ปากกล้าขาสั่น คิดว่าตัวเองคงชี้แจงในสภาไม่ได้แน่ๆ จึงต้องใช้ลูกสมุนคอยปั่นป่วนอยู่นอกสภาแบบนี้” น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว
    นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊คว่า ถึงเวลาตีแผ่ “ความจริง” ของ พล.อ.ประยุทธ์และพวกที่ถูกซุกเก็บไว้ 6 ปี สัปดาห์หน้า ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. เป็นต้นไป คือช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการทำหน้าที่ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างจริงจัง แม้ว่าในระบบนี้มือของพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาอาจจะมีไม่มากพอที่จะเอาชนะพรรคร่วมรัฐบาลได้ แต่พวกเราเชื่อว่า เสียงของพี่น้องประชาชนยังมีพลังมากพอ จนสามารถทำให้ พล.อ.ประยุทธ์และคณะต้องคิดทบทวนอย่างหนักว่าจะเลือกหนทางใด ลาออก ปรับคณะรัฐมนตรี หรือไม่ทำอะไรเลย ทนอยู่ไปวันๆ
    ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน แถลงภายหลังการประชุมวิปฝ่ายค้านว่า ขณะนี้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว 95 เปอร์เซ็นต์ ส่วน ส.ส.ผู้อภิปรายจะยืนยันอีกครั้งวันที่ 20 ก.พ. เนื้อหาสาระในการอภิปรายลงตัวเรียบร้อย แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมและทักษะของผู้อภิปราย เนื่องจากส่วนใหญ่เป็น ส.ส.หน้าใหม่ ยกเว้นพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชาติที่ส่งหน้าเดิม โดยพรรคประชาชาติคือ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรค และนายซูกาโน มะทา ส.ส.ยะลา รวมทั้งสิ้น 34-35 คน
หวังพรรคร่วมถอนตัว
     เมื่อถามว่า ขณะนี้เริ่มเปิดประเด็นเรื่องย้ายโรงงานยาสูบที่อยู่ติดกับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อจะได้นำพื้นที่ดังกล่าวเอื้อประโยชน์กับเจ้าสัว นายสุทินกล่าวว่า เป็นการปลุกเร้าตัวอย่างบางตอนให้สังคมติดตาม และคิดว่าคนที่เปิดประเด็นอยากให้สังคมร่วมตรวจสอบไปด้วย เชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มีผลกระทบต่อรัฐบาลแน่นอน ภายหลังการอภิปรายคาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 5 เรื่องที่จะส่งร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รอบนี้มีเรื่องเซอร์ไพรส์แน่นอน โดยเป็นเรื่องที่เรารู้กันอยู่แล้วทั่วไป แต่จะคาดไม่ถึงว่ามันจะเลวร้ายได้มากถึงเพียงนี้ ฝ่ายค้านจะอภิปรายลงลึกจนสามารถเอาผิดรัฐมนตรีผู้นั้นได้ อีกทั้งจะส่งแรงกดดันไปยังพรรคร่วมรัฐบาลด้วย 
    “มีอยู่ปีหนึ่งที่พรรคพลังธรรมลุกขึ้นมาขอถอนตัวในการร่วมรัฐบาล ทำให้รัฐบาลชวน รัฐบาลบรรหารต้องยุบ เชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์คล้ายกัน จะมีพรรคขอถอนตัว เพราะพวกเขาจะไม่ทนกับกระแสสังคม ไม่อยากเปรียบว่าเวลาสุนัขป่วย เห็บเหาก็ต้องไม่อยู่ด้วยแล้ว ต้องหาทางหนี เอาตัวรอด เชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ขึ้นอยู่กับสำนึกและความเปราะบางทางจริยธรรมของแต่ละคนท่านประยุทธ์ อาจจะมากหน่อย” ประธานวิปฝ่ายค้านฯ
     ที่พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ ได้เรียกประชุมคณะทำงาน 3 ฝ่าย ประกอบด้วย คณะกรรมการกิจการพิเศษ ตัวแทนกรรมการบริหารพรรค ตัวแทนวิปฝ่ายค้าน เพื่อสรุปความคืบหน้าของการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ที่จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.เป็นต้นไป โดย ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ไม่คาดคิด พรรคพลังประชารัฐที่เป็นรัฐบาลจะออกมาข่มขู่ว่าจะปิดแผลฝ่ายค้าน พวกตนไม่กลัว ถ้ามีความผิดคุณคงจัดการไปแล้ว ข้อมูลที่มีรัฐบาลจะอาย แม้ไวรัสจะหายไปแล้ว ก็ยังคงจะต้องสวมหน้ากาก ต้องปล่อยให้พรรคฝ่ายค้านอภิปรายได้อย่างเสรี คำก็หลักนิติรัฐ คำก็นิติธรรม แต่รัฐบาลไม่เคยยึดถือ สิ่งที่ คสช.สร้างมรดกบาปเอาไว้ ถ้าเรามีโอกาสต้องแก้คือ 1.แก้กฎหมายย้อนหลังในทางเป็นโทษ 2.แก้กฎหมายโดยไม่มีอายุความ 3.ให้มีการพิจารณาคดีลับหลังได้ 
    “วันนี้ พวกเรายืนยันไม่ได้พกความแค้น ความอึดอัดใจ ได้ขออนุญาตหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคแล้ว ขอตั้งชื่อคณะกรรมการพิเศษ และคณะที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ว่ายุทธการอรุณรุ่ง แล้ววันข้างหน้าจะได้รู้ว่าเหตุใดจึงเรียกเช่นนี้ วันนี้ขอให้คิดกันไปเองก่อน แต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อมูลในการอภิปราย เชื่อว่าเมื่อเปิดข้อมูลออกมาแล้ว รับรองว่าสร้างผลกระเทือนถึงรัฐบาลอย่างแน่นอน ที่เสิร์ฟตอนนี้เป็นออเดิร์ฟ แต่เมนคอร์สจะไปเสิร์ฟในสภา พวกที่ทำตัวเป็นองครักษ์รู้หรือว่าเขาจะอภิปรายอะไร ทำเป็นจะเตรียมข้อมูล ดูแล้วเป็นนางงามตกรอบกันทั้งนั้น“ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
"เหลิม"แย้มข้อมูลใหม่
    รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า ร.ต.อ.เฉลิมได้เรียกประชุมคณะทำงาน 3 ฝ่าย ประกอบด้วย คณะกรรมการกิจการพิเศษ ตัวแทนกรรมการบริหารพรรค ตัวแทนวิปฝ่ายค้าน เพื่อสรุปความคืบหน้าของการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ที่จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. โดยที่ประชุมได้เริ่มหารือ จัดวางบุคคลที่จะเป็นแม่ทัพหลักในการอภิปรายครั้งนี้เอาไว้แล้ว ซึ่งจะพุ่งเป้าเป็นพิเศษไปที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นหลัก แต่ไม่ได้ลงในรายละเอียดในเนื้อหาเชิงลึกมากนัก ร.ต.อ.เฉลิมได้บอกกับที่ประชุมตอนหนึ่งเพียงว่า ‘แค่โจ้ (นายยุทธพงศ์) คนเดียวก็เอาอยู่ ล้มรัฐบาลได้ คนอื่นๆ นั้น ไม่ให้น้ำหนัก’
     สำหรับยุทธการอรุณรุ่ง ตามที่ ร.ต.อ.เฉลิมได้แย้มออกมา เป็นเรื่องที่คาบเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนของ พล.อ.ประยุทธ์และบุคคลที่มีชื่อเสียงในประเทศ ซึ่งไม่ได้มีแค่เรื่องการซื้อขายที่ดินของบิดา พล.อ.ประยุทธ์ย่านบางบอน การลงนามต่อสัญญาศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ การออกคำสั่งย้ายโรงงานยาสูบ ซึ่งล้วนเป็นเรื่องเก่า และมีจุดเริ่มต้นในพื้นที่ กทม.เพียงแห่งเดียว เป็นเพียงเป้าหลอก แต่ยังมีในพื้นที่อื่นอีก ที่พระอาทิตย์ส่องแสงยามเช้าเป็นจังหวัดแรกๆ ของประเทศ จึงเป็นที่มาของชื่อที่ใช้ในยุทธการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้   
         นอกจากนี้ มีการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย เพื่อเตรียมความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้กำชับให้ผู้อภิปราย มุ่งเน้น 3 ประเด็นหลัก คือ 1.ความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล 2.การบริหารงานที่ไร้ประสิทธิภาพ และ 3.ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งในกรณีที่เป็นประเด็นการทุจริตของรัฐบาลนั้น ต้องไม่ปล่อยให้เรื่องจบแค่ในสภา แต่ต้องติดตามดำเนินคดีอย่างจริงจังเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และภายหลังเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอให้ ส.ส.เตรียมลุยงานหนักในช่วงปิดสมัยประชุมสภา แกนนำพรรคจะเดินทางลงพื้นที่ร่วมกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้าน โดยเฉพาะปัญหาภัยแล้ง และตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2563 พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าจัดแคมเปญ "ฝ่าวิกฤติกับพรรคเพื่อไทย" ซึ่งจะเป็นการผลักดันการแก้ปัญหาทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม หรือสุขภาพ เป็นต้น 
        น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ติวเข้ม ส.ส.ที่ถูกกำหนดตัวเป็นผู้อภิปรายหลัก 14 คน โดยกำชับให้เตรียมข้อมูลให้พร้อม ซึ่งพรรคจะไม่เข้าไปก้าวก่ายเนื้อหาการอภิปรายของ ส.ส.แต่ละท่าน แต่จะสนับสนุนเรื่องอุปกรณ์ทางด้านเทคนิค และการช่วยเผยแพร่เนื้อหาการอภิปรายของ ส.ส.เพื่อให้สังคมรับทราบความบกพร่องในการบริหารงานของรัฐบาล. 
         
 


"ศ.ธีรยุทธ บุญมี" เผยแพร่บทความเรื่อง "เมษาชี้ชะตาประเทศ" เมื่อวาน (๓๐ มี.ค.๖๓) อ่านแล้ว..... ต้องบอกว่า "อาจารย์ธีรยุทธ" ก้าวข้ามคำว่า "นักวิชาการ" สู่สถานะ "วิญญูชน" แท้จริง!

อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก